ปิดจ็อบอำลาปีงบประมาณ 2564 “ศักดิ์สยาม” เคลียร์ลงทุน-นโยบายหาเสียง
กีรติ เอมมาโนชญ์
โค้งสุดท้ายของไตรมาสสุดท้ายปีงบประมาณ 2564 “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตบเกียร์ 5 เร่งปิดจ็อบแผนลงทุนเมกะโปรเจ็กต์รถไฟฟ้าและทางด่วน รวมทั้งงานนโยบายหาเสียงอย่างแท็กซี่เสรี และรถยนต์ใช้ความเร็ว 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ดังนี้
ผุดฉากกั้นเชื้อ “แท็กซี่”
เรื่องใกล้ชิดผู้บริโภคน่าจะเป็นมาตรการควบคุมและป้องกันโควิด ล่าสุด “รมว.ศักดิ์สยาม” คิกออฟอีเวนต์ฉากกั้นภายในรถแท็กซี่ โปรเจ็กต์ความร่วมมือกับ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) ในเครือเอสซีจี
โมเดล “ฉากกั้นภายในรถแท็กซี่” ดีไซน์รูปลักษณ์เป็นฉากกั้นอะคริลิกใสคุณภาพสูงภายในห้องโดยสาร ออกแบบให้ติดตั้งได้ง่ายเหมาะกับรถแท็กซี่ที่มีอยู่ในปัจจุบันที่มีทั้งรถแท็กซี่ขนาดกลางและขนาดใหญ่ ไม่บดบังทัศนวิสัย และไม่กระทบต่อการทำงานหรือการใช้งานระบบหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยต่าง ๆ ของรถ
โดยเริ่มทยอยติดตั้งฉากกั้นให้กับรถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการแล้วตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา ตามแผนคาดว่าจะดำเนินการติดตั้งครบ 3,000 คัน ภายในเดือนตุลาคม 2564 นี้

สำหรับฉากกั้นดังกล่าว จะแสดงเครื่องหมายบริเวณกระจกด้านหน้ารถเพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น โดยอัตราค่าโดยสารเท่ากับแท็กซี่ทั่วไป
สำหรับการติดตามและประเมินผล ทางกรมการขนส่งทางบกมีการติดตามสำรวจความพึงพอใจของผู้โดยสารที่ใช้บริการผ่าน QR code บนฉากกั้นในรถแท็กซี่ทุกคัน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาขยายผลต่อไป
นโยบายหาเสียง 120 กม./ชม.
อาจกล่าวได้ว่าเป็นอีกนโยบายที่มีผลงานสำเร็จเป็นรูปธรรมสำหรับการกำหนดใช้ความเร็ว 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง บนถนนทางหลวงที่มีขนาด 4 ช่องจราจรขึ้นไป อัพเดตตัวนโยบายดำเนินการมาแล้ว 2 เฟส ล่าสุดได้ฤกษ์ออกสตาร์ตเฟสที่ 3 จำนวน 8 เส้นทาง ระยะทางรวม 152 กิโลเมตร
ตารางเวลาของนโยบายหาเสียงเรื่องนี้ ปักหมุดเดือนมีนาคม 2565 เริ่มใช้ใน 6 เส้นทางของกรมทางหลวง (ทล.) ได้แก่ 1.“ทล.1” ช่วงหนองแค-หินกอง-ปากข้าวสาร-แยกสวนพฤกษศาสตร์พุแค กม.79+000-105+000 ระยะทาง 26 กิโลเมตร
2.“ทล.9” ช่วงบางแค-คลองมหาสวัสดิ์ กม.23+000-31+872 ระยะทาง 8.872 กิโลเมตร
3.“ทล.347” ช่วงเทคโนโลยีปทุมธานี-ต่างระดับเชียงรากน้อย กม.1+000-10+000 ระยะทาง 10 กิโลเมตร
4.“ทล.35” ช่วงนาโคก-แพรกหนามแดง กม.56+000-80+600 ระยะทาง 24.6 กิโลเมตร
5.“ทล.4” ช่วงเขาวัง-สระพระ กม.160+000-167+000 ระยะทาง 7 กิโลเมตร 6.“ทล.4” ช่วงเขาวัง-สระพระ กม.172+000-183+500 ระยะทาง 11.5 กิโลเมตร
อีก 2 สายทางที่ยังรอดำเนินการเป็นถนนของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ระยะทาง 64.1 กิโลเมตร ได้แก่ 1.“นบ.3021” ถนนราชพฤกษ์ ตลอดเส้นทาง 51.7 กิโลเมตร 2.“นบ.1020” ถนนนครอินทร์ ตลอดเส้นทาง 12.4 กิโลเมตร
ซึ่งถนนทั้ง 2 สายทางอยู่ในขั้นตอนของการปรับปรุงทางกายภาพให้เหมาะสมกับการใช้ความเร็วดังกล่าว
โดยรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) จำนวน 503 ล้านบาท เพื่อใช้ดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย อุปกรณ์ที่ช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ
เช่น ปรับปรุงเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง ติดตั้งป้ายจราจร ป้ายเตือน ป้ายจำกัดความเร็ว ก่อสร้างกำแพงคอนกรีต (barrier) และแถบชะลอความเร็ว (rumble strip) ตลอดจนติดตั้งระบบขนส่งอัจฉริยะ (intelligent transportation system) และระบบอื่นที่เกี่ยวข้อง
กดปุ่มประมูลรถไฟฟ้า-ทางด่วน
ไฮไลต์อยู่ที่งานประมูลเมกะโปรเจ็กต์ทางด่วนและรถไฟฟ้า พบว่าช่วงเดือนกันยายน 2564 มีความคืบหน้าเป็นลำดับจากหลายหน่วยงานต้นสังกัด เริ่มต้นที่โครงการรถไฟฟ้าภายใต้การกำกับของ “รฟม.-การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย” ได้แก่
1.โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ระยะทาง 23.5 กิโลเมตร วงเงิน 78,720 ล้านบาท ทาง รฟม.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชนเพื่อประกอบการจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการรอบใหม่ ระหว่างวันที่ 23 กันยายน-17 ตุลาคม 2564 ตามแผนคาดว่าเริ่มก่อสร้างในปี 2565 ตั้งเป้าเปิดให้บริการในปี 2570
2.รถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) วงเงิน 128,128 ล้านบาท ความคืบหน้ากระบวนการประมูล ทาง รฟม.คาดว่าหลังจากประชุมคณะกรรมการคัดเลือก มาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.ร่วมทุน 2562 แล้ว จะประกาศขายเอกสารข้อเสนอ (Request for Proposal : RFP) ในเดือนตุลาคม 2564 เปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอประกวดราคาภายในเดือนธันวาคม 2564
จากนั้นจะประเมินข้อเสนอภายในเดือนมกราคม-มีนาคม 2565 กรอบเวลาที่วางไว้คาดว่าขั้นตอนเจรจาต่อรองได้ข้อยุติในเดือนมีนาคม 2565 และเสนอผลการคัดเลือกไปยังกระทรวงคมนาคม ส่งต่อเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบต่อไป
ลงเข็มสายสีชมพูเข้าเมืองทองฯ
อีก 1 โครงการรถไฟฟ้าที่หลายคนจับตามองในนาทีนี้ หนีไม่พ้น “รถไฟฟ้าสายสีชมพู ส่วนต่อขยายช่วงศรีรัช-เมืองทองธานี” ระยะทาง 2.6 กิโลเมตร วงเงิน 4,230 ล้านบาท โครงการนี้เป็นข้อเสนอจากเอกชนคู่สัญญา คือ บจ.นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล หรือ NBM (กลุ่ม BSR นำโดย บมจ.บีทีเอส-บมจ.ซิโน-ไทยฯ และ บมจ.ราชกรุ๊ป) เป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด
คาดว่าเริ่มต้นก่อสร้างช่วงต้นปี 2565 ใช้เวลาก่อสร้าง 37 เดือน วางแผนเปิดให้บริการในเดือนกันยายน 2567 โดยล่าสุด ครม.อนุมัติ พ.ร.ฎ.เวนคืนของโครงการแล้ว โดยเป็นการเวนคืนจำนวน 617 แปลง เพื่อก่อสร้างทางวิ่ง สถานี อาคารจอดรถ และสถานีจ่ายไฟฟ้าย่อย (bulksub) มีกรอบวงเงินเวนคืน 700 ล้านบาท
รับเหมาครบด่วนดาวคะนอง
เลี้ยวกลับมาดูเมกะโปรเจ็กต์ทางด่วน ต้องบอกว่า “บิ๊กปาน-สุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข” ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ล้างอาถรรพ์ภารกิจงานประมูลได้สำเร็จสำหรับโครงการทางด่วนสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯด้านตะวันตก เรียกสั้น ๆ ว่า “ทางด่วนดาวคะนอง”
โดยภารกิจการผลักดันให้เปิดไซต์ก่อสร้างยังเหลืองานโยธาอีก 2 สัญญาที่ยังไม่ได้ตัวผู้รับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากมีคดีค้างศาลปกครอง ล่าสุดคณะกรรมการ (บอร์ด) กทพ.มีมติเห็นชอบบริษัทรับเหมาผู้ชนะประม^ลแล้ว
ประกอบด้วย สัญญาที่ 1 งานก่อสร้างทางยกระดับ ขนาด 6 ช่องจราจร จากแยกต่างระดับบางขุนเทียน-เซ็นทรัลพระราม 2 ระยะทาง 6.4 กิโลเมตร ราคากลาง 7,360.78 ล้านบาท มีกิจการร่วมค้า ยูเอ็น-ซีซี (บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น ร่วมกับ บมจ.ซีวิลเอนจีเนียริง) เป็นผู้ชนะประมูล โดยเสนอราคาที่ 7,350 ล้านบาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
และสัญญาที่ 2-3 งานก่อสร้างทางยกระดับจากโรงพยาบาลบางปะกอก 9-ด่านดาวคะนอง ระยะทาง 5 กิโลเมตร ราคากลาง 7,376.86 ล้านบาท มีกิจการร่วมค้า ไอทีดี-วีซีบี (บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ร่วมกับ บจ.วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง) เป็นผู้รับงาน
โดยเสนอราคา 7,359.3 ล้านบาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามแผนงานคาดว่าจะลงนามในสัญญากับผู้รับจ้างได้ในเดือนตุลาคม 2564 นี้
นับ 1 แผนพัฒนาหัวลำโพง
ขณะที่โปรเจ็กต์พิเศษอย่างการพัฒนาพื้นที่ในเขตทางพิเศษบริเวณเพลินจิต ทาง กทพ.อยู่ระหว่างหารือกับ “ร.ฟ.ท.-การรถไฟแห่งประเทศไทย” เพื่อกำหนดแนวทางในการบูรณาการการทำงานให้มีการพัฒนาพื้นที่ที่ต่อเนื่องกัน โดยการปรับรูปแบบโครงการให้มีลักษณะที่สอดคล้องและเชื่อมโยงกัน คาดว่าได้ผลสรุปร่วมกันในเดือนตุลาคม 2564
ถัดมา เรากำลังพูดถึงหนึ่งในไฮไลต์ของกระทรวงคมนาคมที่สร้างการจดจำให้กับประชาชนก็คือการเปิดทดลองวิ่งรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง (ตลิ่งชัน-บางซื่อ-รังสิต) พร้อมกับเปิดใช้สถานีกลางบางซื่อ (Bangsue Grand Station) หรือฮับบางซื่อ
โดยผลกระทบทางตรงจากการเปิดใช้ฮับบางซื่อ นำมาสู่การรีโมเดลสถานีหัวลำโพง งานนี้ “รมว.โอ๋-ศักดิ์สยาม” มีข้อสั่งการให้สั่งเดินหน้าการพัฒนาพื้นที่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) และแนวทางการพัฒนาตลอดแนวเส้นทางบางซื่อ-หัวลำโพงแล้ว
โดยกำชับให้การรถไฟฯศึกษาการพัฒนาพื้นที่ให้มีความสอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน คำนึงถึงการเชื่อมต่อกับรูปแบบการเดินทางอื่น ๆ การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ การใช้พื้นที่สีเขียว การอนุรักษ์คุณค่าเชิงประวัติศาสตร์ของพื้นที่
โดยการศึกษาเพื่อกำหนดอนาคตหัวลำโพงจะมีการนำกรณีศึกษาจากต่างประเทศมาใช้ในการพิจารณาร่วมด้วย ผู้รับผิดชอบหลักคือ “บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด” บริษัทลูกของการรถไฟฯ คาดว่าจะสามารถนำเสนอแผนแม่บทได้ในเดือนพฤศจิกายน 2564
ส่วนพื้นที่ริมทางรถไฟช่วงสถานีกลางบางซื่อ-สถานีหัวลำโพง แนวทางการพัฒนาจะเริ่มมีความชัดเจนต่อเมื่อมีการสำรวจรายละเอียดตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างที่เกี่ยวข้อง เช่น สายสีแดงส่วนต่อขยาย รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน การเชื่อมต่อสถานีจิตรลดา เป็นต้น
ไทม์ไลน์ที่กำหนดไว้คาดว่าจะสามารถนำเสนอแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ได้ในเดือนธันวาคม 2564 นี้

