เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ปิดเกมพรรคเล็ก ภูมิใจไทย ก้าวไกล ไม่ยื่นรัฐธรรมนูญ ให้ศาลชี้ขาด

10 ก.ย. 2564 | 16:52น.

พรรคเล็กหวั่นสูญพันธุ์ หลังรัฐสภาโหวตผ่านรัฐธรรมนูญวาระ 3 กลับไปใช้กติกาเลือกตั้งบัตรสองใบ ก้าวไกล – ภูมิใจไทย ไม่ร่วมลงเสียงยื่นศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด 

10 กันยายน 2564 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ….. แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91 ผ่านการพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภาในวาระที่สาม

ปราฏกว่า กลุ่มพรรคเล็ก 7 พรรคที่เคยประกาศว่าหากร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมผ่านการเห็นชอบในวาระที่ 3 นั้น จะรวมตัวกันยื่นศาลรัฐธรรมนูญ นำโดย นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ได้ออกมากล่าวว่า ในส่วนของตนและพรรคเล็กเราลงมติไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมฉบับนี้ 

แต่เมื่อมติเสียงสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ออกมาแบบนี้แล้ว การดำเนินการต่อไปของพรรคเล็กมีแนวความคิดว่าจะไปยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แม้ยอมรับว่าเสียงของพรรคเล็กนั้นไม่เพียงพอในการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความตามกฎหมาย 

เพราะต้องใช้เสียง 1 ใน 10 ของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด หรือประมาณ 72 เสียง  และมีกรอบระยะเวลาตามกฎหมายที่จะสามารถดำเนินการยื่นได้ภายใน 15 วัน หากพรรคเล็กจะยื่นได้จำเป็นต้องอาศัยเสียงของพรรคภูมิใจไทย และพรรคก้าวไกล ที่ได้ลงมติงดออกเสียงไว้ว่าทั้งสองพรรคจะร่วมยื่นด้วยหรือไม่ ซึ่งก็ต้องรอเขาตัดสินใจ และภายใน 15 วันนี้ตนก็จะไปพูดคุยเจรจาประสานกัน 

ด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ออกมาปฏิเสธว่า พรรคจะไม่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพราะถือว่าการดำเนินการตามกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว ทุกอย่างจบแล้ว

ขณะที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ว่า ไม่มี และพร้อมที่จะสู้ต่อไป

ขณะที่แหล่งข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ ประเมินว่า พรรคก้าวไกล ไม่น่าจะเทเสียงให้พรรคเล็กเพื่อใช้ในการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพราะพรรคก้าวไกลประกาศมาตลอดว่า ไม่ต้องการมอบอำนาจการพิจารณาของสภา ไปให้กับศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 

ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขั้นตอนต่อไปนับจากนี้ก็คือจะต้องรอไว้ 15 วัน ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งระหว่าง 15 วันนี้ถ้ามีสมาชิกรัฐสภาสงสัยในเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการแก้ไขเที่ยวนี้

สามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ แต่ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่รับเรื่อง ถ้าทุกอย่างผ่านตามขั้นตอนกระบวนการจนกระทั่งทรงลงพระปรมาภิไธย และถือว่าผ่านกระบวนการเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญทุกประการแล้ว ขั้นต่อไปก็คือจะต้องมีการยกร่างกฎหมายลูก หรือพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่แก้ไขต่อไป โดยพรรคมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อพิจารณาดำเนินการในเรื่องของกฎหมายลูกต่อไป 

ซึ่งประกอบด้วยวิธีการสมัครรับเลือกตั้ง การลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง การนับคะแนน การประกาศผล รวมไปจนกระทั่งถึงการที่จะต้องกำหนดมาตรการที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรมต่อไปด้วย ซึ่งจะเป็นเนื้อหาหลัก ๆ สำหรับกฎหมายลูกที่จะต้องดำเนินการต่อไป 

ส่วนเป็นการปลุกผีทักษิณกลับมาหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่ว่าระบบไหน ก็ต้องมีคนได้เปรียบ เสียเปรียบ ถ้าเราไปมองตรงนั้น ไม่มีทางจะหาข้อยุติได้ แต่ว่า เราต้องมองหลักการอย่างที่ตนเรียน เรามองว่า เราแก้เพื่อทำให้ระบบพรรคการเมือง และระบอบประชาธิปไตยในอนาคตเข้มแข็ง ส่วนผลการเลือกตั้งในอนาคตจะออกมาเป็นอย่างไร อันนั้นอยู่ที่ประชาชน ไม่ว่า จะเป็นระบบเลือกตั้งแบบไหน ก็อยู่ที่มือประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน

ส่วนนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การมีบัตรเลือกตั้ง 2 เป็นระบบเลือกตั้งที่เป็นธรรมกับทุกพรรค และประชาชนจะได้ประโยชน์ที่สุดเพราะได้เลือกคนที่รักพรรคที่ชอบ ไม่ถูกมัดมือชกให้เลือกกาได้เพียงใบเดียวเหมือนรัฐธรรมนูญ 2560 

ที่มองกันว่าพรรคใหญ่จะได้เปรียบนั้น ตนคิดว่าเร็วเกินไปหากจะสรุปเช่นนั้น เพราะต้องดูวิธีการคำนวนคะแนนเลือกตั้งจากกฎหมายลูกก่อน ซึ่งตนคิดว่าคงไม่มีพรรคใดได้เปรียบเสียเปรียบเพราะไม่ว่าจะคำนวนอย่างไรก็ต้องคิดจากคะแนนเสียงที่ประชาชนให้มาตอนเลือกตั้ง ดังนั้นการที่รัฐสภา พิจารณาผ่านร่างแก้ไขครั้งนี้ถือว่าประชาชนได้ประโยชน์ที่สุด