เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
Real Estate กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
“บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
Economic “บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
ดูทั้งหมด

‘ภูเก็ตแซนด์บอกซ์’ เดือนแรก เงินสะพัด สู่ระบบเศรษฐกิจพันล้าน

01 ส.ค. 2564 | 07:21น.
คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ
ณัฏฐ์พิชญ์ วงษ์สง่า
[email protected]

ผ่านไป 1 เดือนแล้ว สำหรับการทดลองเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติของจังหวัดภูเก็ต หรือ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์”

แม้การดำเนินงานในระยะแรกจะขลุกขลักบ้าง เพราะระบบบางอย่างไม่พร้อม แต่ผลลัพธ์สุดท้ายก็ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย

โดยประเมินกันคร่าว ๆ ว่า เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาจะมีนักท่องเที่ยวราว 13,000-15,000 คน (ณ วันที่ 26 กรกฎาคม 2564 มีจำนวน 11,806 คน)

จากการเก็บสถิติของกระทรวงการท่องเที่ยวฯระบุว่า นักท่องเที่ยวที่เข้าภูเก็ตแซนด์บอกซ์มีการใช้จ่ายต่อคนต่อทริปเฉลี่ยอยู่ที่ราว 89,000 บาท (จากจำนวนวันเข้าพักเฉลี่ยประมาณ 11 คืน) หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 8,000 บาท พร้อมให้ข้อมูลว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มแรก ๆ ที่เข้ามาส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลักเซอรี่ พร้อมใช้เงิน

ขณะที่ ศบศ.แถลงไปก่อนหน้านี้ว่า เดือนแรกภูเก็ตน่าจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 1 หมื่นคน ใช้จ่ายเฉลี่ย 70,000 บาทต่อคนต่อทริป เงินสะพัด 534 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนลองคำนวณจากการคาดการณ์เบื้องต้นก็น่าจะอยู่ในอัตราใกล้เคียงกับของกระทรวงท่องเที่ยวฯ เนื่องจากเฉพาะค่าโรงแรม ที่พัก กลุ่ม 5 ดาวตอนนี้ก็น่าจะเฉลี่ยประมาณ 3,000 บาทต่อคืน หากนักท่องเที่ยวจองอย่างต่ำ 14 คืน จะประมาณ 42,000 บาท รวมค่าทำสวอบ (RT-PCR) อีก 3 ครั้ง 8,000 บาท ก็จะตกอยู่ที่ราว 50,000 บาท

นี่ยังไม่รวมค่าอาหาร ค่าช็อปปิ้ง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

หรือคำนวณง่าย ๆ แค่นักท่องเที่ยวใช้จ่ายเฉลี่ยวันละ 5,000 บาท หากอยู่ 14 วัน จะใช้เงินประมาณ 70,000 บาท

นั่นหมายความว่า หากอิงตามข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะพบว่าในช่วงเดือนแรกของการเปิด “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” น่าจะมีเงินสะพัดในภูเก็ตแล้วไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

แต่หากคำนวณตามเกณฑ์การประเมินขั้นต่ำที่การใช้จ่ายเฉลี่ยที่ 70,000 บาทต่อคนต่อทริป เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาจะมีเงินเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจในภูเก็ตแล้วราว ๆ 900 ล้านบาท

คนภูเก็ตอาจมีคำถามว่า เงินที่ว่าสะพัด 900-1,000 ล้านบาทนี้ เกิดขึ้นจริงไหม แล้วไปอยู่ที่ใคร…แน่นอนว่า กลุ่มที่เห็นชัดเจนสุดน่าจะเป็นโรงแรม ที่พัก

แต่ต้องยอมรับว่า รายได้ที่เกิดขึ้นนี้อาจยังไม่เป็นกอบเป็นกำนัก เพราะจำนวนคนที่เข้ามายังถือว่าน้อยมาก หากเทียบกับช่วงเวลาปกติที่มีมากถึงปีละกว่า 10 ล้านคน สร้างรายได้ปีละ 4-5 แสนล้านบาท

ที่สำคัญ ก็คงยังไม่ได้ทำให้โรงแรมแต่ละแห่ง “คุ้มทุน” กับการเปิดให้บริการแต่อย่างใด แต่ก็น่าจะดีกว่าไม่ทำอะไรเลยสักอย่างแน่ ๆ

ประเด็นสำคัญคือ ทำอย่างไรที่จะสื่อสารให้ทั่วโลกรับรู้ว่า “ภูเก็ต” เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย มีศักยภาพในการเปิดรับต่างชาติ มีระบบการบริหารจัดการและการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 การแพร่ระบาดในภาพรวมของประเทศไทยนั้นไม่เกี่ยวกับพื้นที่เกาะภูเก็ต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวต่างชาติ

เพื่อให้ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” ยังสามารถเดินหน้าได้ตามเป้าหมายเปิดประเทศเพื่อฟื้นเศรษฐกิจต่อไป

เพราะเวลานี้ “ภูเก็ต” คือโมเดลแห่งความหวังของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย

ส่วนประเด็นที่น่าจับตามองหลังจากนี้คือ การต่อยอด “แซนด์บอกซ์” จากภูเก็ตสู่สมุย พะงัน เกาะเต่า ตั้งแต่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา และอีก 2 จังหวัดคือ เกาะพีพี เกาะไหง อ่าวไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ และเกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่ และเขาหลัก จังหวัดพังงา ในวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่าจะทำให้ “ภูเก็ตเดสติเนชั่น” ของไทยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มากยิ่งขึ้นแค่ไหน อย่างไร

อย่างไรก็ตาม ถึงวันนี้คนภูเก็ตเองก็ต้องยอมรับว่า “ภูเก็ต” นั้นได้เปรียบจังหวัดอื่น ๆ ค่อนข้างมาก เพราะ 1.คนภูเก็ตได้รับการฉีดวัคซีนเกิน 70% แล้ว หากเกิดการแพร่ระบาดของโควิดอีกระลอก ก็คงไม่หนักหนาสาหัสเหมือนพื้นที่อื่น ๆ แน่นอน

และ 2.ธุรกิจท่องเที่ยวของภูเก็ตเริ่มขยับแล้ว แม้ว่าจะยังไม่มากพอที่จะทำให้ผู้ประกอบการที่กลับมาเปิดให้บริการอยู่ได้ หรือ “คุ้มทุน” แต่ก็ต้องยอมรับว่า ทำให้คนจำนวนหนึ่งเริ่มกลับมามีงานทำ มีรายได้บ้างแล้ว

วันนี้ “ภูเก็ต” จึงเป็นเมืองที่น่าอิจฉาของเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ

ในฐานะที่ภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่อง อาจต้องลงแรง ลงใจ อดทนและเสียสละมากหน่อย แต่ถ้าฟื้นก็จะเป็นพื้นที่ที่ฟื้นก่อนคนอื่นเช่นกัน ในทางกลับกัน ก็อยากให้ทุกจังหวัดทั่วประเทศให้กำลังใจ “ภูเก็ต” ให้เดินต่อไปได้ตามแผน และเป็นหัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาพธุรกิจการท่องเที่ยวอีกครั้งได้…