เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าครองชีพ 9 เดือนปี’69 พุ่ง 21,217 บาท/เดือน “น้ำมัน-ค่าเดินทาง” ตัวดันหลัก
Economic ค่าครองชีพ 9 เดือนปี’69 พุ่ง 21,217 บาท/เดือน “น้ำมัน-ค่าเดินทาง” ตัวดันหลัก
ลงทุน ‘ภูเก็ต’ พุ่ง 2 แสนล้าน บิ๊ก ‘อสังหาฯ-ค้าปลีก’ ลุยไม่หยุด 
Real Estate ลงทุน ‘ภูเก็ต’ พุ่ง 2 แสนล้าน บิ๊ก ‘อสังหาฯ-ค้าปลีก’ ลุยไม่หยุด 
เจ้าพระยาเริ่มคลี่คลาย กรมชลฯ ลดระบายเหลือ 2,350 ลบ.ม./วินาที รับฝนใหม่ 9-13 ต.ค.
Economic เจ้าพระยาเริ่มคลี่คลาย กรมชลฯ ลดระบายเหลือ 2,350 ลบ.ม./วินาที รับฝนใหม่ 9-13 ต.ค.
น้ำท่วม-ดีเซลทะลุ 40 บาท ฉุดความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ย. ลดครั้งแรกรอบ 4 เดือน
Economic น้ำท่วม-ดีเซลทะลุ 40 บาท ฉุดความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ย. ลดครั้งแรกรอบ 4 เดือน
กระทิง พูนผล กลั่นความล้มเหลวเป็นหนังสือ ‘Unbeatable’ จัดการปัญหา-ฮีลใจ
Biz Movement กระทิง พูนผล กลั่นความล้มเหลวเป็นหนังสือ ‘Unbeatable’ จัดการปัญหา-ฮีลใจ
Super LBA รุ่น 3 DPU ชู ‘กฎหมายเชิงรุก’ ปิดรอยรั่วธุรกิจ รับมือ M&A–คดีความ–ภัยไซเบอร์
Uncategorized Super LBA รุ่น 3 DPU ชู ‘กฎหมายเชิงรุก’ ปิดรอยรั่วธุรกิจ รับมือ M&A–คดีความ–ภัยไซเบอร์
ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 66,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 66,550 บาท
ด่วน ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี ‘ศุภจี’ โดนด้วย
ไฮไลท์ประชาชาติ ด่วน ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี ‘ศุภจี’ โดนด้วย
DMT ส่งต่อสมุดรีไซเคิลให้โรงเรียนน้ำท่วม ฟื้นฟูการเรียน
Biz Movement DMT ส่งต่อสมุดรีไซเคิลให้โรงเรียนน้ำท่วม ฟื้นฟูการเรียน
กกพ.รื้อค่าไฟแพง ทุบราคารับซื้อโซลาร์เหลือ 2.1 บาท จาก 11 บาท/หน่วย
Economic กกพ.รื้อค่าไฟแพง ทุบราคารับซื้อโซลาร์เหลือ 2.1 บาท จาก 11 บาท/หน่วย
ดูทั้งหมด

สธ.เปิดผลศึกษาวัคซีน ชี้ซิโนแวคยังได้ประสิทธิผลดีต่อการป้องกันโควิด

19 ก.ค. 2564 | 17:25น.
ซิโนแวค

สธ.เปิดผลการศึกษาวัคซีนที่ใช้ในสนามจริง ชี้ซิโนแวคยังได้ประสิทธิผลดี ฉีดครบ 2 เข็มลดป่วยรุนแรงได้จริง ขณะที่แอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็มเกิน 14 วันป้องกันติดเชื้อได้ 83.8% พร้อมแจงการปรับสูตรสลับชนิด เป็นการเพิ่มทางเลือกประชาชน

วันที่ 19 กรกฎาคม 2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค แถลงข่าวประเด็นประสิทธิผลของวัคซีนโควิดในการใช้จริงของประเทศไทย ว่าจากการศึกษาประสิทธิผลของวัคซีนโควิดในการใช้จริงของประเทศไทย ขณะนี้มีการศึกษาอยู่ 4 การศึกษา โดย 2 การศึกษาแรกเป็นการศึกษาในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ติดตามว่าในบรรดากลุ่มดังกล่าวมีใครติดเชื้อ และมีกี่รายได้รับวัคซีน กี่รายไม่ได้รับวัคซีน ที่ จ.ภูเก็ต และ จ.สมุทรสาคร ส่วนอีกกลุ่มเป็นการศึกษาในบุคลากรสุขภาพจากเหตุการณ์การระบาดใน จ.เชียงราย และอีกการศึกษาคือจากฐานข้อมูลกรมควบคุมโรคเกี่ยวกับบุคลากรสาธารณสุขที่มีการติดเชื้อในเดือน พ.ค.- มิ.ย. มาทำการศึกษา

