เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
Biz Movement กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
“ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
SD “ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
Economic ‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
Business บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
Economic เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
“สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
Economic “สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
“พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
Economic “พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
‘องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน’ กังวล สื่อไทยใต้อิทธิพลจีน สู่มณฑลไท่กั๋ว
World ‘องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน’ กังวล สื่อไทยใต้อิทธิพลจีน สู่มณฑลไท่กั๋ว
เปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่แค่ ‘โซลาร์รูฟท็อป’
สามัญสำนึก เปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่แค่ ‘โซลาร์รูฟท็อป’
ดูทั้งหมด

เศรษฐกิจโลกปีจอ สดใส-

29 พ.ย. 2560 | 07:00น.

นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากและธนาคารกลางทั่วโลกรวมทั้งองค์กรโลกบาลอย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ได้ประกาศในการประชุมร่วมกันขององค์กรที่กล่าวในข้างต้นและผู้ว่าการธนาคารกลางทั่วโลกว่าเศรษฐกิจโลกในปีนี้เป็นการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งและฟื้นตัวอย่างทั่วถึงในหลายประเทศ หลายภูมิภาค โดยคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจโลกขยายตัว 3.6% และปีหน้าขยายตัวดีกว่าปีนี้โดย
อยู่ที่ 3.7%

ผมคิดว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้และปีหน้าน่าสนใจมากเมื่อคำนึงว่าหลังวิกฤตเศรษฐกิจการเงินโลกในปี 2551 หรือวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์นั้น แม้ภาพรวมในปี 2 ปีต่อมา เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวก็ไม่ได้ทั่วถึงไปหลายประเทศ กล่าวคือในช่วงหลังวิกฤตการเงินโลก ชาติที่ขยายตัวแข็งแกร่งและนำเศรษฐกิจโลกให้ขยายตัวคือประเทศกลุ่ม BRICS อันประกอบไปด้วยจีน (กระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 4 ล้านล้านหยวน) รัสเซีย อินเดียและแอฟริกาใต้

ขณะที่ประเทศสหรัฐและยุโรป กำลังวุ่นอยู่กับการบันทึกการด้อยค่าของหลักทรัพย์ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นสินเชื่อจำนองบ้านสหรัฐ และลดระดับการก่อหนี้ (deleveraging) ญี่ปุ่นเองยังเต็มไปด้วยการรัฐบาลที่มีอายุสั้นและไม่ได้มุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาเงินฝืด หลังจากนั้น ประเทศยุโรปเข้าสู่วิกฤตหนี้สินสาธารณะ ขณะที่เมื่อผลบวกของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนสิ้นสุดลงและปริมาณน้ำมันจาก shale oil/gas ของสหรัฐที่เพิ่มกดราคาสินค้าโภคภัณฑ์ลงจนในที่สุดกลับมากดดันเศรษฐกิจของประเทศกลุ่ม BRICS รวมทั้งประเทศเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ให้เผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตามแต่เศรษฐกิจสหรัฐกลับมาฟื้นตัวและรับช่วงนำการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกโดยเศรษฐกิจทั่วโลกขยายตัวกระท่อนกระแท่น กล่าวได้ว่าก่อนหน้านี้ หลังปี 2551 การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกไม่ได้เกิดขึ้นในหลายประเทศเพราะมีประเทศใหญ่บางประเทศขยายตัวเพียงประเทศหรือ 2 ประเทศแต่ประเทศที่เหลือเศรษฐกิจชะลอลง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เศรษฐกิจของหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นประเทศพัฒนาแล้วหรือประเทศกำลังพัฒนา ตอนนี้กลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง นี่คือปรากฏการณ์ที่ไม่ได้เห็นมานานหลังปี 2551 เป็นต้นมา

โดยที่สหรัฐพบว่าการจ้างงานขยายตัวแข็งแกร่งหนุนการใช้จ่ายในประเทศเพิ่มและหนุนเศรษฐกิจให้ขยายตัวแต่ภาวะเงินเฟ้อยังเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ จากนี้ไปจับตามาตรการลดภาษี (tax reform) และการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในส่วนของยุโรปนั้น ตลาดเริ่มปรับคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นกว่าการประเมินครั้งก่อน ขณะที่เงินเฟ้อแม้ว่าจะอ่อนแอแต่เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งทำให้ ECB เตรียมยุติมาตรการ QE ในปีหน้า

ส่วนที่จีนพบว่า แรงหนุนส่งเศรษฐกิจเริ่มชะลอลงโดยเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น แต่การชะลอลงสอดคล้องกับนโยบายพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่เน้นเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างมีคุณภาพโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและลดการผลิตที่ล้นเกิน

กรณีญี่ปุ่นพบว่าตลาดเริ่มปรับการคาดการณ์เศรษฐกิจญี่ปุ่นทางบวกต่อเนื่อง ขณะที่ BOJ คงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามเดิมเพราะเงินเฟ้อญี่ปุ่นยังไม่มีสัญญาณเพิ่มขึ้น จากนี้ไปจับตาผลบวกจากการเป็นเจ้าภาพ
โอลิมปิกของญี่ปุ่นและทิศทางค่าเงินเยน

สำหรับเอเชียโดยรวม การที่เศรษฐกิจจีนขยายตัวดีมากในครึ่งแรกของปีหนุนเศรษฐกิจเอเชียให้ขยายตัวตาม ขณะที่เสถียรภาพเศรษฐกิจจีนมีส่วนทำให้ความผันผวนของระบบการเงินโลกอยู่ในระดับต่ำแต่ยุทธศาสตร์ใหม่หลังการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีนชี้ถึงทิศทางเสถียรภาพเศรษฐกิจจีนและคุณภาพของการพัฒนาเศรษฐกิจถือเป็นทิศทางบวก

สำหรับเศรษฐกิจไทย ตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ที่ขยายตัวสูงถึง 4.3% บ่งชี้ว่าฟื้นตัวตามการขยายตัว
เศรษฐกิจโลก

เมื่อเศรษฐกิจโลกขยายตัวดี แน่นอนที่ว่าทิศทางของเงินเฟ้อเริ่มกลับมาฟื้นตัว ธนาคารกลางได้เวลาที่จะลดการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งนี่จะส่งผลให้ตลาดการเงินมีแนวโน้มผันผวนเป็นระยะ ซึ่งจากนี้ไป นักลงทุนต้องคอยตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและควรตระหนักว่าโดยปกติแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ดีหนุนราคาสินทรัพย์เสี่ยงให้เพิ่มขึ้น แต่การที่หลายปีที่ผ่านมา ราคาสินทรัพย์เสี่ยงเป็นขาขึ้นมาโดยตลอดทำให้จากนี้ไปการปรับฐานย่อยน่าจะเกิดขึ้น ซึ่งถ้าเกิดการปรับฐานของสินทรัพย์เสี่ยงนี่จะถือได้ว่าเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน