เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
ดูทั้งหมด

เครื่องแบบพนักงาน ยังจำเป็นอยู่ไหม ?

30 ก.ค. 2564 | 11:07น.
ประกอบบทความ
คอลัมน์ เอชอาร์ คอร์เนอร์
ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์
https://tamrongsakk.blogspot.com

จากอดีตจนถึงปัจจุบันจะพบว่าหลายบริษัทจะมีนโยบายในการแจกยูนิฟอร์ม หรือเครื่องแบบพนักงานโดยกำหนดไว้เป็นระเบียบเอาไว้เลยว่าพนักงานจะต้องใส่เครื่องแบบตลอดเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ภายในบริเวณบริษัท

หลักคิดในการให้พนักงานใส่เครื่องแบบคงต้องการให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย สามารถแยกได้ชัดเจนว่าใครเป็นพนักงานใครเป็นบุคคลภายนอกที่เข้ามาในบริษัท

เครื่องแบบพนักงานจึงต้องมีโลโก้ หรือสัญลักษณ์ของบริษัทติดเอาไว้ชัดเจน ซึ่งในปัจจุบันหลายบริษัทที่มีนโยบายผ่อนคลายจากเดิมที่กำหนดให้พนักงานต้องใส่เสื้อเชิ้ตผูกเนกไท มาเป็นให้พนักงานใส่เสื้อยืด หรือเสื้อแจ็กเกตที่มีโลโก้ของบริษัท ผมยังจัดให้ลักษณะแบบนี้เป็นการกำหนดให้พนักงานใส่เครื่องแบบเหมือนกันครับ

ตอนผมจบมาใหม่ ๆ ได้เข้าทำงานในธนาคารแห่งหนึ่งเมื่อหลายสิบปีที่แล้วจะกำหนดให้พนักงานชายจะต้องใส่เสื้อเชิ้ตกางเกงขายาวสีเข้มรองเท้าหนัง และต้องผูกเนกไทที่มีโลโก้ของธนาคารที่แจกให้ปีละ 2 เส้น ส่วนพนักงานหญิงจะได้รับผ้าจากธนาคาร ซึ่งผ้าจะเป็นสีที่ธนาคารกำหนดไปตัดเอง (ผ้าที่ธนาคารแจกจะตัดยูนิฟอร์มได้ 2 ชุด ถ้าพนักงานต้องการมากกว่านี้ต้องซื้อผ้าเพิ่มเอง)

ระเบียบของธนาคารจะกำหนดให้มียูนิฟอร์มสำหรับพนักงานที่ตำแหน่งต่ำกว่าหัวหน้าส่วน (เทียบเท่าผู้จัดการสาขา) เท่านั้น ดังนั้น คนที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วน (ในสำนักงานใหญ่) และผู้จัดการสาขาขึ้นไปถึงจะไม่ต้องใส่ยูนิฟอร์ม เพราะถือว่าเป็นผู้บริหารระดับกลาง (ในสมัยนั้น) ขึ้นไป

ผมเชื่อว่าในสมัยก่อนที่ยังไม่มีโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาท และอิทธิพลมากเหมือนในปัจจุบัน การใส่เครื่องแบบของบริษัทไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดที่ผมบอกมาข้างต้น อาจทำให้ผู้สวมใส่เกิดความภูมิใจที่เป็นพนักงานขององค์กรนั้น ๆ และในมุมของฝ่ายบริหารก็เกิดความรู้สึกเป็นระเบียบเรียบร้อย

แต่ปัจจุบันสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปโซเชียลมีเดียเข้ามามีอิทธิพลต่อทุกคน !

เราจะเห็นหลาย ๆ กรณีมาแล้วครับว่าพนักงานบริษัทใส่ยูนิฟอร์มที่มีโลโก้ของบริษัท (ไม่ว่าจะเป็นยูนิฟอร์มเต็มรูปแบบหรือเป็นเสื้อยืดหรือเสื้อแจ็กเกตที่มีตราโลโก้ของบริษัทก็ตาม) เข้าไปในที่ชุมนุมทางการเมือง (ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม) หรือใส่ยูนิฟอร์มของบริษัทแล้วไปเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกับคู่กรณีบนถนน หรือพนักงานไปทำสิ่งไม่ดีไม่งามในที่สาธารณะ ฯลฯ

