เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
Automotive HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
Economic เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
อิเล็กทรอนิกส์ไทยโตแรง 41% แต่เครื่องใช้ไฟฟ้ายังสะดุด จับตานำเข้าพุ่งทะลุเท่าตัว
Economic อิเล็กทรอนิกส์ไทยโตแรง 41% แต่เครื่องใช้ไฟฟ้ายังสะดุด จับตานำเข้าพุ่งทะลุเท่าตัว
อุตุฯ เตือน 30 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก-ท่วมฉับพลัน อันดามันคลื่นสูง 4 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
News อุตุฯ เตือน 30 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก-ท่วมฉับพลัน อันดามันคลื่นสูง 4 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
ดูทั้งหมด

เป๊ปซี่โค เตรียมกระจายแนวทางการทำการเกษตรเชิงปฏิรูปกว่า 17 ล้านไร่

27 เม.ย. 2564 | 11:04น.

เป๊ปซี่โค เตรียมกระจายแนวทางการทำการเกษตรเชิงปฏิรูปกว่า 17 ล้านไร่ ลดความเลื่อมล้ำ ปฏิรูปและยกระดับการเกษตรแบบยั่งยืนทั่วโลก….

เป๊ปซี่โค เตรียมกระจายแนวทางการทำการเกษตรเชิงปฏิรูปกว่า 17 ล้านไร่ทั่วโลก ในอีก 10 ปีข้างหน้าหรือ ในปี พ.ศ. 2573 มุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือคาร์บอนฟุตพริ้นต์อย่างน้อย 3 ล้านตัน ยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรและคนในชุมชนกว่า 250,000 คน และจัดหาวัตถุดิบหลัก 100% จากแหล่งที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและยั่งยืน

เรมอน ลากัวร์ตา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานบริษัทเป๊ปซี่โค กล่าวว่า “บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญในการแก้ปัญหาที่ท้าทายในระบบอาหารสมัยใหม่ นับแต่ความเปลี่ยนแปลทางสภาพภูมิอากาศรวมถึงการขาดแคลนทรัพยากร อีกทั้งความเลื่อมล้ำทางด้านรายได้ โดยในวาระเกษตรกรรมเชิงบวก เป๊ปซี่โคเน้นความสำคัญในด้านการลงทุน นวัตกรรมและความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับพันธมิตรทางการเกษตรของเรา เพื่อช่วยลดผลกระทบทั่วโลก และการทำงานร่วมกัน ตั้งเป้าสามารถช่วยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการจัดการด้านการขาดแคลนทรัพยากร พร้อมมองโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้คนจำนวนมากขึ้น”

วาระเกษตรกรรมเชิงบวกของเป๊ปซี่โคมุ่งเน้นจุดมุ่งหมายเพื่อหาแหล่งพืชและวัตถุดิบในลักษณะที่เร่งการปฏิรูปการเกษตรและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเกษตรกรรมโดย:


• การขยายการยอมรับแนวทางการทำการปฏิรูปเกษตรในกว่า 17 ล้านไร่ทั่วโลก – หรือเท่ากับที่ดินทั้งหมดที่ใช้ในการปลูกพืชและวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างน้อย 3 ล้านตันภายในปี พ.ศ. 2573 กว่าทศวรรษที่ผ่านมา เป๊ปซี่โคได้พัฒนาโครงการเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน โดยยังคงร่วมมือกับเกษตรกรกว่า 60 ประเทศ โดยนำแนวปฏิบัติด้านการเกษตรกรรมเชิงปฏิรูปไปใช้ สร้างความยืดหยุ่นและฟื้นฟูระบบนิเวศ เช่นในประเทศสหรัฐอเมริกา เป๊ปซี่โคได้ทำงานร่วมกันกับเกษตรกร ปลูกพืชคลุมดินบนพื้นที่กว่า 210,050 ไร่ และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในฟาร์มลดลงถึง 38% แระยังกักเก็บคาร์บอนในดิน บริษัทฯ เตรียมขยายโครงการเกษตรเชิงปฏิรูปไปยังพื้นที่เพาะปลูกในสหรัฐฯมากกว่า 1,265,000 ไร่ภายในสิ้นปี พ.ศ. 2564 และจะยังคงขยายเครือข่ายฟาร์มสาธิตไปทั่วโลก เพื่อช่วยให้เรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียมกันได้

• พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของคนมากกว่า 250,000 คนในห่วงโซ่อุปของการเกษตรและชุมชน รวมถึงศักยภาพในเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้หญิงทั่วโลก ตั้งเป้าร่วมกับการทำงานกับชุมชนเกษตรกรรมที่เปราะบางเพื่อเชื่อมโยงกับห่วงโซ่คุณค่าระดับโลก รวมถึงเกษตรกรรายย่อยและคนงานในฟาร์ม ผู้หญิงและเกษตรกรชนกลุ่มน้อย

