ปัจจัยลบรุมเร้าหุ้นไทย เสี่ยงพักฐานหากยืน 1,560 จุดไม่ได้
ปัจจัยลบรุมเร้าตลาดหุ้นไทย เสี่ยง “พักฐาน” หากยืน 1,560 จุดไม่ได้ หลังสถานการณ์ระบาดโควิด “เอเชีย-ยุโรป” อ่วม บอนด์ยีลด์สหรัฐยังยืนเหนือ 1.7% ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ “สหรัฐ-จีน-รัสเซีย” ส่อสัญญาณขัดแย้งเพิ่ม กลยุทธ์ลงทุนทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดีเมื่อราคาย่อตัว
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (22 มี.ค. 2564) ว่า ดัชนี SET Index วันนี้ยืน 1,560 จุดไม่ได้เสี่ยงพักฐาน โดยตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญปัจจัยลบที่ปกคลุมตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการระบาดระลอกที่ 3 ของไวรัส COVID-19 ในทวีปยุโรป และการปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงของบอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปีที่ล่าสุดยังยืนเหนือระดับ 1.7%
นัยยะหนึ่งมาจากมุมมองของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะกลับมาเติบโตได้ถึง 6.5% แต่อีกนัยยะหนึ่งมาจากความกังวลที่เฟดไม่ต่ออายุโครงการผ่อนคลายด้านเงินทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ที่จะหมดอายุในสิ้นเดือนนี้ ทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลงกดดันดัชนีดาวโจนส์ โดยปรับตัวลงกว่า 234 จุด
ส่วนอีกปัจจัยคือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของสหรัฐกับจีนและรัสเซียที่มีสัญญาณขัดแย้งเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงคาด SET Index เช้านี้ยังขาดปัจจัยหนุน ประกอบกับปัจจัยลบรุมเร้า หากยืน 1,560 จุด ไม่ได้ เสี่ยงพักฐานต่อในกรอบระหว่าง 1,550-1,570 จุด กลยุทธ์การลงทุนทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดีเมื่อราคาย่อตัว
ส่วนสถานการณ์การระบาดโควิดในเอเชีย-ยุโรป เจอการระบาดระลอกที่ 3 หลายประเทศในเอเชีย อาทิ อินเดีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา เผชิญการระบาดระลอกที่ 3 ของไวรัส COVID-19 ที่บางแห่งเป็นเชื้อชนิดกลายพันธ์ทำให้การแพร่ระบาดรวดเร็วและรุนแรงขึ้น ส่วนในยุโรป อาทิ อิตาลี, ฝรั่งเศส และเยอรมนี จำนวนผู้ติดเชื้อยังคงเร่งตัวต่อเนื่อง จนอาจต้องใช้มาตรการ Lockdown อีกครั้ง
ด้านประเทศไทยผู้ติดเชื้อใหม่จากคลัสเตอร์ตลาดบางแคยังพุ่งต่อเนื่อง ต้องจับตาดูว่าจะพัฒนาเป็นการระบาดระลอกที่ 3 หรือไม่ โดยเฉพาะหากควบคุมไม่ได้ก่อนเทศกาลสงกรานต์ที่ประชาชนจะเดินทางกลับบ้าน เสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่มเช่นเดียวกับช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่ยังพอมีความหวังหลังวัคซีนของ Sinovac จำนวน 8 แสนโดสมาถึงไทยแล้วเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา
ส่วนการฉีดวัคซีนมีผู้ได้รับวัคซีนแล้วกว่า 6.2 หมื่นราย ซึ่งหากทยอยกระจายวัคซีนเร็วอาจหยุดการระบาดของคลัสเตอร์ใหม่ได้ดียิ่งขึ้น
ประเด็นสำคัญสัปดาห์นี้ 1.ติดตามยอดส่งออก-นำเข้า เดือน ก.พ. 64 ของไทย โดยตลาดคาดตัวเลขส่งออกขยายตัว 1.85% และนำเข้าหดตัว 8.30% 2. ถ้อยแถลงของประธานเฟด และ รมว.คลัง สหรัฐต่อสภาคองเกรสเรื่องการใช้นโยบายการเงินและการคลัง 3.การประชุม ครม.วันอังคารที่ 23 มี.ค. ลุ้นต่ออายุโครงการ “เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3” และอนุมัติมติจากที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่