เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 เปิดแก้ข้อมูลลงทะเบียนถึง 15 ก.ค.นี้ เช็กเงื่อนไข 4 กรณี
HR เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 เปิดแก้ข้อมูลลงทะเบียนถึง 15 ก.ค.นี้ เช็กเงื่อนไข 4 กรณี
“ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ดันยอดผู้โดยสาร MRT 4 สายเพิ่มขึ้น ‘สีชมพู’ มากสุด
Economic “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ดันยอดผู้โดยสาร MRT 4 สายเพิ่มขึ้น ‘สีชมพู’ มากสุด
ไทม์ไลน์ความขัดแย้ง ‘ทราย สมุทร’ ถึงจุดเปลี่ยน แม่ยื่นถอนฟ้องเปิดทางเจรจา
News ไทม์ไลน์ความขัดแย้ง ‘ทราย สมุทร’ ถึงจุดเปลี่ยน แม่ยื่นถอนฟ้องเปิดทางเจรจา
“แอร์เอเชีย” พร้อมบินเส้นทางระหว่างประเทศจาก “สนามบินหัวหิน”
Business “แอร์เอเชีย” พร้อมบินเส้นทางระหว่างประเทศจาก “สนามบินหัวหิน”
โตโยต้า ปลุกตลาดรถกลางปี ลุ้นส่วนลด ”หนึ่งแสน“ บาท  
Automotive โตโยต้า ปลุกตลาดรถกลางปี ลุ้นส่วนลด ”หนึ่งแสน“ บาท  
‘บอร์ด ป.ป.ส.’ เคาะ 6 มาตรการ สกัดยาเสพติดสนามบิน ใช้ยาแรงคุมเข้มลูกเรือรับหิ้ว
Politics ‘บอร์ด ป.ป.ส.’ เคาะ 6 มาตรการ สกัดยาเสพติดสนามบิน ใช้ยาแรงคุมเข้มลูกเรือรับหิ้ว
ธ.ก.ส. คิกออฟ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ ปล่อยกู้ 30,000 ล้าน ยันพร้อมขยายวงเงินหากไม่พอ
Finance ธ.ก.ส. คิกออฟ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ ปล่อยกู้ 30,000 ล้าน ยันพร้อมขยายวงเงินหากไม่พอ
รู้ทันก่อนโอนลงทุน : เกราะป้องกันภัยในยุคดิจิทัล
Finance รู้ทันก่อนโอนลงทุน : เกราะป้องกันภัยในยุคดิจิทัล
ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ 66,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ 66,350 บาท
KTC พบรายการบิ๊กลอต 20 ล้านหุ้น ราคา 35 บาท มูลค่า 700 ล้านบาท
Finance KTC พบรายการบิ๊กลอต 20 ล้านหุ้น ราคา 35 บาท มูลค่า 700 ล้านบาท
ดูทั้งหมด

ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ “ประยุทธ์” พฤติกรรมค้าความตาย โอหังคลั่งอํานาจ

16 ส.ค. 2564 | 11:34น.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

6 พรรคฝ่ายค้าน ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ “ประยุทธ์” – 5 รัฐมนตรี ชี้ นายกฯ มีพฤติกรรม ค้าความตาย – โอหังคลั่งอํานาจ ศักดิ์สยาม ทำตัวเสเพล อนุทิน โม้โอ้อวด มุ่งหาแต่วัคซีนลึกลับ แต่ด้อยคุณภาพ

วันที่ 16 สิงหาคม 2564 เวลา 09.40 น. ที่รัฐสภา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย หัวหน้าพรรค แกนนำพรรคฝ่ายค้านอีก 6 พรรค ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอีก 5 ราย ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้มีการประชุม ส.ส. เพื่อพิจารณาญัตติดังกล่าว

นายสมพงษ์กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้าน เราได้มีการรวมตัวพิจารณากันและพิจารณาข้อบกพร่องของรัฐบาล ทั้งการบริหารวัคซีนโควิด-19 ปัญหาเศรษฐกิจ เรามีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นตัวบุคคล ขอให้ประธานรัฐสภาบรรจุวาระเป็นเรื่องด่วนต่อไป ทั้งนี้ ในญัตติมีการกำหนดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ประกอบด้วย

1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 2.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 3.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 4.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 5.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 6.นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

นายสมพงษ์กล่าวว่า เบื้องต้นเราอยากจะได้เวลาอภิปรายอย่างน้อย 3 วัน ทั้งนี้ ฝ่ายค้านได้พิจารณากันถ่องแท้และปรึกษาหารือกัน มีการเสนอรายชื่อบุคคลมามากมาย แต่ฝ่ายค้านได้หารือกันและจบที่ 6 คน ส่วนที่ไม่มีชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับกระทรวงแรงงานนั้น ในที่ประชุมได้มีการสอบถามว่า แต่เราต้องการเน้นที่เรื่องโควิด-19 เศรษฐกิจ เป็นหลัก เรามองดูรัฐมนตรีที่รับผิดชอบโดยตรง เจ้านายคือตัวนายกฯ รัฐมนตรีที่รับผิดชอบโดยตรง ตัวที่รับผิดชอบจริงคือนายกฯ

“เชื่อว่าสิ่งที่เราได้กำหนดและตั้งใจอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล สิ่งที่เราได้รวบรวมหลักฐานนั้นครบถ้วน ส.ส.ทุกท่านในฝ่ายรัฐบาลก็จะต้องคิดเหมือนกันว่าฝ่ายค้านอภิปรายอย่างไร ความเดือดร้อนประชาชนเป็นอย่างไร ทราบข่าวอยู่ทุกวันว่าการจัดการโควิด-19 ไม่ได้เรื่อง ผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาลก็ควรจะต้องพิจารณาเรื่องนี้ วิงวอนผู้แทนฝ่ายรัฐบาลตัดสินใจว่าเที่ยวนี้สุด ๆ แล้ว ไม่มีอะไรสุดไปกว่านี้ ขอให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่มีความคิดความอ่านที่คิดถึงประชาชนที่เลือกมา การเลือกตั้งครั้งหน้ายังมี” นายสมพงษ์กล่าว

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า กระบวนการก็เหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกครั้งที่แต่ละพรรคมีชื่อบุคคลที่ไม่ไว้วางใจเป็นของตนเอง แต่ที่สุดแล้วก็ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน และโฟกัสที่ 6 คนนี้ พูดคุยกันและรักษาบรรยากาศการทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้าน

“เราตั้งใจอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงเวลานี้ เพื่อที่ใช้กลไกสภาในการแก้ไขวิกฤต ลดความขัดแย้ง มีความจำเป็นที่ต้องถอดสลักที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อที่ให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ การอภิปรายครั้งที่ 3 แตกต่างจากครั้งก่อน ๆ เพราะครั้งนี้ความเดือดร้อน ความลำบากไปในวงกว้าง ประชาชนมีส่วนร่วมมากพอสมควร ประชาชนส่งข้อมูลให้ผมและพรรคก้าวไกลไม่ขาดสาย” นายพิธากล่าว

นายพิธากล่าวว่า ตอนนี้ความชอบธรรมของ พล.อ.ประยุทธ์นอกสภาแทบไม่เหลือแล้ว จึงต้องใช้กลไกในสภาเพื่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนและอาฟเตอร์ช็อกต่อไป เป็นเหตุที่ว่าทำไมถึงอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม ส่วนคำว่ารักษาบรรยากาศในพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น ประชาชนต้องมาก่อน แน่นอนในอดีตแต่ละพรรคมีความเห็นของตัวเอง แต่เรามีวุฒิภาวะพอที่จะวางความแตกต่างลง ร่วมมืออย่างเต็มที่ที่สุด

พฤติการณ์ทุจริต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อกล่าวหาของ พล.อ.ประยุทธ์ฝ่ายค้านและรัฐมนตรีอีก 5 นั้น มีใจความว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นบุคคลที่ไร้ภูมิปัญญา ไร้องค์ความรู้ไร้จิตสํานึกรับผิดชอบ ไร้คุณธรรมจริยธรรม และไร้ความสามารถ ที่จะเป็นหัวหน้ารัฐบาล ผู้นําประเทศ ทําให้การบริหารราชการแผ่นดินเกิดความล้มเหลว ผิดพลาด บกพร่องเสียหายอย่างร้ายแรงทุกด้าน

