คลายล็อก ระบบสาธารณสุข-วัคซีนต้องพร้อม
บทบรรณาธิการ
การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย แม้ผู้ติดเชื้อรายวันยังไม่ลดลงในระดับที่เป็นที่น่าพอใจ แต่ความจำเป็นทางด้านเศรษฐกิจบวกกับแรงกดดันจากภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการทั้งรายเล็กรายใหญ่ทำให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งพิจารณาผ่อนคลายมาตรการใน 29 จังหวัดโซนสีแดงเข้ม ให้สถานประกอบการ การใช้ชีวิตของประชาชนกลับมาเป็นปกติเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ล่าสุดในวันที่ 1 ก.ย.นี้จะมีการคลายล็อกเฟสแรกให้กับธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมิวนิตี้มอลล์ ร้านเสริมสวย ธุรกิจก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน ธุรกิจไอที เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ
ให้สามารถเปิดดำเนินการได้โดยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) กำหนด จากนั้นจะมีการประเมินสถานการณ์ก่อนคลายล็อกระยะที่ 2 ระยะที่ 3
เมื่อสถานการณ์และความจำเป็นทางเศรษฐกิจบีบบังคับ เพื่อลดความเสียหาย การสูญเสียโอกาส และให้ประเทศสามารถเดินหน้าต่อได้ด้วยการผ่อนคลายมาตรการคุมเข้ม ทั้งที่การกระจายฉีดวัคซีน การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ไวรัสโควิด-19 ให้ประชาชนทั่วประเทศยังครอบคลุมไม่ทั่วถึงและมากพอ
วันที่ 24 ส.ค. 2564 ยอดฉีดวัคซีนภายในประเทศอยู่ที่ 28.1 ล้านโดส แยกเป็นฉีดเข็มแรก 21.3 ล้านโดส เข็มสอง 6.4 ล้านโดส เข็มสาม 5.6 แสนโดส การตั้งการ์ดสูงจึงยังจำเป็นยิ่ง
เพราะพิจารณาในรายละเอียดกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มตามแผนกระจายวัคซีน ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ด่านหน้า อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ และประชาชนทั่วไป รวม 50 ล้านคน หรือ 70% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศที่ต้องได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่
แต่ ณ วันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มเพียงแค่ 42.5% เท่านั้น
เมื่อต้องเลือกคลายล็อกแก้ปัญหาปากท้อง รายได้ ต้องช่วยประคับประคองธุรกิจรายเล็ก เอสเอ็มอี แรงงาน มนุษย์เงินเดือน รวมทั้งเศรษฐกิจไม่ให้วิกฤตกว่านี้ การเร่งสปีดฉีดวัคซีน การทำธุรกิจ การใช้ชีวิตวิถีใหม่ ยิ่งต้องคุมเข้มให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎกติกา ไม่ละเมิดฝ่าฝืน
โควิด กับเศรษฐกิจที่มีปัญหาจะคลี่คลายได้ถ้าหากทุกภาคส่วนร่วมแรงร่วมใจพลิกสถานการณ์ ประชาชนตั้งการ์ดสูง ธุรกิจเอกชนที่กลับมาเปิดดำเนินการปฏิบัติตามกฎกติกาป้องกันความเสี่ยงด้านสุขอนามัย ขณะที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้วิกฤตเต็มกำลังความสามารถ
พร้อมบริหารจัดการวัคซีนให้เป็นไปตามแผน ถ้าทำได้ไม่ใช่แค่คลายล็อกหรือผ่อนกฎเข้มเท่านั้น แม้แต่การเปิดประเทศกลางเดือน ต.ค.นี้ ที่ยังต้องลุ้นก็เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์