เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 79,908 เหรียญสหรัฐ
Uncategorized ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 79,908 เหรียญสหรัฐ
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
ดูทั้งหมด

กรุงไทย หั่นจีดีพีโตไม่เกิน 1.6% โควิดระลอก 3 ส่อสร้างความเสียหายถึง 5.8 แสนล้าน

21 พ.ค. 2564 | 14:55น.
ธนาคารกรุงไทย

“กรุงไทย” หั่นจีดีพีโตไม่เกิน 1.6% โควิดระลอก 3 ส่อสร้างความเสียหายถึง 5.8 แสนล้านบาท

วันที่ 21 พฤษภาคม 2564 นางสาวพิมฉัตร เอกฉันท์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า Krungthai COMPASS ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2564 ว่าจะขยายตัวได้เพียง 0.8%-1.6% ต่อปี โดยการแพร่ระบาดระลอกที่ 3 รุนแรงกว่าที่ประเมินไว้ หลังเชื้อ COVID-19 กลายพันธุ์แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

ทำให้ต้องคงระดับความเข้มข้นของมาตรการควบคุมโรคยาวนานขึ้น ส่งผลกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ แผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงอุปสงค์ในประเทศ ค่อนข้างมาก โดยมูลค่าความเสียหายต่อเศรษฐกิจอาจสูงถึง 4.0-5.8 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ การระบาดของ COVID-19 ระลอกเดือน เม.ย. ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศมากกว่า 3 เดือน โดยสถานการณ์การระบาดในประเทศจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์อังกฤษได้แพร่กระจายไปยังหลายคลัสเตอร์ทั่วประเทศ จนเป็นการยากที่จะควบคุมให้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว สะท้อนจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2,000-3,000 คนต่อวัน

ขณะที่สัดส่วนผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 2.3% (ข้อมูล ณ วันที่ 18 พ.ค.) และกระจุกตัวเพียงบางพื้นที่ ทำให้จำเป็นต้องกลับมาใช้มาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งย่อมกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

3 ปัจจัยที่เปลี่ยนไปจากการประเมินผลกระทบในการระบาดรอบนี้ ได้แก่ (1) รูปแบบการแพร่ระบาดที่มีแนวโน้มรุนแรงและลากยาวกว่าที่คาด ส่งผลให้ต้องคงระดับความเข้มข้นของมาตรการควบคุมโรคให้ยาวนานขึ้น (2) แผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่แน่นอนสูงจากการแพร่ระบาดของเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์อังกฤษและอินเดียในหลายประเทศ และ (3) เศรษฐกิจและตลาดแรงงานมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ล่าช้ากว่าเดิม

โดย Krungthai COMPASS มองว่า ในกรณีฐาน (Base case) คือ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ 4 เดือน (เม.ย.-ก.ค.) และอาจจะกระทบเศรษฐกิจยาวนานถึง 5 เดือน (เม.ย.-ส.ค.) เป็นกรณีแย่ (Worse case) ก่อนสถานการณ์จะทยอยคลี่คลายได้อย่างช้า ๆ ซึ่งอุปสงค์ในประเทศกระทบมากในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 โดยจากการประเมินในกรณีฐาน คาดว่าอุปสงค์ในประเทศจะเสียหายประมาณ 1.3 แสนล้านบาท หรือราว 0.9% ต่อจีดีพี และในกรณีเลวร้าย อุปสงค์ในประเทศอาจหายไปถึง 2.3 แสนล้านบาท หรือ 1.4% ของจีดีพี

นอกจากนี้ การแพร่ระบาดระลอกล่าสุดยังได้ส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่ประเมินไว้ โดยเฉพาะธุรกิจบริการที่ดำเนินกิจการได้อย่างจำกัดจากมาตรการควบคุมโรค และส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานให้เปราะบางมากขึ้น

ด้านการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอาจหายไปมากกว่า 1 ใน 3 ตามแผนการเดินทางและมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศที่ต้องล่าช้าออกไป เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่เกิดการระบาดระลอกที่ 3 ที่ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศจะอยู่ที่ 115.2 ล้านคน-ครั้ง โดยประเมินจากกรณีฐาน คาดว่าการระบาดระลอกล่าสุดจะส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวราว 4 เดือน กดดันให้จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศจะอยู่ที่ 81.2 ล้านคน-ครั้ง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายราว 1.8 แสนล้านบาท

ยิ่งกว่านั้น หากสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศลากยาวไปกว่าที่ประเมินไว้ (ในกรณีเลวร้าย) คาดว่าจะกระทบแผนการท่องเที่ยวลากยาวไปถึง 5 เดือน ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศเหลือเพียง 72.6 ล้านคน-ครั้ง และสร้างความเสียหายไม่ต่ำกว่า 2.3 แสนล้านบาท

ขณะที่นโยบายการเปิดประเทศอาจล่าช้า ส่งผลให้การท่องเที่ยวฟื้นตัวได้ช้า ซึ่งก็จะส่งผลให้ภาคบริการยังมีแนวโน้มซบเซาต่อไป นอกจากนี้ การระบาดของ COVID-19 จากเชื้อกลายพันธุ์ทั้งสายพันธุ์อังกฤษ (B.117) และสายพันธุ์อินเดีย (B.1.617) ในหลายประเทศ ทำให้แผนการเปิดประเทศต้องเป็นไปอย่างระมัดระวังและรัดกุมมากขึ้น ดังเช่นที่เกิดขึ้นในสิงคโปร์ที่ได้ประกาศ Lockdown อีกอย่างน้อย 1 เดือนหลังพบการระบาดระลอกใหม่ แม้ประชาชนในประเทศจะได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดสแล้วกว่า 33.6%

โดย Krungthai COMPASS ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2564 อาจเหลือเพียง 1-5 แสนคน จากเดิมที่เคยคาดไว้ที่ 1 แสนคน-2.4 ล้านคน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจถึง 0.9-1.2 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ดี ทิศทางเศรษฐกิจโลกและคู่ค้าที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง และการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ หนุนมูลค่าการส่งออกโดยรวม โดยเศรษฐกิจและมูลค่าการนำเข้าของคู่ค้าหลักในไตรมาสที่ 1 ฟื้นตัวได้ตามคาด ประกอบกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลดีต่อมูลค่าส่งออกของไทย สะท้อนจากส่งออกในไตรมาสแรกที่ขยายตัวได้ถึง 8.2% (ไม่รวมทองคำ)

ส่วนประเด็นเรื่องการขาดแคลนตู้ขนส่งสินค้าคาดว่าได้ผ่านพ้นจุดวิกฤตไปแล้วจากการอนุญาตให้เรือขนาดใหญ่สามารถเข้าเทียบท่าเรือไทยได้ เช่นเดียวกับการหมุนเวียนตู้สินค้าในต่างประเทศที่มีทิศทางดีขึ้นตามการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค

ทั้งนี้ Krungthai COMPASS จึงได้ปรับประมาณการส่งออกในปี 2564 ขยายตัว 8.5% ดีกว่าประมาณการครั้งก่อนที่ 6.0%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรุงไทย จีดีพี (GDP)