จากการกลายพันธุ์ของโรคติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่ม สายพันธุ์ขึ้นจากเดิม กระทั่งปัจจุบันการแพร่ระบาดดังกล่าวเข้าไปสู่ชุมชนและครัวเรือน ส่งผลให้เพียง ระยะเวลา 4 เดือนเศษ มีผู้ติดเชื้อเกือบเก้าแสนคน และเสียชีวิตกว่าเจ็ดพันคน ในขณะที่จํานวนผู้ติด เชื้อและเสียชีวิตรายวันก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ถึงขนาดที่สถานพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์มีไม่เพียงพอที่จะรับรักษาผู้ป่วย “ระบบสาธารณสุขไทยล้มเหลว” เกินขีดความสามารถในการบริการ ประชาชน ต้องปล่อยให้ผู้ป่วยรักษาตัวเองที่บ้าน บางรายทนไม่ไหวต้องตายกลางถนน ตายในรถ หรือ ตายคาบ้านตนเอง ตายยกครอบครัว สร้างความหดหู่ใจแก่ผู้พบเห็นและพี่น้องประชาชนอย่างยิ่ง

การล็อคดาวน์ การสั่งปิดสถานประกอบการ โดยขาดการศึกษาวิเคราะห์ที่ดีพอ อันนํามาสู่ความเสียหายจนทําให้ภาคธุรกิจต้องเลิก กิจการจํานวนมาก การดํารงชีวิตของประชาชนเป็นไปอย่างยากลําบาก เกิดภาวะตกงานต้องกลับไป ต่อสู้ดิ้นรนยังภูมิลําเนาบ้านเกิด มาตรการที่กําหนดขึ้นทั้งจากการปิดเมือง ปิดโรงงาน กําหนดข้อห้าม ต่าง ๆ ออกข้อกําหนดครั้งแล้วครั้งเล่า กลับไม่สามารถหยุดยั้งหรือลดการแพร่ระบาดของโรคได้จนส่งผล กระทบต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ขณะที่การกู้เงินของรัฐบาล จํานวนมากแต่กลับนํามาใช้จ่ายอย่างไร้ทิศทาง ไม่ลําดับความสําคัญของการใช้เงินงบประมาณที่หมดไป กับการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ทั้งที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รู้ดีว่า “ประเทศตกอยู่ในสงครามของ โรคระบาด ไม่ใช่สงครามของการสู้รบ” ใช้จ่ายงบประมาณ และเงินกู้โดยไม่รักษาวินัยการเงินการคลัง

ค้าความตายวัคซีน

การจัดหาวัคซีนที่มีพฤติการณ์ปิดบังอําพราง ไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ ไม่ทั่วถึง เลือกปฏิบัติ และไม่มีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งแอบอ้างว่ามีวัคซีน ของบริษัทในพระปรมาภิไธยเพื่อมาฉีดให้กับประชาชน เป็นการทําลายความน่าเชื่อถือของสถาบัน มีผลทําให้ยุทธศาสตร์การจัดหาวัคซีนผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น อีกทั้งยังปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตและ แสวงหาประโยชน์ของบรรดานักการเมือง พวกพ้อง และข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างกว้างขวางในหลายเรื่อง ทั้งการทุจริตเกี่ยวกับการจัดหาและจองวัคซีนล่วงหน้า

แต่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับดําเนินการโดยล่าช้า ขาดความจริงใจ พฤติการณ์ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีลักษณะ “ค้าความตาย” โดยเห็นวัคซีนเป็นสินค้า สาธารณะ เหิมเกริม คิดการใหญ่โตในการสร้างกําไรจากวัคซีนร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยหวังการกอบโกยผลประโยชน์บนซากศพและคราบน้ำตาของพี่น้องประชาชน เพิกเฉยละเลยทําให้ประชาชนสูญเสียโอกาสที่จะได้รับวัคซีนที่หลากหลายและทั่วถึง ภายใต้โครงการ Covax

จนกระทั่งสถาบันวัคซีนแห่งชาติต้องออกมาขอโทษประชาชน เมื่อประชาชน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ก็ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือข่มขู่เอาผิดกับประชาชนและลิดรอนสิทธิเสรีภาพของ สื่อมวลชนและประชาชน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังลุแก่อํานาจสั่งการให้มีการใช้กําลังปราบปราม ประชาชนที่ออกมาชุมนุมอย่างรุนแรงเกินสมควรกว่าเหตุตลอดมา ตามนิสัยความถนัดของตนเอง

