เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ก.ล.ต. เร่งลดเวลาพิจารณา IPO เหลือ 70-100 วัน นำร่อง 3 บริษัทผ่าน Sandbox
Finance ก.ล.ต. เร่งลดเวลาพิจารณา IPO เหลือ 70-100 วัน นำร่อง 3 บริษัทผ่าน Sandbox
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณขายออก 68,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณขายออก 68,900 บาท
แบงก์กรุงเทพออกหุ้นกู้ลอตใหม่ 2 ชุด 2.48 หมื่นล้านบาท ขายนักลงทุนในต่างประเทศ
Finance แบงก์กรุงเทพออกหุ้นกู้ลอตใหม่ 2 ชุด 2.48 หมื่นล้านบาท ขายนักลงทุนในต่างประเทศ
น้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลล่าร์ ตัวแปรกลุ่มฮูตีปะทะกองกำลังซาอุดีฯ ยกระดับ ชิง ‘บับเอลมันเดบ’
World น้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลล่าร์ ตัวแปรกลุ่มฮูตีปะทะกองกำลังซาอุดีฯ ยกระดับ ชิง ‘บับเอลมันเดบ’
บอร์ดบีโอไอปรับเกมส่งเสริมลงทุนเน้น “คุณค่าจริง” ไฟเขียวมาตรการ BOI to IPO
Economic บอร์ดบีโอไอปรับเกมส่งเสริมลงทุนเน้น “คุณค่าจริง” ไฟเขียวมาตรการ BOI to IPO
TISA ทิศทางลงตัว รอคลังเคาะวงเงิน ก.ล.ต. เร่งปูระบบรับออม-ลงทุนระยะยาว
Finance TISA ทิศทางลงตัว รอคลังเคาะวงเงิน ก.ล.ต. เร่งปูระบบรับออม-ลงทุนระยะยาว
“ซิน เคอ หยวน” ได้สิทธิ BOI คืนหลังแก้ไขโรงงานผ่านเกณฑ์
Economic “ซิน เคอ หยวน” ได้สิทธิ BOI คืนหลังแก้ไขโรงงานผ่านเกณฑ์
ปลัดคลังคาดโซลาร์รูฟท็อปเข้าบอร์ดกลั่นกรอง สัปดาห์หน้า ชี้รอมหาดไทยเสนอเรื่อง
Finance ปลัดคลังคาดโซลาร์รูฟท็อปเข้าบอร์ดกลั่นกรอง สัปดาห์หน้า ชี้รอมหาดไทยเสนอเรื่อง
เกษตรฯ-ดีอี” เปิดผล One Data ปี 69 เชื่อมข้อมูล 5 หน่วยงานกว่า 300 ล้าน Records
Economic เกษตรฯ-ดีอี” เปิดผล One Data ปี 69 เชื่อมข้อมูล 5 หน่วยงานกว่า 300 ล้าน Records
เอกชน หนุนปรับภาษี EV ตาม “มูลค่าในประเทศ” จี้กำหนด Local Content-เพดานนำเข้า CBU ให้ชัด
Economic เอกชน หนุนปรับภาษี EV ตาม “มูลค่าในประเทศ” จี้กำหนด Local Content-เพดานนำเข้า CBU ให้ชัด
ดูทั้งหมด

“สนั่น อังอุบลกุล” Win Win เอกชนควักตังค์ “พรีออร์เดอร์” วัคซีนโควิด

24 เม.ย. 2564 | 16:08น.

การจัดหาวัคซีนโควิด-19 กลายเป็นภารกิจเร่งด่วนที่สุดสำหรับประเทศไทยตอนนี้ หลังจากที่รัฐบาลไม่สามารถ “ยับยั้ง” การแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ได้ จากที่ติดเชื้ออยู่ในหลัก 10 ได้พุ่งทะยานขึ้นไปถึงหลัก 2,000 คน และมีแนวโน้มจะพุ่งขึ้นไปอีก

ส่งผลให้ภาคเอกชนต้องออกมาส่ง “สาร” ที่ชัดเจนที่สุดถึงรัฐบาลด้วยการขอเปิดช่องทางให้ภาคเอกชนสามารถจัดหา “วัคซีนทางเลือก” เข้ามาในประเทศในช่วงเวลาเร่งด่วนนี้ ก่อนที่วัคซีนหลักที่รัฐบาลจัดหาจะออกมาใช้ได้ในเดือนกรกฎาคม

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “สนั่น อังอุบลกุล” ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ย้ำภาพกระบวนการจัดหาวัคซีนหลังจากประชุมร่วมกับ 40 CEO ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน

ใช้สูตรซื้อผ่านองค์การเภสัชกรรม (อภ.)