นพ.ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ

ผลศึกษาภูเก็ต-สมุทรสาคร

ทั้งนี้ในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. ส่วนใหญ่คนที่ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์จะเป็นซิโนแวค จะมีแอสตร้าเซนเนก้าบ้างเฉพาะบางการศึกษาเท่านั้น ซึ่งจากการศึกษาประสิทธิผลในพื้นที่จริง จ.ภูเก็ต ช่วงเดือน เม.ย. ที่เริ่มมีการฉีดวัคซีน ขณะเดียวกันก็พบมีผู้ติดเชื้อได้มีการติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงกว่า 1,500 ราย พบติดเชื้อ 124 ราย เปรียบเทียบเปอร์เซ็นต์การติดเชื้อระหว่างคนที่ได้รับวัคซีนและไม่รับวัคซีนพบว่าคนรับวัคซีนแล้ว ประสิทธิผลป้องกันติดเชื้ออยู่ที่ 90.7%

สำหรับการศึกษาในสมุทรสาคร การศึกษาคล้ายคลึงกัน โดยผู้สัมผัสเสี่ยงสูงมีทั้งหมด 500 กว่าราย พบติดเชื้อ 116 ราย เมื่อเปรียบเทียบคนที่ได้รับวัคซีน 2 เข็มในกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูง ว่ามีใครติดเชื้อบ้างและเปรียบเทียบกับคนที่ไม่ได้รับวัคซีน เมื่อเปรียบเทียบแล้วพบประสิทธิผลป้องกันการติดเชื้อสูงถึง 90.5%

ดังนั้น เมื่อดูข้อมูลในช่วงการศึกษาทั้ง 2 จังหวัด พบว่าประสิทธิผลวัคซีนซิโนแวค ในช่วง เม.ย.-พ.ค. ที่ศึกษา ขณะนั้นเป็นสายพันธุ์อัลฟ่า จึงพบว่าประสิทธิผลดีพอสมควร ในสนามจริงอยู่ที่ 90% ผลการศึกษานี้ดีกว่าการศึกษาจริงในประเทศอื่น และดีกว่าผลการศึกษาตอนเริ่มทำการทดลองในบราซิล ตุรกี อยู่ที่ 50-70% ซึ่งตอนนั้นก็คนละสายพันธุ์กับบ้านเรา ดังนั้น การป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์อัลฟ่า จากข้อมูลที่เรามีก็เป็นเครื่องยืนยันว่า ประสิทธิผลวัคซีนซิโนแวคสามารถป้องกันการติดเชื้อได้

ผลศึกษาในบุคลากรเชียงราย

นอกจากนี้ การศึกษาที่ จ.เชียงราย ที่พบการระบาดในบุคลากรสุขภาพ มีการติดเชื้อและตรวจบุคลากรที่มีความเสี่ยงไปเกือบ 500 ราย พบติดเชื้อ 40 ราย จึงมาดูว่าใครติดเชื้อบ้าง แล้วใครติดเชื้อมีอาการปอดอักเสบบ้าง ซึ่งครั้งนั้นเกิดช่วงเดือน มิ.ย. โดยยังเป็นสายพันธุ์อัลฟ่าอยู่ ทั้งนี้ พบค่าประสิทธิภาพของวัคซีนที่เปรียบเทียบผู้ได้รับวัคซีน 2 เข็มครบ พบประสิทธิผลอยู่ที่ 88.8% และประสิทธิผลป้องกันปอดอักเสบอยู่ที่ 85%

แต่ จ.เชียงราย ยังมีข้อมูลน่าสนใจตรงบางส่วนได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า จำนวน 1 เข็ม ครบ 14 วัน ซึ่งปกติแอสตร้าเซนเนก้าจะฉีด 2 เข็มต้องห่างกันถึงประมาณ 10 สัปดาห์ โดยคนที่ได้รับแอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็ม 50 ราย ก็พบว่าป้องกันการติดเชื้อได้เช่นเดียวกัน โดยประสิทธิภาพ 1 เข็มอยู่ที่ 83.8%

ผลศึกษาจากฐานข้อมูลสุขภาพของประเทศ

ส่วนการศึกษาที่นำฐานข้อมูลของประเทศมาว่า ในบุคลากรสุขภาพแต่ละเดือนมีการติดเชื้อเท่าไหร่ และนำมาเปรียบเทียบดู ซึ่งกรมควบคุมโรคได้ติดตามฐานข้อมูลการเฝ้าระวังการเจ็บป่วย เปรียบเทียบข้อมูลการฉีดวัคซีนของประเทศ พบว่าในเดือน พ.ค. การระบาดตอนนั้นยังเป็นอัลฟ่าอยู่ โดยประสิทธิผลการฉีดวัคซีน 2 เข็มอยู่ที่ 71% ส่วนเดือน มิ.ย. เริ่มมีการระบาดของเดลต้า ซึ่งภาพรวมของประเทศอยู่ที่ 20-40% โดยพบประสิทธิผลอยู่ที่ 75% ไม่ได้ลดลงไป ดังนั้นมีข้อกังวลว่าสายพันธุ์เดลต้าจะมีผลต่อประสิทธิภาพของซิโนแวคในการใช้จริงมากน้อยเพียงใด ขณะนี้การใช้ในสนามจริงยังคงที่ แม้ภาพรวมของการติดตามผลทางห้องปฏิบัติการพบว่าลดการสร้างค่า neutralizing antibody อยู่บ้าง