จนกล่าวได้ว่าประเทศกําลังขับเคลื่อนไปด้วยความคับแค้นเกลียดชัง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะ หัวหน้ารัฐบาลยังปล่อยปละละเลยให้รัฐมนตรีหลายคนกระทําการทุจริตต่อหน้าที่และจงใจใช้อํานาจ หน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี และข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี โดยที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ละเว้นไม่ติดตามผลข้อสั่งการว่าได้รับการปฏิบัติหรือไม่

ทำเศรษฐกิจดิ่งเหว

นอกจากนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์ โอชา ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังเห็นชอบและปล่อยปละละเลยให้มีการเสนอและใช้ จ่ายงบประมาณในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ไม่มีสถานการณ์การสู้รบ ใด ๆ การบริหารราชการแผ่นดินและการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

จึงทําให้ประชาชนทุกข์ยากเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า เศรษฐกิจของประเทศ ดิ่งเหว ทําให้ประเทศไทยถึงจุดที่เรียกว่าตกต่ำที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์และกลายเป็นประเทศที่ไม่ปลอดภัยในสายตาชาวโลก การพลิกฟื้นและการลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจ ไม่สามารถกระทําได้ การที่ประชาชนต้องติดเชื้อและเสียชีวิตจํานวนมาก และต้องทนทุกข์ทรมานจากพิษภัยของโรคโควิด-19 เช่นนี้

เป็นผลโดยตรงจากความไร้ภูมิปัญญา ไร้ความสามารถ ความไม่ซื่อสัตย์สุจริต ความไม่รอบคอบ ระมัดระวัง ไม่สนใจต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชนและประโยชน์ของประเทศชาติ การแสวงหา ประโยชน์บนความเดือดร้อนของประชาชน โดยที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และพวกพ้อง ไม่ยึด ประโยชน์ของประเทศและประชาชนโดยส่วนรวมเป็นที่ตั้ง “ใจดํา”

โอหังคลั่งอำนาจ

ทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน ไม่เห็นใจในความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน และจากความโอหังและการเสพติดในอํานาจ ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จนทําให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ในสภาพของคนเป็นโรค “โอหังคลั่งอํานาจ” (Hubris Syndrome) ไม่อยู่ในภาวะที่จะเป็นผู้นําประเทศได้อีกต่อไป

ดังนั้น หากปล่อยให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารราชการแผ่นดินต่อไปจะทําให้ ประชาชนติดเชื้อและเสียชีวิตมากยิ่งขึ้นจนไม่สามารถที่จะหาสถานที่ฌาปนกิจได้ทันและเพียงพอ และไม่มีหนทางที่จะหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ ประชาชนจะต้องทนทุกข์ทรมานทั้งจากโรค

และการดํารงชีวิต บ้านเมืองจะไร้ซึ่งความสงบสุขร่มเย็น อันจะนํามาซึ่งความหายนะของประเทศชาติ อย่างแท้จริงตามที่มีการกล่าวกันว่า “ผู้นําโง่ เราจะตายกันหมด” เพราะคนโง่ คือภัยอันตรายร้ายแรง เมื่อได้กลายเป็นผู้มีอํานาจ

อนุทิน มุ่งหาวัคซีนลึกลับ-สายสัมพันธ์

ขณะที่ข้อกล่าวหา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อาทิ ขาดซึ่งองค์ความรู้ไร้ซึ่งภูมิปัญญาและความสามารถในการกํากับดูแลงานด้านสาธารณสุขของประเทศ มีพฤติกรรมคุยโม้โอ้อวด ทุจริตต่อหน้าที่

ประเมินความรุนแรงและผลกระทบของโรคนี้ผิดพลาดอย่างร้ายแรงโดยเห็นว่าเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา เป็นและหายได้เอง ประเมินว่าเป็นโรคกระจอก จึงปล่อยปละละเลยในการเตรียมความพร้อมด้าน สาธารณสุขและมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโดยเฉพาะวัคซีน

