เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

บริหารรับโลกเปลี่ยน “ไมโครซอฟท์-ทรู” ยึด TQA นำทาง

12 ก.ย. 2564 | 11:41น.
ชนิกานต์ โปรณานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ Marketing & Operation Lead บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด (ซ้าย) ณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม)-ดิจิทัล บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (ขวา)

ไม่นานผ่านมาสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ จัดสัมมนา “Thailand Quality Award 2020 Winner Conference” ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อเผยแพร่วิธีปฏิบัติในการนำองค์กรสู่ความเป็นเลิศ โดยองค์กรที่ได้รับรางวัล Thailand Quality Award (TQA), Thailand Quality Class Plus (TQC Plus) และ Thailand Quality Class (TQC) แต่ละปีจะมาร่วมเผยแพร่แลกเปลี่ยนความรู้

สำหรับปีนี้ช่วงหนึ่งของงานสัมมนามี 2 องค์กรใหญ่ อย่างไมโครซอฟท์ และทรู มาแลกเปลี่ยนและชี้ให้เห็นถึงเทรนด์การทำงานของภาคธุรกิจในยุคดิจิทัล ที่ต้องใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาคนในองค์กร รวมถึงการพัฒนานวัตกรรม ผลิตภัณฑ์สินค้า เพื่อให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า

ชี้เทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยน

“ชนิกานต์ โปรณานันท์” รองกรรมการผู้จัดการ Marketing & Operation Lead บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เทรนด์การทำงานในปัจจุบันมักมีความเปลี่ยนแปลงหลายด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงด้านคนที่เห็นคนเจเนอเรชั่นใหม่ ๆ เข้าสู่ระบบการทำงานมากขึ้น ทั้งยังเห็นการปรับตัวของธุรกิจหลายประเภทจากออฟไลน์เข้าสู่ออนไลน์ หรือเห็นการเติบโตของสตาร์ตอัพใหม่ ๆ เช่น ฟินเทค (fintech) เฮลท์เทค (health tech)

“ที่สำคัญ ทุกองค์กรยังมีการพูดถึงดาต้า (data) ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น (digital transformation) โดยเฉพาะขณะนี้สถานการณ์โรคระบาดส่งผลให้ทุกองค์กรมีนโยบายทำงานจากบ้าน (work from home) มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เป็นสื่อกลางการทำงาน เรียกว่าถูกเร่งรัดให้ปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยีดิจิทัลทั้งหมด”

“ที่เห็นชัดอีกอย่างคือ การเติบโตของอีคอมเมิร์ซ ซึ่งจากการสำรวจปีนี้มีผู้ใช้ถึง 33.67% คิดเป็นมูลค่าทางการตลาด 7.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 42.8% ซึ่งอีคอมเมิร์ซที่ว่าส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับการบริการด้านอาหารและเครื่องใช้ส่วนตัวที่เติบโตถึง 74% ตามด้วยอุปกรณ์สันทนาการเครื่องอำนวยความสะดวกที่โต 42%”

“ตรงนี้เป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่าคนเริ่มเห็นความสำคัญกับการใช้บริการอีคอมเมิร์ซมากขึ้น ยกตัวอย่าง ก่อนสถานการณ์โควิด-19 การซื้อสินค้าผ่านออนไลน์เป็นเพียงการเข้าไปเยี่ยมชมผ่านเว็บไซต์ บราวเซอร์ แต่ปัจจุบันมีการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นลงมือถือเป็นจำนวนมาก”

“ชนิกานต์” กล่าวต่อว่า ผลตรงนี้คือพฤติกรรมที่เห็นไม่ชัดนักในปีที่ผ่านมา แต่สำหรับปีนี้เห็นค่อนข้างชัดเพราะตัวเลขเพิ่มขึ้นถึง 83.4% จึงหมายความว่าคนเริ่มเห็นความสำคัญกับการโหลดแอปพลิเคชั่นมากขึ้น และกำลังเข้าสู่ยุคของโมบายเฟิรสต์อย่างแท้จริง