เรามีการคุยกันว่า เดิมรัฐบาลจองซื้อวัคซีน 60-70 ล้านโดส แต่ถ้าจะจัดหาให้ครอบคลุมประชาชน 60-70% จะต้องมีการจัดหาวัคซีนเพิ่มขึ้น 30 ล้านโดส หรือ 100 ล้านโดส ซึ่งจากการประชุมหอการค้าไทยร่วมกับ 40 CEO เห็นพ้องกันว่า สามารถจะซื้อวัคซีนเองเพื่อฉีดให้พนักงานและคนในครอบครัว

โดยแต่ละบริษัทยินดีจ่ายค่าวัคซีนเอง ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่ร่วมกันและเอกชนไม่ได้มีการขอแลกกับสิทธิประโยชน์หรือการยกเว้นภาษีอย่างใดเลยจากรัฐบาล โดยเท่าที่รวบรวมตัวเลขที่มีการรีจิสเตอร์เข้ามา 10 ล้านโดส เป็นการจองซื้อ ซึ่งเรามีการคุยกันว่า จะเอาวัคซีนเข้ามาเร็วที่สุดได้อย่างไร

ต่อมาในการประชุมของคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนโควิด-19 (ชุดของ นพ.ปิยะสกล) ซึ่งเรามี คุณกลินท์ สารสิน กับ คุณหมอเฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ไปร่วมประชุมด้วยนั้น ผมได้รับข้อมูลจากคุณกลินท์ว่า ที่ประชุมยังคงสรุปว่าการนำเข้าวัคซีนยังไงก็ต้องผ่าน “องค์การเภสัชกรรม” อยู่ดี

ส่วนเอกชนจะเป็นผู้ไปชี้เป้าว่าจะเอาวัคซีนจากที่ไหน ก็ปรากฏว่าตอนนี้มีชื่อ 4-5 ยี่ห้อ คือ Moderna และ CanSino Biologics ของจีน วัคซีน COVAXIN อินเดีย และ Saputnik V รัสเซีย ซึ่ง อภ.จะเป็นตัวกลางในการนำเข้าแทนเรา แต่เค้าจะไม่ได้มาเอากำไรอะไรจากตรงนี้มากมาย อาจจะมีการบวกค่าบริการและภาษี VAT

รัฐไม่ออก Letter of Intent

ขั้นตอนก็คือ เอกชนเพลสออร์เดอร์ที่จะซื้อ แล้วจ่ายเงินก่อน ในลักษณะที่เรียกว่า “พรีออร์เดอร์” นี่น่าจะเป็นทางออกของการแก้ปัญหาคอขวดที่ “น่าจะเวิร์ก” ตอนนี้สิ่งที่ภาคเอกชนจะต้องรีบดำเนินการก็คือ 1) ดูว่าดีมานด์ความต้องการวัคซีนของเรามีเท่าไร ต้องมาสรุปว่าพร้อมสั่งซื้อและจ่ายเท่าไร

2) ช่วยกันหาแหล่งที่จะซัพพลายให้ดูว่า วัคซีนตัวไหนผ่าน อย.เรียบร้อยแล้ว สั่งได้เลย หรือตัวไหนยังไม่ผ่าน อย. ก็ต้องช่วยกันขึ้นทะเบียน อย.ให้เร็วภายใน 1 เดือน

ตอนนี้รัฐบาลคงไม่ทำ Letter of Intent เพราะจากหารือที่ประชุมคณะทำงานจะให้ภาคเอกชนเป็นผู้ชี้เป้า ส่วน อภ.จะเป็นผู้นำเข้าคือ เป็นคู่สัญญากับผู้ผลิตวัคซีน เพียงแต่เอกชนต้องสั่งและจ่ายเงินก่อนแบบพรีออร์เดอร์