การจัดหาวัคซีนเป็นไปอย่างล่าช้า และได้วัคซีนที่ไม่มี ประสิทธิภาพเพียงพอในการป้องกันโรค มุ่งเน้นแต่จะจัดหาวัคซีนลึกลับแต่ด้อยคุณภาพ วัคซีนสายสัมพันธ์ ขณะที่การตรวจหาผู้ติดเชื้อรายใหม่ก็เป็นไปอย่างล่าช้าไม่ทันต่อการระบาดของโรค และยังมีพฤติการณ์ในการแสวงหาประโยชน์ในการจัดหาวัคซีน การกระจายวัคซีนและการจัดซื้ออุปกรณ์ตรวจโรค พูดเท็จโอ้อวดต่อประชาชนว่าเราจะมีวัคซีนเต็มสองแขนเหลือเฟือ การจัดหาวัคซีนโดยรวมมี ความผิดพลาดบกพร่องในทางยุทธศาสตร์อย่างร้ายแรง

สุชาติ ให้แรงงานเข้าเมืองผิดกฎหมาย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นบุคคลที่ไร้ภูมิปัญญา และไร้ ความรู้ความสามารถที่จะบริหารราชการของกระทรวงแรงงาน ทําให้ผู้ใช้แรงงานได้รับผลกระทบทั้ง ระบบ จงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย กระทําการอันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ส่อว่าจงใจและมีผลประโยชน์ทับซ้อน ปล่อยปละละเลยให้แรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายปะปนอยู่ในระบบแรงงาน และเกิดการแสวงหาประโยชน์จากแรงงาน  ผู้ใช้แรงงานต้องตกงานจํานวนมากและใช้ชีวิตตามยถากรรม นักศึกษาจบใหม่ก็ไม่มีงานทําซึ่งเป็นอัตรา

การว่างงานที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ภาคการผลิตได้รับผลกระทบอย่างหนักจนส่งผลกระทบต่อ เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างรุนแรง และยังบกพร่องผิดพลาดอย่างร้ายแรงที่ปล่อยปละละเลยให้ เกิดคลัสเตอร์การติดเชื้อใหม่ในโรงงานรายวันโดยไม่มีมาตรการป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ

เสี่ยโอ๋ มุ่งกอบโกยผลประโยชน์-เสเพล

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม อย่างร้ายแรง มุ่งแต่แสวงหาและกอบโกยผลประโยชน์จากโครงการขนาดใหญ่ของหน่วยงานที่อยู่ใน กํากับดูแล

ประพฤติตัวเสเพลไม่เหมาะสมกับตําแหน่ง ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมโรคเข้าไปในแหล่งอบายมุขจนเป็นต้นตอการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไปทั่วประเทศจนถึงปัจจุบัน ขาดจิตสํานึกรับผิดชอบ มุ่งแต่แสวงหาผลประโยชน์ทางการเมืองโดยอาศัยตําแหน่งหน้าที่ของตน

เฉลิมชัย เรียกรับผลประโยชน์

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นบุคคลที่ไร้ภูมิ ปัญญาและไร้ความสามารถในการบริหารงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทําให้การบริหารงาน ด้านการเกษตรล้มเหลวทั้งระบบ มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่  เข้าไปมีส่วนได้เสียในการเรียกรับผลประโยชน์จากโครงการของหน่วยงานที่ตนกํากับดูแล สร้างความ เสียหายแก่รัฐจํานวนมาก

ไม่ปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ปกป้องรักษาสาธารณ สมบัติของแผ่นดิน จงใจเบียดบังเอาทรัพยากรของชาติไปให้พวกพ้องตนเอง ปล่อยปละละเลยให้เกิดการ แพร่ระบาดของโรคในสัตว์ ทั้งวัวและสุกรจนส่งผลเสียหายแก่เกษตรกรจํานวนมาก ขณะที่มาตรการ ชดเชยเยียวยาแก่เกษตรกรไม่ทั่วถึงและเพียงพอ

ใช้สื่อรัฐบิดเบือน

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มี พฤติการณ์ใช้ตําแหน่งหน้าที่และสื่อของรัฐเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง และสร้างความแตกแยกในสังคม ทําลายบรรทัดฐานอันดีของสังคม มุ่งประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ปฏิบัติตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อภิปรายไม่ไว้วางใจ