“พูดง่าย ๆ คือ พฤติกรรมผู้บริโภคจะอิงกับโทรศัพท์มือถือเป็นหลัก ขณะที่การใช้งานอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ก็เติบโตขึ้นมาตาม ๆ กัน มีการวิดีโอคอล การแชต หรือการใช้งานพอดแคสต์ ลักษณะคล้ายฟังวิทยุก็โตขึ้น ดังนั้น เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นเช่นนี้แล้วแต่ละองค์กรต้องสะท้อนว่าตนเองมีการนำดิจิทัลมาประยุกต์ใช้หรือยัง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งแก่องค์กร สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เพราะไม่นานจะเกิดเทคโนโลยีใหม่ขึ้นมาอีก”

ปรับการทำงานเข้าสู่ไฮบริด

“ชนิกานต์” กล่าวอีกว่า ตลอดหลายเดือนผ่านมา นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิดรอบแรกถึงตอนนี้ องค์กรส่วนใหญ่ล้วนมีนโยบายให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน ซึ่งไมโครซอฟท์ได้สำรวจกลุ่มคนทำงานทั้งในและต่างประเทศ “work trend index survey” โดยเฉพาะประเทศไทยจากการสำรวจพนักงานกว่า 300 บริษัท เพื่อดูทัศนคติว่าการทำงานจากบ้านเป็นอย่างไร

“โดยเริ่มจากการถามถึงลักษณะการทำงานว่าสามารถทำจากที่บ้านได้ดีแค่ไหน ส่วนใหญ่กว่า 65% ระบุว่าสามารถทำงานจากบ้านได้เหมาะสม และมีน้อยมากที่บอกว่าทำไม่ได้เลย เมื่อถามถึงอุปสรรคคืออะไร ส่วนใหญ่บอกว่าเป็นการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน รวมถึงความซับซ้อนการทำงานร่วมกัน”

“รวมถึงถามว่าการทำงานจากบ้านใช้เวลากับอะไรมากที่สุด ส่วนใหญ่ระบุว่าใช้เวลาทำงานกับความรับผิดชอบของตัวเอง ไม่ต้องยุ่งกับใคร มีการตอบอีเมล์แชตไปพร้อมกันได้มากขึ้น ส่วนเรื่องของ work life balance บางส่วนบอกว่าดีขึ้นขณะที่บางส่วนตอบว่าไม่มั่นใจ”

“ที่สำคัญ หลายคนบอกว่าการทำงานจากที่บ้านทำให้คนทำงานหนักขึ้นด้วย และเมื่อถามว่าอยากกลับมาทำงานที่ออฟฟิศหรือไม่ มีเพียง 20% ที่อยากกลับมา และมากกว่า 60% อยากให้เปลี่ยนการทำงานเป็นแบบไฮบริด (hybrid) ผสมผสานการทำงานที่บ้านบ้างเป็นบางวัน และทำงานที่ออฟฟิศในงานบางประเภท นี่คือสิ่งที่พนักงานออฟฟิศในเมืองไทยรู้สึก และเมื่อเทียบกับผลสำรวจของต่างประเทศก็ใกล้เคียงกัน”

“ชนิกานต์” บอกอีกด้วยว่า จากผลสำรวจดังกล่าว สรุปได้ว่านับจากปี 2564 เป็นต้นไป แต่ละองค์กรจะไปต่ออย่างไร โดยเฉพาะการทำงานแบบไฮบริด เพราะถ้าองค์กรไหนยืดหยุ่นได้ก็ควรไปต่อ เพราะคนส่วนใหญ่ชอบ หลาย ๆ องค์กรรวมถึงไมโครซอฟท์ตอนนี้ปรับตัวสู่ไฮบริดเต็มตัวแล้ว

