เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ธปท.ทบทวนลดเงิน FIDF-จ่ายเงินปันผลประจำปี

11 มิ.ย. 2564 | 14:06น.

ธปท. ออกมาตรการเพิ่มเติม 3 มาตรการเสริม กำชับแบงก์ยืดหนี้เอสเอ็มอีถึงสิ้นปี’64-ปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุก ยันคงสถานะจัดชั้นหนี้-ไม่ติดเครดิตบูโร เล็งทบทวนจ่ายเงินปันผลประจำปี’64 ในไตรมาส 4 นี้ พร้อมพิจารณาลดเงิน FIDF จาก 0.23%

วันที่ 11 มิถุนายน 2564 นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เพิ่มเติม 3 มาตรการ ได้แก่ 1.การขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้ลูกหนี้เอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบรุนแรงและไม่สามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้ ซึ่งจากเดิมจะครบกำหนดพักชำระหนี้ในเดือนมิถุนายนนี้จะขยายไปถึงสิ้นปี 2564 โดยขยายครอบคลุมทุกกลุ่มจากเดิมที่อยู่ในกลุ่มวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาท โดยให้คงการจัดชั้นหนี้ ไม่ผิดนัดชำระหนี้และติดประวัติในบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) และไม่โดยเบี้ยปรับ

และ 2.กำหนดกลไกเพิ่มเติมให้การปรับโครงสร้างหนี้มีความชัดเจนมากขึ้นตามกระแสเงินสดของลูกหนี้ในระยะข้างหน้า โดยดูความสามารถในการชำระหนี้ การจ่ายหนี้คืน และขยายระยะเวลาให่สอดคล้อง เพื่อให้มีการปรับโครงสร้างหนี้เพิ่มมากขึ้น โดย ธปท.จะช่วยสถาบันการเงินในเรื่องของการจัดชั้นลูกหนี้ และการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ

ขณะที่ 3.ให้ธนาคารสามารถจ่ายเงินปันผลเฉพาะกาลได้ โดยจะต้องไม่เกินอัตราการจ่ายเงินปันผลเฉพาะกาลในปีก่อนหน้า และไม่เกิน 50% ของกำไรสุทธิในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 และยังคงงดซื้อหุ้นคืน ห้ามไถ่ถอน หรือซื้อหุ้นกู้ก่อนกำหนด เว้นจากสถาบันการเงินมีแผนจะออกทดแทน เนื่องจากในบางครั้งที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มขาลง จะมีสถาบันการเงินบางแห่งไถ่ถอนกองทุนเดิมและออกใหม่ เพื่อประหยัดในเรื่องของต้นทุน ซึ่งอันนี้สถาบันการเงินสามารถทำได้ เนื่องจากมีแผนจะออกทดแทนเข้ามา ทั้งนี้ ในส่วนของการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2564 ธปท.จะประเมินสถานการณ์และติดตามการช่วยเหลือลูกหนี้ เพื่อพิจารณาและกำหนดนโยบายการจ่ายปันผลประจำปี 2564 ในไตรมาส 4 ต่อไป

สำหรับการปรับลดอัตราการเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) จาก 0.23% ซึ่งมีการปรับลดลงจากเดิมที่อยู่ 0.46% นั้น ธปท.อยู่ระหว่างการพิจารณาโดยดูกลไกต่าง ๆ ซึ่งโจทย์สำคัญในการปรับลดอัตราเงินนำส่ง FIDF คือ การส่งผ่านเงิน FIDF ที่ลดลงส่งต่อไปยังลูกหนี้ได้อย่างไร จึงเป็นการบ้านที่ต้องพิจารณาเป็นสำคัญ

“ในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) ได้มีการประชุมและเห็นชอบให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ธุรกิจเอสเอ็มอีเพิ่มเติมในหลักการ 3 มาตรการด้วยกัน โดยประเด็นที่ ธปท. คือ การส่งผ่านความช่วยเหลือลูกหนี้อย่างมีคุณภาพ เพราะการพักเงินต้นและดอกเบี้ยคงไม่เพียงพอ แต่ต้องการให้ช่วยเหลือลูกหนี้ให้มีความยั่งยืนและสามารถอยู่รอดได้ โดยมีการปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดรับกับกระแสเงินสดในอนาคตผ่านมาตรการที่มีอยู่ได้”