เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ครม.ไฟเขียวงบเงินกู้ 972 ล้าน ปั้นแรงงานติดโซลาร์เซลล์ 3.2 หมื่นคน
Politics ครม.ไฟเขียวงบเงินกู้ 972 ล้าน ปั้นแรงงานติดโซลาร์เซลล์ 3.2 หมื่นคน
JOOX เปิดเกมใหม่เร่งการเติบโตตลาดเพลงไทย
Biz Movement JOOX เปิดเกมใหม่เร่งการเติบโตตลาดเพลงไทย
ทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ! ‘เบน สมิธ-ยิม เลียก’ อายัดทรัพย์ 2.6 หมื่นล้าน โยงหุ้น BCP-VGI-MFC
Finance ทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ! ‘เบน สมิธ-ยิม เลียก’ อายัดทรัพย์ 2.6 หมื่นล้าน โยงหุ้น BCP-VGI-MFC
ธนาคารโลก ให้ 115 ล้าน ศึกษา ‘คลองระบายน้ำชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย’
Politics ธนาคารโลก ให้ 115 ล้าน ศึกษา ‘คลองระบายน้ำชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย’
วาโก้สานต่อโครงการ Princess Collection จากพระดำริ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ
Biz Movement วาโก้สานต่อโครงการ Princess Collection จากพระดำริ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ
กสิกรไทย ก้าวสู่เกตเวย์ Swift Payments Scheme แห่งแรกของธนาคารไทย
Finance กสิกรไทย ก้าวสู่เกตเวย์ Swift Payments Scheme แห่งแรกของธนาคารไทย
ก.ล.ต. เปิดปมเครือข่ายข้ามชาติ อำพรางถือหุ้น VGI เกิน 25% เลี่ยงเทนเดอร์ฯ
Finance ก.ล.ต. เปิดปมเครือข่ายข้ามชาติ อำพรางถือหุ้น VGI เกิน 25% เลี่ยงเทนเดอร์ฯ
แอดไวซ์ คว้า ‘Best Places to Work 2026’ ตอกย้ำองค์กรตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
Economic แอดไวซ์ คว้า ‘Best Places to Work 2026’ ตอกย้ำองค์กรตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
รัฐคาดเทงบฯ ครม.สัญจร อุดรฯ ไม่ถึงพันล้าน ‘อนุทิน’ จี้รัฐมนตรีช่วยภาคเกษตร
Politics รัฐคาดเทงบฯ ครม.สัญจร อุดรฯ ไม่ถึงพันล้าน ‘อนุทิน’ จี้รัฐมนตรีช่วยภาคเกษตร
ธุรกิจใหม่ 9 เดือน แตะ 6.8 หมื่นราย โต 1.4% แต่ยอดเลิกกิจการพุ่ง 16%
Economic ธุรกิจใหม่ 9 เดือน แตะ 6.8 หมื่นราย โต 1.4% แต่ยอดเลิกกิจการพุ่ง 16%
ดูทั้งหมด

โควิด…สถิติที่ต้องบันทึก (ถึงไม่อยากบันทึก)

08 พ.ค. 2564 | 08:19น.
โควิด
คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ

กษมา ประชาชาติ

ผ่านมา 1 ปี ที่ “โควิด” เดินทางเข้ามาในชีวิตพวกเราทุกคน

ที่ไม่เคยคิดว่า หนังซอมบี้ล้างโลกที่เคยดูมันอาจจะเกิดขึ้นในชีวิตเราจริง ๆ ก็เป็นจริง

โควิดเข้ามาสร้างสถิติใหม่ให้ชีวิตเราหลายอย่าง อาทิ

สถิติการข้ามงานสงกรานต์ 2 ปี (ปี 2563-2564)