“เพราะมองว่าศักยภาพพนักงานยังไปได้ เราควรให้ทางเลือกที่ตอบโจทย์พนักงาน และชีวิตส่วนตัวเขามากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องมาดูเรื่องความท้าทายของ Gen z กับความผูกพันแบบ virtual เมื่อต้องทำงานแบบไฮบริด และการทำความเข้าใจกับสภาพการทำงานจากบ้านของพนักงานแต่ละคน ซึ่งจะมีการเปิดเผยสภาพชีวิตความเป็นอยู่มากขึ้นและสุดท้ายคนเก่งจะไม่ได้อยู่แค่ในเมืองแล้ว เขาสามารถทำงานที่ไหนก็ได้”

“ผลตรงนี้จึงส่งผลต่อตลาดแรงงานในอนาคตอาจจะเปลี่ยนไป เพราะคนเก่งสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ คนเก่งจะมีทางเลือกมากขึ้นด้วย ขณะที่นายจ้างก็ไม่จำเป็นต้องเลือกคนในเมือง หรือแค่ในรัศมีที่ต้องการอีกต่อไปแล้ว”

อินโนเวชั่นเกิดจากคนในองค์กร

ขณะที่ “ณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม)-ดิจิทัล บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ก็ได้ร่วมแบ่งปันแนวคิดในฐานะองค์กรธุรกิจผู้นำด้านโครงสร้างดิจิทัล และในฐานะองค์กรที่เคยได้รับรางวัลคุณภาพแห่งชาติ Thailand Quality Award (TQA) ปี 2563

“ณัฐวุฒิ” กล่าวในเบื้องต้นว่า ทรูให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนมาตลอด ไม่ว่าจะในองค์กรทรูเอง หรือในเครือเจริญโภคภัณฑ์ทั้งหมด และคนภายนอกด้วย ยกตัวอย่างหนึ่งในโปรเจ็กต์ที่เรียกว่า True Next Gen เป็นโปรแกรมนำคนมารีสกิล เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ

หรือทรู ดิจิทัล อคาเดมี สถาบันเสริมทักษะดิจิทัล ที่ต้องการลดช่องว่างให้คนไทยมีความรู้ และปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งก็จะเป็นการเทรนนิ่งทั้งคนในเครือของเรา รวมถึงออกไปเทรนให้กับองค์กรอื่น ๆ โดยเรื่องที่เทรนนิ่ง ก็ได้แก่ ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง, ดีไซน์โปรดักต์, ดาต้า ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนสำคัญทั้งในปัจจุบันและอนาคต

“ในฐานะองค์กรดิจิทัล ทรูได้ดำเนินการหลายเรื่องด้วยกัน โดยเฉพาะการพัฒนาหรือหาโซลูชั่นใหม่ ๆ เราเปลี่ยนภาพลักษณ์จากบริษัทโทรคมนาคมสู่เทคคอมปะนี เน้นการทำงานเรื่องใหม่ ๆ มากขึ้น เช่น ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ โลกของออฟไลน์ ออนไลน์ ทำงานกับคู่ค้าในเรื่องการผันตัวสู่ออนไลน์ จัดทำระบบเพย์เมนต์ ทรูมันนี่ต่าง ๆ รวมถึงการทำงานกับอุตสาหกรรมภายนอกมากขึ้น”

“ยกตัวอย่างการทำงานร่วมกับเกษตรกรโคนม พัฒนาระบบติดตามวัวอัจฉริยะ (True digital cow) ก็คือการติดตามพฤติกรรมการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของวัว ทั้งการเดิน การนอน การกิน และจำนวนการเคี้ยวเอื้องต่อวัน การตรวจจับภาวะต่าง ๆ บอกรอบการตกไข่ และช่วงเวลาเหมาะสมการนำวัวไปผสมพันธุ์”

