เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (21 ก.ย. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ก.ย. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,450 บาท
รับสร้างบ้าน ปลื้มยอดจอง EXPO 2026 ทะลุเป้า คาดสิ้นปีแตะ 1 หมื่นล้าน
Real Estate รับสร้างบ้าน ปลื้มยอดจอง EXPO 2026 ทะลุเป้า คาดสิ้นปีแตะ 1 หมื่นล้าน
หุ้นเวียดนามยกระดับ ขึ้นแท่นดัชนีตลาดเกิดใหม่ FTSE Russell
World หุ้นเวียดนามยกระดับ ขึ้นแท่นดัชนีตลาดเกิดใหม่ FTSE Russell
ฟิวเจอร์พาร์ค-สเปลล์ ผนึกโนโวเทลฯ จัดกิจกรรมเพื่อสังคม “Cleanup Day 2026”
SD ฟิวเจอร์พาร์ค-สเปลล์ ผนึกโนโวเทลฯ จัดกิจกรรมเพื่อสังคม “Cleanup Day 2026”
เปิดรับ นศ.ไทย ฝึกงานภาคบริการ ‘มาเก๊า’ เงินเดือนสูง 5-7 หมื่น
News เปิดรับ นศ.ไทย ฝึกงานภาคบริการ ‘มาเก๊า’ เงินเดือนสูง 5-7 หมื่น
ศุภจี เร่งสรุปเจรจา ART ไทย–สหรัฐฯ ก่อนมาตรการ 301 หวังภาษีกรอบเดิม 19%
Politics ศุภจี เร่งสรุปเจรจา ART ไทย–สหรัฐฯ ก่อนมาตรการ 301 หวังภาษีกรอบเดิม 19%
อนุทิน ลั่นเสถียรภาพรัฐบาลสูงมาก พรรคร่วม-ขรก.-กองทัพ ทำงานร่วมกันดี
Uncategorized อนุทิน ลั่นเสถียรภาพรัฐบาลสูงมาก พรรคร่วม-ขรก.-กองทัพ ทำงานร่วมกันดี
ซาบีดา เตือน Miss Universe Cambodia หยุดเผยแพร่ข้อมูลไม่ถูกต้อง
Biz Movement ซาบีดา เตือน Miss Universe Cambodia หยุดเผยแพร่ข้อมูลไม่ถูกต้อง
Fitch ขยับ Outlook ไทยสู่ Stable หนุนฟันด์โฟลว์ จับตา BBL-SCB-KTB-KBANK
Finance Fitch ขยับ Outlook ไทยสู่ Stable หนุนฟันด์โฟลว์ จับตา BBL-SCB-KTB-KBANK
อนุทิน ย้ำพร้อมมือภาคยานยนต์ญี่ปุ่น เชื่อมั่นยังสนใจลงทุนไทย
Politics อนุทิน ย้ำพร้อมมือภาคยานยนต์ญี่ปุ่น เชื่อมั่นยังสนใจลงทุนไทย
ดูทั้งหมด

“เฉลิมชัย” ทุ่ม 2 หมื่นล้าน ดันโปรเจ็กต์ “เกษตรอัจฉริยะ 2 ปี ทำน้อยได้มาก”

07 ต.ค. 2564 | 14:45น.

“เฉลิมชัย” ทุ่มกว่า 2 หมื่นล้าน ยกเครื่องแผนภาคเกษตร ดึงเอกชนเทคโนโลยี ปั้นโปรเจ็กต์ “เกษตรอัจฉริยะ 2 ปี ทำน้อย ได้มาก” หวังเพิ่มราคาสินค้าไม่ต่ำกว่า 3% พาเกษตรกรพ้นความจน 20% ปลดล็อค หนี้สิน พ้นวิกฤตโควิด ลั่นปีงบฯใหม่ดันงานวิจัย พัฒนาบุคลากร ยังปัดตอบแผนทำงาน 4 หน่วยงาน “ปลัด” ชี้โควิด-19 ภาคเกษตรดันจีดีพีไทย เป็นภาคเดียวที่ไม่ติดลบ พร้อมเดินหน้าสร้างความมั่นคงเรื่องอาหารได้ 

วันที่ 7 ตุลาคม 2564 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายและเปิดตัวแผนปฏิบัติการเกษตรอัจฉริยะ ปี พ.ศ. 2565-2566 แก่เกษตรจังหวัดทั่วประเทศ ผ่านระบบการประชุมทางไกล (zoom meeting) ว่า เพื่อให้สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาล ได้กำหนดให้มีแผนแม่บทด้านการเกษตรและแผนย่อยเกษตรอัจฉริยะ ภายใต้ยุทธศาสตร์ด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ด้วยการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร

มีเป้าหมายสำคัญให้เกิดการทำเกษตรแบบทำน้อยได้มาก ทั้งนี้ ยังเร่งพัฒนาบุคลากรในหน่วยงาน ทั้งส่วนกลางและภูมิภาคให้มีความพร้อมทั้งด้านวิจัยและพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ รวมถึงการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่รัฐและเกษตรกร สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และช่วยเป็นครูผู้ฝึกหรือเทรนเนอร์ ให้แก่เกษตรกร โดยมุ่งเน้นทั้ง Smart Farmer และ Young Smart Farmer ตลอดจนผู้นำเกษตรกรของ ศพก. และแปลงใหญ่ มุ่งหวังให้เกิดการพัฒนาแปลงใหญ่เกษตรอัจฉริยะให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมในทุก ๆ จังหวัดของประเทศ และให้เข้าถึงทุกอำเภอภายใน 3 ปีให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

“ผมได้สั่งงานให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะ ของกระทรวงเกษตรฯ ในการขับเคลื่อนแผนงานนี้ โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ ได้มีการขอไปทางฝ่ายแผนให้บรรจุงบประมาณในการขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะลงไปในปีงบประมาณ 2566 ด้วย เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างแท้จริง ซึ่งทั้งหมดนี้จะสำเร็จได้ ทุกหน่วยต้องช่วยกัน ทั้งในส่วนของภาครัฐ ดึงงานวิจัย พัฒนาบุคลากร ภาคเอกชน สภาอุตสาหกรรมฯ สภาหอการค้าฯ หากรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ โครงการนี้เราจะเดินไปเก็บเกี่ยวผลสำเร็จในอนาคตข้างหน้าร่วมกัน เกษตรกรมีชีวิตที่ดีขึ้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่กระทรวงฯ หวังไว้อยากให้เกิดขึ้น เพื่อให้เกษตรกรพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวสอบถามนายเฉลิมชัยถึงประเด็นการแบ่งงานปีงบประมาณ 2565 ของ 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1.กรมฝนหลวงและการบินเกษตร 2.กรมพัฒนาที่ดิน 3.สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และ 4.องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) นายเฉลิมชัยยังปฏิเสธการให้สัมภาษณ์

นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในส่วนของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สานต่อการทำงานด้านเกษตรอัจฉริยะของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการจัดทำแผนปฏิบัติการเกษตรอัจฉริยะ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี พ.ศ. 2565-2566 โดยกระทรวงเกษตรฯร่วมกับผู้แทนของหน่วยงานภายนอกกว่า 200 คน ทั้งจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

โดยมีเป้าหมายแผนปฏิบัติการเกษตรอัจฉริยะระยะโครงการ 2 ปี ดังกล่าวอยู่ภายใต้งบประมาณมากกว่า 2 หมื่นล้านบาท เพื่อยกระดับเกษตรกรไทยให้พ้นกับดักความยากจน ลดจำนวนเกษตรกรที่อยู่ภายใต้เส้นความยากจนที่มีรายได้ประมาณ 3,000 บาท/ปี ลงปีละประมาณ 10%  หรือเฉลี่ย 2 ปีเกษตรกรที่มีความยากจนจะลดลงประมาณ 20% จากปัจจุบัน ด้วยการพัฒนาผลผลิตภาคเกษตรให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 3% ผลักดันให้จีดีพีภาคเกษตรให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในจีดีพีของประเทศ เพื่อให้ภาคเกษตรไทยสามารถค้ำจุนเศรษฐกิจของประเทศได้ ซึ่งขณะนี้จีดีพีภาคเกษตรมีสัดส่วนประมาณ 5.8% ของจีดีพีประเทศ

อย่างไรก็ตาม การเร่งขับเคลื่อนภาคเกษตรให้เติบโตได้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ทำน้อยได้มาก จะดำเนินการโดยการทำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ที่คนส่วนใหญ่ต้องทำงานที่บ้าน ลดการสัมผัสใกล้ชิดกัน แต่ภาคเกษตรต้องเดินหน้าสร้างความมั่นคงด้านอาหาร หลังจากการระบาดของโควิด-19 ภาคเกษตรแม้จะมีการเติบโตน้อยลง แต่น่าจะเป็นภาคเดียวที่ไม่ติดลบ ยังเดินหน้าสร้างความมั่นคงเรื่องอาหารได้  ดังนั้นงบประมาณที่จัดสรรมาจะนำไปใช้ทั้งเรื่องของการวิจัย การพัฒนาคน และยกระดับสินค้าการเกษตร