“แต่โดยสรุปคือ วัคซีนทุกตัวปลอดภัย ส่วนประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ความเสี่ยงมากเสี่ยงน้อย แต่ประสิทธิผลของโคโรนาแวคชนิดเชื้อตายการใช้จริงในไทยได้ผลดีพอสมควร ป้องกันการติดเชื้อ 90% ปอดบวมประมาณ 85% ต้องทำความเข้าใจว่าไม่ใช่ไม่มีประสิทธิภาพ หรือประสิทธิผลต่ำแล้วเรามาเปลี่ยนสูตรการใช้ เราคาดการณ์ล่วงหน้าไว้อยู่แล้วเมื่อเกิดสายพันธุ์เดลต้า จึงปรับวิธี”

ฉีดสลับยี่ห้อไม่ได้บังคับ

นอกจากนี้ นพ.ทวีทรัพย์ กล่าวต่อว่า กรณีการฉีดวัคซีนซิโนแวคในเข็มที่ 1 และฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในเข็มที่ 2 นั้น ยืนยันว่าสูตรนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ สามารถฉีดได้กับทุกกลุ่มทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ และสตรีตั้งครรภ์ ไม่มีผลเสียและสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้ โดยฉีดเข็มแรกห่างจากเข็มที่สองอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ และยืนยันว่าสูตรนี้ไม่ได้เป็นการบังคับฉีด ซึ่งในส่วนของแผนงานเดิมทั้งการฉีดวัคซีนซิโนแวค หรือแอสตร้าเซนเนก้า ใน 2 เข็มยังคงมีอยู่ ดังนั้นสูตรนี้จึงเป็นเพียงการเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การฉีดและจัดหาวัคซีนเป็นไปตามนโยบาย ของ สธ. และรับการอนุมัติจากรัฐบาล ในขณะนี้ประเทศไทยมีวัคซีนหลักที่รัฐบาลจัดสรรให้ประชาชนฉีดฟรีจำนวน 3 ยี่ห้อ ได้แก่ แอสตร้าเซนเนก้า ซิโนแวค ขณะนี้เจรจาเพิ่มเติมคือ ไฟเซอร์ ทั้ง 3 คือวัคซีนหลักที่มีสถานะการสั่งจองแล้ว ส่วนอีก 2 ยี่ห้อที่อยู่ระหว่างการเจรจา คือ จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และวัคซีนสปุตนิก ซึ่งเป็นวัคซีนไวรัลเวกเตอร์ สาเหตุที่ยังไม่มีความคืบหน้าจัดหาทั้ง 2 ตัว ไม่ใช่เพราะเราไม่ได้ดำเนินการ แต่เป็นปัญหาของแหล่งผลิต อย่างกรณีของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ทางบริษัทขอเลื่อนการลงนามทำสัญญากับเรา สืบเนื่องจากโรงงานสหรัฐอเมริกา มีปัญหาเรื่องแหล่งผลิตอยู่จึงไม่พร้อมลงนามทำข้อผูกมัด ส่วนสปุตนิกต้องรอให้มีการจดทะเบียนขั้นตอนกับทาง อย.

ไฟเซอร์ไตรมาส 4 ฉีดกลุ่มเสี่ยง

นพ.ทวีทรัพย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 20 ล้านโดส ที่กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งจองไปนั้น คาดว่าจะสามารถนำเข้ามาภายในประเทศไทยได้ในช่วงไตรมาส 4 หรือหลังเดือนตุลาคมเป็นต้นไป โดยกลุ่มแรกที่จะได้รับการฉีด คือ ประชาชนในกลุ่มเสี่ยง 7 โรค เด็ก ผู้สูงอายุ และบุคลากรทางการแพทย์ หลังจากนั้นจะพิจารณาในส่วนของประชาชนทั่วไปและกลุ่มที่จะได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ศึกษาแหล่งผลิตวัคซีนรุ่น 2

ส่วนที่ดำเนินต่อไปคือการจัดหาวัคซีนในปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะมีการระบาดสายพันธุ์ใหม่ เริ่มมีการศึกษาดูว่าจะมีวัคซีนในแหล่งผลิตใดที่พัฒนาวัคซีนรุ่น 2 เราได้มีการติดตามและทาบทามบริษัทที่พัฒนาเรื่องนี้อยู่มีทั้งสิ้น 3-4 บริษัท ล้วนแต่เป็นบริษัทชั้นนำ

ย้ำว่าเตรียมการจัดหา มีกระบวนการ ขั้นตอนแต่ถึงตอนสุดท้ายอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น