• จัดหาวัตถุดิบหลัก 100% อย่างยั่งยืน ไม่ได้หมายถึงพืชที่มาจากแหล่งโดยตรง (มันฝรั่ง ข้าวโพดทั้งเมล็ด ข้าวโอ๊ต และส้ม) เท่านั้น แต่ยังรวมถึงพืชหลักจากบุคคลที่สาม เช่น น้ำมันพืชและธัญพืช เป๊ปซี่โคจัดหาพืชผลใน 60 ประเทศและสนับสนุนงานในห่วงโซ่อุปทานทางการเกษตรกว่า 100,000 ตำแหน่ง

ณ สิ้นปี พ.ศ. 2563 เป๊ปซี่โคได้จัดหาพืชที่มาจากแหล่งโดยตรงได้ถึง 100% จาก 28 ประเทศ และในทั่วโลก เกือบ 87% ของพืชผลที่ได้มาจากโครงการเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนของเป๊ปซี่โค ตัวอย่างเช่น ส้ม 100% ของแบรนด์ Tropicana ใช้ มาจากผู้ปลูกในรัฐฟลอริดาที่มีแหล่งที่มาอย่างยั่งยืน เช่นเดียวกับ 100% ของมันฝรั่งและข้าวโอ๊ตสำหรับ Lay’s และ Quaker ในอเมริกาเหนือตามลำดับ

เป๊ปซี่โคพร้อมสนับสนุนกำหนดมาตรฐานรวมถึงการวัดผลการเกษตรแบบปฏิรูปทั่วทั้งอุตสาหกรรม วัดความก้าวหน้าในกรณีที่ไม่ได้มาตรฐานจากการติดตามจากขนาดของพื้นที่และผู้คนที่มีส่วนร่วม จนเมื่อเวลาผ่านไปผลกระทบที่มีต่อผลลัพธ์หลัก 5 ประการ อาทิ การสร้างสุขภาพและความอุดมสมบูรณ์ของดิน การแยกและลดการปล่อยคาร์บอน เสริมสร้างความสมบูรณ์ของลุ่มน้ำและการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ การพัฒนาความเป็นอยู่ของเกษตรกร PepsiCo ทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำและองค์กรอื่นๆ เช่น World Wildlife Fund (WWF) ในการเปิดตัวแนวคิด Food Innovation Hubs เพื่อพัฒนาระบบอาหารในท้องถิ่นที่ครอบคลุม ที่มีประสิทธิภาพยั่งยืนและมีคุณค่าทางโภชนาการ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของระบบการทำการเกษตรแบบปฏิรูปและยืดหยุ่น

“ตลอดระยะเวลามากกว่า 25 ปี เป๊ปซี่โคเริ่มต้นทำจากธุรกิจและส่งเสริมเกษตรกรไทยทำการเพาะปลูกมันฝรั่ง ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตมันฝรั่งทอดกรอบเลย์ โดยรับซื้อการปลูกมันฝรั่งผ่านระบบเกษตรพันธสัญญา โดยมีทีมเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ได้เข้าไปให้ความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับการเพาะปลูก เช่น การป้องกันโรค การปรับปรุงบำรุงดิน การวางแผนการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม ลดการใช้เชื้อเพลิง และ ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ” สุดิปโต โมซุมดา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจอาหารอินโดจีน บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด กล่าว “บริษัทฯ ให้ความสำคัญระบบการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยยึดตามนโยบายของบริษัท ‘ผลงานดี สำนึกดี’ และหนึ่งในพันธกิจนั้นคือการปรับปรุงบำรุงดิน ที่เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่จะให้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพ เรามีผู้เชี่ยวชาญการเกษตรที่ทำการวิเคราะห์ดิน มากกว่า 90% ของผู้ที่เพาะปลูก ปัจจุบันเกษตรกรได้ปรับนำเทคโนโลยีและพัฒนาความรู้ในการเกษตรมาใช้ ลดการใช้และดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ส่งผลให้เกษตรกรมีความสำเร็จมากยิ่งขึ้น มีผลผลิตและรายได้ที่สูงขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอันเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาชีพในระยะยาว” วาระเกษตรกรรมเชิงบวกเป็นอีกก้าวหนึ่งที่จะเพิ่ม เป้าหมายด้านสภาพอากาศตามหลักวิทยาศาสตร์เป็นสองเท่า โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบสมบูรณ์ในห่วงโซ่คุณค่าให้ได้มากกว่า 40% ภายในปี พ.ศ. 2573 เช่นเดียวกับการให้คำมั่นที่จะบรรลุการปล่อยมลพิษสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2583