ส่วนข้อเสนอเรื่องของการออก Letter of Intent นั้นเป็นกลไกของภาครัฐ คือรัฐออกให้เอกชนนำเข้า ไม่เช่นนั้นผู้ผลิตจะไม่ซัพพลายให้เอกชน เพราะถ้ารัฐบาลไม่สั่งแล้วใครจะรับผิดชอบ วิธีการก็จะเป็นลักษณะนี้ แต่คงไม่ได้ใช้วิธีนี้แล้ว

ชิโนฟาร์มพร้อมใน 2 อาทิตย์

ตอนนี้พูดกันในปริมาณ 10 ล้านโดสก็มีทาง “ชิโนฟาร์ม” ที่ยืนยันว่า มีวัคซีนพร้อมส่งมอบใน 2 สัปดาห์ แต่ยังไม่มี อย. ไม่มีเจ้าภาพเพราะชิโนฟาร์มไม่มีโรงงานหรือบริษัทในประเทศไทย เค้ามีเงื่อนไขว่า เราต้องเพลสออร์เดอร์และการขึ้นทะเบียน อย.ตรงนี้ก็ต้องขอให้หน่วยงานรัฐไปขึ้นให้ อาจจะเป็น อภ.ไปขอขึ้นทะเบียนเองก็ได้ เพื่อให้ได้วัคซีนเข้ามา

โดยลอตแรกอาจจะ 500,000-1 ล้านโดส และค่อย ๆ ทยอยส่งให้ได้ 10 ล้านโดส จากโรงงานที่จีนภายในเวลา 3 เดือน หรือภายในประมาณเดือนมิถุนายนนี้ ที่ทำมาทั้งหมดถือเป็นการแก้ไขในเรื่องของ emergency use อยู่แล้ว

อภ.นำเข้าไม่คิดกำไร

อันนี้เป็นส่วนของที่โรงพยาบาลเอกชนเคยเสนอว่า ต้องการนำเข้าวัคซีนก่อนหน้านี้ มันจะมีความเสี่ยง จึงให้บริษัทประกันจะเข้ามาช่วยรับความเสี่ยง แต่ตอนนี้รัฐบาล (โดย อภ.) เป็นคนนำเข้า ดังนั้นจึงต้องให้ผ่านทางรัฐบาลเพื่อที่รัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบความเสี่ยง ซึ่งถือเป็นสูตรที่ win win ทั้ง 2 ฝ่าย อยู่ที่ อภ.ทั้งหมดเต็มร้อย

ผมเชื่อเหลือเกินว่าความร่วมมือกันครั้งนี้ โดยหอการค้าเป็นแกนกลางตามนโยบาย connect the dots ในการหาทางออกร่วมกับภาคเอกชนจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะช่วยแก้ไขปัญหาคอขวดได้ ซึ่งทางเอกชนจะช่วยหาแหล่งผลิตวัคซีน อภ.นำเข้า “ไม่คิดกำไรนี่ก็ช่วยแก้คอขวดได้แล้ว”

ภูเก็ตบล็อกเชน

เท่าที่คุยกับทางหอการค้าภูเก็ตและทบทวนสถานการณ์อยู่ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางหอการค้าภูเก็ตแจ้งว่า ถ้ากระทรวงสาธารณสุข สามารถส่งวัคซีนได้ทันเวลาและดำเนินการฉีดได้ตามแผนคือ ในเดือนมิถุนายนได้ 70% ของประชากร ภูเก็ตก็จะเปิดได้ตามแผน 1 กรกฎาคม “ไม่ต้องเลื่อน” หอการค้าเป็นหัวหอกในการรวบรวมข้อมูลร่วมกับภาครัฐ ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นผู้ที่มีความตั้งใจมาก