Advertisement

แล้วมีคนถ่ายคลิปเอาไว้ และนำไปลงสื่อโซเชียลก็จะเกิดการส่งต่อคลิป และวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อโซเชียลจนหลายกรณีทำให้บริษัทโดนด่าโดนโจมตี บางครั้งโดนกระแสแบนหรือบอยคอต (boycott-การคว่ำบาตร) ไม่ให้ซื้อสินค้าหรือบริการของบริษัทนั้น ๆ ทำให้บริษัทเกิดความเสียหาย

จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่ายูนิฟอร์มขององค์กรที่เคยถูกนำมาใช้เพื่อความภาคภูมิใจ และสร้างชื่อเสียงให้องค์กรในอดีตจะกลายเป็นดาบสองคมในยุคปัจจุบันและอนาคตหรือไม่ ?

ตรงนี้แหละครับผมเลยอยากจะฝากเรื่องนี้เป็นข้อคิดสำหรับผู้บริหารในองค์กรต่าง ๆ ว่า

1.ยูนิฟอร์มที่มีโลโก้มีตรา (brand) ของบริษัทยังเป็นสิ่งจำเป็นหรือไม่

2.ถ้ายังตอบว่าจำเป็น เช่น พนักงานในโรงงานจำเป็นต้องใส่ยูนิฟอร์มจะได้แยกแยะได้ว่าเป็นพนักงาน หรือเป็นบุคคลภายนอก ก็ควรจะกำหนดให้พนักงานใส่ยูนิฟอร์มเฉพาะในโรงงานเท่านั้นไม่ให้ใส่ยูนิฟอร์มกลับบ้าน ซึ่งปัจจุบันมีหลายบริษัทที่ปฏิบัติเช่นนี้อยู่

3.บริษัทที่แจกเสื้อยืดหรือเสื้อแจ็กเกตให้พนักงานใส่ ยังจำเป็นต้องให้เสื้อยืดนั้นมีโลโก้ของบริษัทอีกต่อไปหรือไม่ ถ้าเปลี่ยนเป็นให้พนักงานใส่เสื้อยืดหรือเสื้อแจ็กเกตของตัวเองบริษัทก็ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการทำเสื้อยืดแจกให้กับพนักงานทุกปี (หรือบางแห่ง 2 ปีครั้ง) ซึ่งจะลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ไม่น้อยจะดีกว่าไหม

4.โลโก้ หรือ brand ของบริษัทมีมูลค่า และมูลค่านี้ต้องใช้เวลาสร้าง กว่าจะได้รับความเชื่อถือจากลูกค้าและสังคมก็ไม่น้อย ถ้าต้องมาเสียไปเพราะพนักงานนำโลโก้นี้ติดตัวไปที่สาธารณะ ซึ่งปัจจุบันก็มีกล้องจับอยู่แทบทุกที่ จะเกิดความสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความเสียหายตามมาในภายหลังหรือไม่

5.บางคนอาจเห็นแย้งว่า ผมมองอะไรในแง่ลบเกินไปหรือเปล่า เพราะในทางกลับกัน ถ้าพนักงานของบริษัทใส่เสื้อที่มีโลโก้ของบริษัทไปทำความดีล่ะบริษัทก็ได้ชื่อเสียงไปด้วยไม่ใช่หรือก็ตอบได้ว่าระหว่างเรื่องร้าย ๆ กับเรื่องดี ๆ ทุกวันนี้สื่อ (ไม่ว่าจะสื่อหลักหรือสื่อโซเชียลก็ตาม) ในบ้านเราชอบเสนอเรื่องร้าย หรือดีมากกว่ากันล่ะครับ ท่านคงคิดต่อได้นะครับว่าบริษัทจะได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์มากกว่ากัน

ท่านที่อ่านมาทั้งหมดนี้อาจจะเห็นด้วยกับผม หรือไม่เห็นด้วยก็คงเป็นสิทธิของท่านแหละครับ ไม่จำเป็นต้องเชื่อผมทั้งหมด แต่ควรใช้หลักกาลามสูตรคิดวิเคราะห์ผลดีผลเสียให้รอบด้าน ผมแค่เป็นคนนำเสนอไอเดียในมุมหนึ่งเท่านั้นเองครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ เอชอาร์ คอร์เนอร์