“โดยเราจะมี dashboard สรุปพฤติกรรมของวัวในแต่ละวัน เกษตรกรสามารถดูข้อมูลผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือ แท็บเลต และคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์เมื่อตรวจพบพฤติกรรมสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพวัว ซึ่งก็เป็นระบบที่เอื้ออำนวยแก่เกษตรกร เพราะช่วยลดอัตราการสูญเสียวัวจากการป่วย ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ด้วย”

เกณฑ์ TQA คำตอบของ “ทรู”

“ณัฐวุฒิ” กล่าวต่อว่า จากตัวอย่างดังกล่าวจะเห็นว่าเราทำในอุตสาหกรรมที่ไม่ได้ไฮเทคมาก แต่สามารถทำให้ไฮเทคได้ ซึ่งเกิดจากความคิดของคนในองค์กรเอง ดังนั้น อินโนเวชั่นที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ไม่มีใครมาบอกเราว่าเขาอยากได้อะไร แต่จะมาจากคนของเราที่รู้จักสังเกตปัญหารอบตัวจากสังคม หรือผู้ใช้กลุ่มต่าง ๆ ว่ามีปัญหาอะไร และมองว่าบางสิ่งมันควรจะดีขึ้นกว่านี้เหมือนกับไม่พอใจในสิ่งที่เป็น คิดว่ายังพัฒนาได้อีก แล้วก็หาโซลูชั่นใหม่ ๆ ดังนั้น คนของเราจะพยายามหาไอเดียจากการไปงานหรือออกนอกสถานที่

“ผมมองว่าเราสามารถเป็นองค์กรที่ดีขึ้นได้ทุกวัน จากการให้คนของเรามีส่วนร่วมออกแบบอินโนเวชั่นและความคิดบวกเป็นรากฐานสำคัญสุดของอินโนเวชั่น เพราะถ้าเรารู้สึกว่าทุกอย่างเกิดขึ้นได้ ก็จะเกิด แต่ถ้าคิดว่าไม่มีทางเกิดขึ้น โอกาสจะเกิดก็เป็นศูนย์แน่นอน เวลาที่เราสร้างอะไรใหม่ ๆ คนที่ประหม่ามีเยอะแยะ แต่สำคัญที่ตัวเราว่าคิดแบบไหน”

“เพราะอินโนเวชั่นที่มีจะผลักดันด้วยการวางเป้าหมายเคพีไอกับคนในองค์กรทุกระดับ ทั้งยังมีการสื่อสารส่งต่อไอเดียตั้งแต่ระดับย่อยจนถึงระดับผู้บริหาร ไม่ใช่ไล่ลงไปตั้งแต่ระดับบนลงล่าง แต่เป็นขั้นเหมือนพีระมิด ผู้บริหารจะมีการพบปะกับหน่วยงานย่อย หรือคนทำงานด่านหน้าทุกสัปดาห์ เพื่อจะได้ส่งสตอรี่หรือแชร์ไอเดียสู่กันฟัง ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งจาก TQA ที่ทรูนำมาปรับใช้ในองค์กร”

“ทั้งนั้น เพราะทรูให้ความสำคัญกับเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็น 1.วิชั่นแต่ละอย่างต้องมาจากลีดเดอร์หรือผู้นำด้วย 2.วัฒนธรรม โดยเฉพาะ Innovation culture เราต้องทำให้เกิดการร่วมมือกันกับหลาย ๆ ฝ่าย 3.คน เราต้องปรับตัวกันตลอดเพื่อซัพพอร์ตองค์กรไปสู่อนาคต 4.ต้องดิสรัปต์ตนเองเสมอ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ สินค้าที่ตอบโจทย์ลูกค้า 5.วางเคพีไอที่องค์กรสามารถปรับตัวพร้อมกันอย่างทันท่วงที 6.การซัพพอร์ตสังคม เป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่แล้วก็นำสิ่งที่เราสร้างสรรค์ขึ้นไปช่วยสังคมมากขึ้น”