ประมูลรังนกอีแอ่นพัทลุงวุ่น “นายก อบจ.-ส.จ.-อปท.” ตบเท้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯทบทวนราคากลาง 450 ล้านบาทอีกครั้ง ด้านกลุ่มพิทักษ์ผลประโยชน์ เผยเบื้องลึกเกม “ฮั้วประมูล” บางบริษัทรังนก หวังกดราคากลางให้ต่ำลง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสัญญาสัมปทานรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุงสิ้นลงในวันที่ 14 มิถุนายน 2564 แต่ไม่มีรายใดซื้อซองเอกสารการประมูลอากรรังนกอีแอ่นทั้ง 2 ครั้ง จึงได้มีความเห็นปรับราคากลางจาก 500 ล้านบาท ลงมาเหลือ 450 บาทนั้น
ต่อมา นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง (อบจ.) ประธานคณะกรรมการกำหนดราคากลางรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุง เป็นประธานคณะกรรมการ ได้ร่วมประชุมกำหนดราคากลางเป็น 2 แนวทาง
คือ ราคากลาง 450 ล้านบาท และราคากลาง 475 ล้านบาทและให้ตัดสัญญาแนบท้ายออกไป เป็นเงินรวมประมาณ 8 ล้านบาทเศษ และที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุง
ได้มีมติให้ปรับราคากลางที่ราคา 450 ล้านบาทกำหนดการขายซองในวันที่ 18 พฤษภาคม 2564-วันที่ 2 มิถุนายน 2564 และยื่นซองประมูลและเปิดซองการประมูลในวันที่ 4 มิถุนายน 2564 เวลา 12.00 น. หอประชุมจังหวัดพัทลุง ศาลากลางจังหวัดพัทลุง แต่ถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 ยังไม่มีรายใดซื้อซองเอกสารประมูล
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง นายสุพัฒน์ ชาตรี ประธานสภาอบจ.พัทลุง และนายเกลื่อม พูลสง ประธานกลุ่มพิทักษ์ผลประโยชน์ประชาชนพัทลุง
พร้อมด้วย ส.จ.พัทลุง ตัวแทนผู้บริหาร อปท.จ.พัทลุง ได้นำหนังสือเข้ายื่นต่อนายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ในฐานะคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุงให้พิจารณาทบทวนกำหนดราคากลางใหม่เป็น 450 ล้านบาท
ทั้งนี้ จากการประชุม สภา อบจ.พัทลุง และตัวแทนผู้นำ อปท.ทั่วทั้งจังหวัด ได้มีมติร่วมกันว่า ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา รังนกอีแอ่นขาวที่ราคาการซื้อขาย 60,000 บาท/กก. ได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 3,200 กก. จึงเห็นว่าราคากลางการประมูลน่าจะอยู่ในราคา 475 ล้านบาท เพื่อจะได้นำเงินไปพัฒนาท้องถิ่น
นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า การกำหนดราคากลางเป็นมติของคณะกรรมการ เมื่อได้รับหนังสือต้องไปพิจารณารายละเอียดของ พ.ร.บ.รังนกอีแอ่น พ.ศ. 2540
ว่าขอบข่ายและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการจะประชุมกำหนดราคากลางรังนก ตามข้อเรียกร้องของตัวแทนประชาชนได้หรือไม่
ส่วนกรณีที่คณะกรรมการได้มีมติกำหนดราคากลางที่ 450 ล้านบาทนั้น เกรงว่าหากสัญญาว่างลงจะนำไปสู่การลักขโมย และปล้นรังนกอีแอ่น ซึ่ง 5 ปีที่ผ่านมา ทางจังหวัดได้ใช้เงินของ อบจ.พัทลุง ในการเฝ้าระวังไปมากกว่า 1 ล้านบาท แต่ยังมีการลักขโมยทั้ง 7 ถ้ำ จนทำให้ได้รับความเสียหาย
นายเกลื่อม พูลสง ประธานกลุ่มพิทักษ์ผลประโยชน์ประชาชนพัทลุง กล่าวว่า ในพื้นที่ภาคใต้ มีบริษัทประมูลรังนกอีแอ่น ประมาณ 5 บริษัท การที่ไม่มีการซื้อซองเอกสารในครั้งนี้ น่าจะมาจากการฮั้วประมูลของบางบริษัท จนทำให้มูลค่าราคากลางตกต่ำลง
“การออกมาพูดถึงรังนกส่งออกไม่ได้ เป็นกลยุทธ์ของบริษัทรังนก อาจจะนำไปสู่การประมูลรังนก ด้วยวิธีกรณีพิเศษจนนำไปสู่การฮั้วประมูลกันในที่สุด”
นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง กล่าวว่า สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง ผู้นำ อปท. เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบลทั่วทั้งจังหวัด จะเดินหน้าปกป้องผลประโยชน์ของชาวพัทลุง
จากการประมูลรังนกอีแอ่นให้ถึงที่สุด ซึ่งก็ได้ทำสำเร็จมาแล้วในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา จากราคากลาง 275 ล้านบาท ปรับเป็นราคากลาง 405 ล้านบาท จนมีการประมูลรังนกอีแอ่น
ด้วยราคา 450 ล้านบาท พร้อมทั้งขอเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงดำเนินการประมูลด้วยความโปร่งใส บริสุทธิ์ และยุติธรรม เพื่อผลประโยชน์ของท้องถิ่นจังหวัดพัทลุง
ส่วนจะนำไปสู่การฟ้องร้องต่อศาลหรือไม่ก็ต้องพิจารณากันต่อไป และหากว่าการประมูลด้วยกรณีพิเศษ อันเป็นการเปิดทางการฮั้วประมูลของกลุ่มบริษัทรังนกอีแอ่นบางบริษัท จนนำไปสู่การสูญเสียผลประโยชน์
ก็จะมีการเดินทางของตัวแทนประชาชนทั่วทั้งจังหวัด มาทวงถามจากคณะกรรมการรังนกอีแอ่น ณ บริเวณศาลากลางจังหวัด เหมือน 5 ปีที่ผ่านมา