สถิติการทำงานจากบ้าน (work from home) แบบ 100% ครั้งแรก

สถิติการสะสมหน้ากากอนามัย ประกันชีวิต เจลล้างมือ สูงสุดเป็นประวัติการณ์

บางคนถึงขั้นมีสถิติส่วนตัว เช่น “เจ้าแม่นาคี” ทำสถิติผ่านโควิดได้ถึง 6 รอบ จนสามารถทำเหรียญ เจ้าแม่นาคี รุ่นวีรสตรีต้านโควิด เป็นครั้งแรก

ไม่เพียงเท่านั้น โควิดทำให้ “ไทย” สร้างสถิติใหม่ หลังจากการกลับมาระบาดหนักเป็นระลอกที่ 3 มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น “2,839 ราย” สูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งแรก เมื่อวันเสาร์ที่ 24 เมษายน 2564

จากที่เมื่อ 3 เดือนก่อนหน้านี้ (ม.ค. 2564) ไทยเพิ่งจะดีใจกับสถิติท็อปอันดับ 4 ของโลก ในการรับมือโควิด-19 ได้ดีที่สุด รองจากอันดับ 1 คือ นิวซีแลนด์ เวียดนาม และไต้หวัน สถิตินี้จัดโดย Lowy Institute ในออสเตรเลีย

ซึ่งด้วย “สถิติจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มทะลุ 2 พันคน ยังพ่วงมาด้วย สถิติใหม่ นั่นคือ การที่มีผู้ติดเชื้อสะสมเกิน 60,000 คน แซงสิงคโปร์ขึ้นอันดับที่ 5 ในกลุ่มประเทศอาเซียน (จากเฟซบุ๊กอาจารย์ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี) รองจากอินโดนีเซีย ที่มีผู้ติดเชื้อสะสม 1.65 ล้านคน, ฟิลิปปินส์ มีผู้ติดเชื้อ 1.02 ล้านคน มาเลเซีย 401,593 คน และเมียนมา 142,790 คน

และหากดูสถิติเรื่องจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิดในวันเดียวกันนั้นจะพบว่า ไทยมีจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มถึง 15 คน เป็น “อันดับ 3” ในอาเซียน เท่ากับมาเลเซีย และเป็นรองจากอินโดนีเซียเบอร์ 1 เสียชีวิตเพิ่ม 177 คน ฟิลิปปินส์ เสียชีวิต 115 คน

เท่านั้นยังไม่พอ

“ไทยยังมีสถิติรั้งท้ายตาราง” ของประเทศที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลก จากข้อมูลของ Our World in Data วันที่ 7 เมษายน 2564 คิดเป็นสัดส่วนการฉีดวัคซีนต่อจำนวนประชากร 0.36% เทียบกับเบอร์ 1 โลก คือ อิสราเอล 60.98%
อังกฤษ 46.52% สหรัฐ 32.15% สิงคโปร์ 17.95% และฝรั่งเศส 13.64%

หากเทียบเฉพาะสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่ดูแลปัญหาการระบาดได้ดี มีอัตราการฉีดวัคซีนโควิด-19 ดีที่สุดในอาเซียน ถึง 17.95% จะพบว่าในวันที่ยอดผู้ติดเชื้อของไทยสูงสุด สิงคโปร์เริ่มนิ่ง มีจำนวนผู้ติดเชื้อ 61,086 ราย แต่สามารถรักษาจนกลับบ้านได้แล้ว 60,704 ราย เหลือที่ยังรักษาตัวอยู่เพียง 352 ราย ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตน้อยมากมีเพียง 30 รายเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ยังนับว่าน่าดีใจที่สถิติการฉีดวัคซีนของไทยยังก้าวหน้าไปมากกว่า “เวียดนาม” ที่ฉีดได้เพียง 0.05% ของประชากร เวียดนาม 97.9 ล้านคน หรือประมาณ 48,950 คน ขณะที่ไทยฉีดได้ 0.36% จากประชากร 70 ล้านคน หรือ 252,000 คน

ตัวเลขการฉีดวัคซีนสะท้อนถึง “ปัญหาคอขวดการจัดหาและการกระจายวัคซีน” ว่ายังเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข

โดยเป้าหมายรัฐบาลระบุว่า “วัคซีน” จะต้องมาถึงเมืองไทย 100 ล้านโดส ให้ครบในไตรมาส 4 เพื่อฉีดให้ได้สัดส่วน 70% ของจำนวนประชากร

คำถามคือ กระบวนการจัดหาและกระจายวัคซีนนั้นต้องทำอย่างไร

แน่นอนว่ารัฐบาลมีแผนจัดหาวัคซีนบนกระดาษเรียบร้อยแล้ว ตามที่ ศบค.ประกาศ คือ ประเทศไทยซื้อวัคซีนไปแล้ว 63 ล้านโดส ยังเหลือต้องจัดหาเพิ่มอีก 37 ล้านโดส มาเพิ่ม

โดยกระทรวงสาธารณสุขได้เสนอการจัดหาวัคซีนโควิด-19 หลากหลายชนิด หลากหลายราคา อาทิ วัคซีน Pfizer Biotech 5-20 ล้านโดส, วัคซีน Sputnik V 5-10 ล้านโดส วัคซีน Johnson & Johnson 5-10 ล้านโดส วัคซีน Sinovac 5-10 ล้านโดส นอกจากนั้น ยังมีวัคซีนอื่น เช่น Moderna Sinofarm Bharat หรืออื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม จากผลการประชุมที่นายกรัฐมนตรีหารือร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา ยืนยันกับภาคเอกชนว่า รัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอสำหรับจ่ายค่าวัคซีน-มีอีกหลายยี่ห้อกำลังเจรจา-ยังสรุปไม่ได้ว่าราคาเท่าไร

และขอให้ “เอกชน” ช่วยร่วมทีมไทยแลนด์ เตรียมพื้นที่ฉีดวัคซีน ส่วนหน้าที่จัดหาให้เป็นขององค์การเภสัชกรรม (อภ.) เพราะการซื้อเป็นดีลที่จะทำรัฐต่อรัฐ และความรับผิดชอบในการฉีดเป็นของรัฐบาล

แต่จนแล้วจนรอดก็ยังมีคำถามจากสังคมถึงรัฐบาลว่า “หน้าที่” จัดซื้อวัคซีนควรเปิดกว้าง ไม่ควรผูกขาดหรือไม่ หากจะปลดล็อกคอขวดการนำเข้าให้เป็นไปตามไทม์ไลน์ บางรายตั้งข้อสังเกตถึงประโยชน์แฝงจากการเป็นผู้นำเข้าวัคซีนบางยี่ห้อจากจีน

ขณะที่ในฝั่ง “สุพันธุ์ มงคลสุธี” ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ก็ยังออกมายืนยันว่าจะเดินหน้าจัดหาและนำเข้าวัคซีนป้องกันโควิดเข้ามาตามแผนเดิมต่อไป

พร้อมย้ำว่า “ส.อ.ท.ได้รับการสื่อสารจากภาครัฐว่านโยบายการจัดหาวัคซีนได้เปิดกว้างให้เอกชนนำเข้าได้” และยังได้รับคำยืนยันจากสถาบันวัคซีนด้วยว่า คำยืนยันว่าผู้นำเข้าต้องเป็นเจ้าของสินค้าเป็นผู้กระจายสินค้า (distributor) อยู่ในธุรกิจจัดจำหน่าย ซึ่งจะต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

ท่าที 2 องค์กรเอกชน ยังทำให้สังคมสงสัย และหากยิ่งรัฐบาลไม่ชัดเจน ปัญหานี้จะลุกลามเป็นไฟลามทุ่ง เพราะวัคซีนได้ชื่อว่าเป็นยาวิเศษที่จะมาเสริมสร้างความมั่นใจทางเศรษฐกิจ

ดังนั้น หากวัคซีนมาช้า รักษาเศรษฐกิจไม่ทัน ไทยก็อาจจะมี “สถิติใหม่” เป็นสถิติหนี้ NPL และสถิติบัณฑิตเตะฝุ่นอีก 5 แสนคน