แต่ต้องยอมรับว่า มันยังมีข้อจำกัด ถ้าต้องการเร่งฉีดวัคซีน บุคลากรและสถานที่อาจไม่เพียงพอ ซึ่งเอกชนช่วยซัพพอร์ต ทั้งช่วยสถานที่และเจ้าหน้าที่ โดยกรณีที่รัฐเบิกจ่ายงบประมาณไม่ทัน เอกชนก็พร้อมจะช่วยจ่ายไปก่อนและยังช่วยนำอาสาสมัครเข้าไปร่วมทำงานช่วงกลางคืนด้วย

ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ “ภูเก็ตบล็อกเชน” เป็นโมเดลที่ออกมา ตอนนี้จะอ้างไม่ได้ว่า “ไม่เอาวัคซีน” เพราะประชาชนยอมฉีดแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่ไม่เพียงพอ เราก็หาทางช่วย เช่น เป็นไปได้หรือไม่ที่จะใช้พยาบาลเกษียณ หรือนักศึกษาแพทย์ที่ใกล้จบมาช่วยฉีด ดังนั้นภูเก็ตจึงเหลือเพียงขั้นตอนเดียวคือ ขอให้มีวัคซีนโควิด-19 เข้ามาเท่านั้น

โมเดลนี้หากสำเร็จก็จะกระจาย best practice นี้ไปยังจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป ส่วนจะเปิดประเทศทันภายในไตรมาส 4 นี่หรือไม่ “ผมยังไม่ทราบ มันอยู่ที่วัคซีนที่เราจะหาได้เพิ่มเท่าไหร่”

กกร.ยังต้องเพิ่มอะไรอีก

ภาคเอกชนเราคุยกันหมด เช่น ในที่ประชุม 40 CEO เราได้ดึงสมาคมธนาคารไทยมาร่วมประชุมกับเรา มีทั้งธนาคารกรุงเทพ-SCB ก็มาร่วมด้วย พร้อมข้อเสนอจะให้ใช้พื้นที่ในส่วนของลานจอดรถในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ให้บุคลากรแบงก์ แล็ปทอปมาช่วย ต้องอธิบายเหตุที่ต้องใช้พื้นที่ลานจอดรถก็เพราะลักษณะพื้นที่จะต้องเป็นที่ “อากาศปลอดโปร่ง ไม่ติดแอร์” เราคุยรายละเอียดการวางแปลนพื้นที่สำหรับฉีดวัคซีน

ขณะนี้มีผ่านแล้ว 2 จุด คือ SCG มีพื้นที่ 2,000 ตารางเมตร จะแบ่งเป็นพื้นที่ฉีด ที่จอดรถ มีที่พักสำหรับคนที่ฉีดแล้วเพื่อรอดูว่ามีอาการข้างเคียง และต้องมีที่ให้รถแอมบูแลนซ์เข้าไปรับตัวได้หากเกิดผลข้างเคียง เพื่อให้สามารถนำส่งผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลโดยเร็ว

นอกจากนี้ก็มีที่ลานจอดรถที่เซ็นทรัลลาดพร้าวอีกจุดหนึ่ง แต่อาจจะไม่ถึง 49 จุด ตอนนี้ประเทศไทยฉีดวัคซีนได้ระหว่าง 8,000-10,000 โดส/วัน แต่ถ้ามีวัคซีนเข้ามาใหม่อีก 1.5 ล้านโดส จะต้องฉีดให้ได้ 800,000 โดส/วัน

เศรษฐกิจไทยยังมีหวังไหม

ผมว่ายังเร็วเกินไปที่จะประเมินเรื่องนี้ มันยังอันเซอร์เทนตี้ แต่เราประเมินว่า ถ้าระบาด 1 เดือน เสียหาย 1.5 แสนล้านบาท ถ้า 2 เดือนเศรษฐกิจจะถูกกระทบ 300,000-400,000 ล้านบาท ซึ่ง GDP จะลดลงไม่ถึง 3% แต่ยังไม่ถึงกับติดลบ

เพราะรัฐบาลยังมีอาวุธคือยังสามารถเอาเงิน 200,000 ล้านบาทออกมาใช้และยังมีเงินที่อนุมัติมา 45,000 ล้านบาท ให้กับ 77 จังหวัด จะได้จังหวัดละ 500 ล้านบาท เข้ามาช่วยได้อีกทางหนึ่ง