เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

เซ็นพิธีสาร เปิด 7 ด่านไทย-จีน ปลุกเศรษฐกิจรับ “เส้นทางรถไฟใหม่” เชื่อมลาว

11 ก.ย. 2564 | 14:20น.
ส่งออกไทย-จีน

ก.เกษตรฯอาศัยเวทีรัฐมนตรีเกษตรอาเซียน-จีน ครั้งที่ 7 ลงนามพิธีสารเพิ่มจุดนำเข้า-ส่งออกสินค้า 7 ด่าน หวังอำนวยความสะดวกการขนส่งสู่ตลาดจีนมูลค่า 3 แสนล้าน พร้อมเสริมแกร่งรองรับเส้นทางรถไฟสายจีน-ลาว ที่จะเปิดใช้ธันวาคมนี้

รายงานข่าวจากการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ระบุว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบต่อการเพิ่มจุดนำเข้าและจุดส่งออก 7 จุด (ตามกราฟิก) ในภาคผนวกของพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สามระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทย และสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

โดยจัดให้มีการลงนามพิธีสารร่วมกันในการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช อาเซียน-จีน ครั้งที่ 7 (The 7th ASEAN-China Ministerial Meeting on SPS Cooperation) ซึ่งจีนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ในวันที่ 13 กันยายน 2564 นี้

“ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เห็นชอบร่วมกันในการเพิ่มจุดนำเข้าและจุดส่งออกในภาคผนวกของพิธีสารดังกล่าว โดยขอให้เพิ่มจุดนำเข้าและจุดส่งออกของสาธารณรัฐประชาชนจีน 6 แห่ง คือ ด่านหลงปัง ด่านรถไฟโมฮาน ด่านสุยโข่ว ด่านเหอโข่ว ด่านรถไฟเหอโข่ว และด่านเทียนป่าวและขอเพิ่มจุดนำเข้าและจุดส่งออกของไทยอีก 1 ด่าน ได้แก่ ด่านหนองคาย”

ทั้งนี้ สาระสำคัญตามพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สามระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทย และสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นการดำเนินการภายใต้บันทึกความเข้าใจร่วมกันว่าด้วยความร่วมมือด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชระหว่างไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เคยลงนามเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2547

ซึ่งได้กำหนดรายละเอียดของใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate) ตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกักกันโรคและการตรวจสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ไทยผ่านประเทศที่สามระหว่างไทยกับจีน และได้มีการกำหนดจุดนำเข้าและจุดส่งออกสำหรับการขนส่งผลไม้ของทั้ง 2 ฝ่ายไว้ และในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือเพิ่มเติมจุดดังกล่าวก็สามารถเพิ่มเข้าไปในภาคผนวกของพิธีสารนี้ได้ผ่านการหารือเห็นชอบร่วมกัน

ด้านนายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า วันที่ 13 กันยายน 2564 จะมีการลงนามพร้อมทั้งประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ ซึ่งการเพิ่มเติมจุดนำเข้าและจุดส่งออกครั้งนี้จะเป็นการช่วยเพิ่มช่องทางการเข้าสู่ตลาดจีนของผลไม้ไทย ทั้งหมดจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย อีกทั้งช่วยลดความแออัดจากการขนส่งผลไม้ไทยไปจีนในเส้นทางเดิมด้วย

“โอกาสดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยรองรับการเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟสายจีน-ลาว ที่จะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม 2564 นี้ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการค้าสินค้าเกษตรไทยไปยังจีน เนื่องจากที่ผ่านมา จีนเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญอันดับที่ 1 ของไทย”

โดยปี 2563 ไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไปจีน 314,956 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.8% เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีมูลค่าส่งออก 281,577 ล้านบาท สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปจีน ได้แก่ ยางธรรมชาติ ผลไม้และผลิตภัณฑ์ มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำ/สัตว์บก ข้าวและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น และมีมูลค่าการนำเข้าสินค้าเกษตรจากจีนมายังไทย 53,422 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีมูลค่าส่งออก 52,944 ล้านบาท

ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญจากจีนมายังไทย ได้แก่ ผลไม้และผลิตภัณฑ์ ผักและผลิตภัณฑ์ พืชอาหาร และน้ำตาลและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น ซึ่งเมื่อเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟสายลาว-จีนอย่างเต็มรูปแบบในระยะยาว จะเป็นโอกาสที่ดีของไทยทำให้มีทางเลือกการขนส่งสินค้าไปจีนได้มากขึ้นและคาดว่าจะทำให้การส่งออก-นำเข้าของทั้งลาวและจีนขยายตัวเพิ่มขึ้นได้

“เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบริเวณด่านพรมแดน ซึ่งทำให้การผ่านแดนใช้เวลานานส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตรไทย ข้อตกลงนี้จะเป็นสิ่งที่ไทยได้รับประโยชน์อย่างมาก และผู้ประกอบการมีทางเลือกช่องทางด้านโลจิสติกส์ ซึ่งเส้นทางนี้น่าจะเป็นช่องทางที่ต้นทุนต่ำที่สุด หากเทียบกับทางเรือ ทางอากาศ มากไปกว่านั้นเร็ว ๆ นี้ เส้นทางรถไฟสายจีน-ลาวจะเป็นโอกาสเพิ่มศักยภาพสินค้าเกษตรระหว่างกันได้อีกมากด้วย” นายฉันทานนท์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดส่งออก