เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 อสังหาสาดโปรฯคึก สถาพรตั้งเป้า 100 ล้าน
Real Estate มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 อสังหาสาดโปรฯคึก สถาพรตั้งเป้า 100 ล้าน
ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อโซลาร์ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี ช่วยเกษตรกรลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
Finance ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อโซลาร์ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี ช่วยเกษตรกรลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
เปิดวงถก UPOV 1991 กับทางเลือกของเกษตรกรไทย
Economic เปิดวงถก UPOV 1991 กับทางเลือกของเกษตรกรไทย
’อนุทิน‘ เข้าสภา เดินทักทาย สส.ฝ่ายค้าน
Automotive ’อนุทิน‘ เข้าสภา เดินทักทาย สส.ฝ่ายค้าน
ไฮไลต์เรียกเสียงกรี๊ด…มหกรรมหนังสือสุดคึกคัก
Biz Movement ไฮไลต์เรียกเสียงกรี๊ด…มหกรรมหนังสือสุดคึกคัก
‘iPhone Duo พับได้’ เจอปัญหา! หน้าจอร้าวหลังใช้งานไม่นาน แต่ Apple พร้อมรับมือ
Tech ‘iPhone Duo พับได้’ เจอปัญหา! หน้าจอร้าวหลังใช้งานไม่นาน แต่ Apple พร้อมรับมือ
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
Finance ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
Politics อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

บทพิสูจน์ใหม่ “ศรีจันทร์” เลือกทำสิ่งที่ชัวร์…แก้เกมยุคโควิด

11 พ.ย. 2564 | 22:06น.
รวิศ หาญอุตสาหะ
สัมภาษณ์

 

กว่า 73 ปีบนเส้นทางสายความงามของ “ศรีจันทร์” แบรนด์เครื่องสำอางสัญชาติไทย หลังประสบความสำเร็จกับการรีแบรนด์ครั้งใหญ่เมื่อช่วงปี 2558 ที่เป็นการลบภาพเดิมสู่ภาพจำของสาววัยรุ่นสุดสดใส ผ่านบททดสอบความสำเร็จของ “ธุรกิจครอบครัว” ในยุคที่หลาย ๆ แบรนด์ต่างล้มหายตายจากไปเพราะขาดความต่อเนื่องและทายาทในการสานต่อกิจการ มาวันนี้ “ศรีจันทร์” ต้องเผชิญกับอีกหนึ่งบทพิสูจน์ครั้งสำคัญกับการระบาดของโควิด-19 ที่ทุบอุตสาหกรรมเครื่องสำอางให้ชะลอตัวอย่างหนัก

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “รวิศ หาญอุตสาหะ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด แม่ทัพใหญ่ผู้พาศรีจันทร์ทะยานพลิกตลาดมาแล้วเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา ถึงทรรศนะเกี่ยวกับการปรับตัว แนวคิดการทำงาน กลยุทธ์การบริหารแบรนด์ร่วมสมัยที่สะท้อนถึงความสำคัญของแนวคิดการบริหารงานในยุคโควิด-19 ว่าจะแตกต่างหรือท้าทายจากเดิมอย่างไรบ้าง

โควิดความท้าทายใหม่

“รวิศ” เริ่มต้นบทสนทนาด้วยการสะท้อนภาพตลาดเครื่องสำอางในช่วงการระบาดของโควิด-19 ว่า ตลาดรวมเครื่องสำอางในทุกแคทิกอรี่ ตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการทุกรายล้วนได้รับผลกระทบที่ไม่ต่างกัน มากบ้างน้อยบ้างแต่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับฐานของบริษัท สำหรับศรีจันทร์เองก็ยอมรับว่าได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ก็มีการปรับแผนงานรับมืออย่างต่อเนื่อง

แม้ภารกิจรีแบรนด์ศรีจันทร์เมื่อช่วง 7 ปีที่ผ่านมา คือ โจทย์ยักษ์ที่บริษัทสามารถเอาชนะและฝ่ามาได้แล้วหนึ่งระลอกจนภาพลักษณ์แบรนด์เปลี่ยนไปแบบพลิกฝ่ามือ แต่ทว่าการระบาดของโควิด-19 กลับเป็นงานที่เพิ่มความท้าทายให้มากกว่า เนื่องจากการจะพาแบรนด์ฝ่าวิกฤตโควิดมีความยากและท้าทายกว่าช่วงของการรีแบรนด์ศรีจันทร์เป็นอย่างมาก

เนื่องจากโควิดเป็นวิกฤตที่ดึงกำลังซื้อของคนออกไปจากตลาด ทำให้บริษัทได้รับผลกระทบค่อนข้างหนัก ที่ทำให้จะต้องมีการปรับแผนงานของบริษัทใหม่ทั้งหมด แต่ท้ายที่สุดทุกคนก็ต้องมาเรียนรู้ว่าในองค์กรของเรามีอะไรที่ประสิทธิภาพไม่ค่อยดี มีแผนงานที่ซ้ำซ้อน อะไรที่เกินความจำเป็น ก็ถือโอกาสมาจัดระบบใหม่ และโฟกัสให้ดีขึ้น ในการใช้จ่ายทุกบาททุกสตางค์และสินค้าที่ผลิตออกมาจะต้องดีและคุ้มค่าให้มากที่สุด

ช่วงที่โควิดระบาดนับช่วงวิกฤตเปรียบได้กับช่วงของสงคราม ดังนั้นการจะทำอะไรสักอย่างก็ต้องให้เห็นผลชัดเจน มีการประเมินผลลัพธ์ที่ได้ค่อนข้างแน่นอนว่าจะสำเร็จหรือติดตลาด ขณะเดียวกันแผนงานหรือสินค้าส่วนไหนที่มองแล้วว่า ยังไม่เหมาะกับสถานการณ์หรือมีความไม่แน่นอนก็จะต้องเลื่อนออกไปก่อน เพราะท่ามกลางความไม่แน่นอน ความชัวร์ต่อผลลัพธ์คือสิ่งสำคัญ

แต่ในทางกลับกัน หากอะไรเป็นของใหม่ ไม่รู้ตลาด เช่น สินค้าใหม่ แบรนด์ใหม่ หรือการเปิดตัวสินค้าที่ไม่เคยมีในตลาด และไม่แน่ใจเรื่องความชื่นชอบของลูกค้าก็จะเลื่อนออกไปก่อน เพื่อรักษาความมั่นคงของบริษัท เนื่องจากมีปัจจัยลบรุมเร้ามากมายที่ไม่สามารถควบคุมได้ ทุกวันนี้บริษัทก็ได้รับบาดเจ็บพอสมควร อะไรที่ลงเงินไปก็อยากได้ผลลัพธ์ที่แน่นอนออกมา

นอกจากนี้ การเข้ามาของเทคโนโลยีสมัยใหม่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก็เป็นปัจจัยที่ดิสรัปต์ธุรกิจให้เปลี่ยนแปลงและมีผลต่อการแข่งขันมากขึ้น และแน่นอนว่าเรื่องดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อพัฒนา “บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด” ให้ก้าวไปอีกขั้น จากองค์กรธุรกิจครอบครัวขนาดเล็ก สู่ผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดเครื่องสำอางเมืองไทย ด้วยการนำเทคโนโลยี ไอทีด้านต่าง ๆ เข้ามาลดกระบวนการทำงาน ลดต้นทุน การเปิดใช้อีคอมเมิร์ซเป็นของตัวเอง

ที่หน้าเว็บไซต์ต้องพร้อมและสามารถใช้งานได้ง่าย มีโปรโมชั่นตามฤดูกาลเพื่อกระตุ้นความสนใจลูกค้าตลอดเวลา และการแข่งขันของตลาดเครื่องสำอางในช่องทางออนไลน์นับวันก็จะรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

สำหรับศรีจันทร์เองก็จะได้เห็นสินค้าใหม่ ๆ พาร์ตเนอร์ใหม่ ๆ รวมถึงโปรโมชั่นที่จะมีอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขายที่มาจากช่องทางออนไลน์ 5% ออฟไลน์ 95% และในระยะยาวตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนของออนไลน์ให้เป็น 20% เป็นการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะตอนนี้ออนไลน์ก็ไม่ใช่ช่องทางที่ทำกำไรมากเหมือนในอดีต เนื่องจากการแข่งขันที่สูงขึ้น คู่แข่งที่มีมากขึ้น

ส่งสกินแคร์ใหม่รุกตลาด

ซีอีโอใหญ่ศรีจันทร์ยังกล่าวต่อไปว่า แม้การระบาดของโควิด-19 จะเป็นอุปสรรคต่อการเปิดตัวแบรนด์ใหม่อยู่บ้าง แต่ทว่าจะให้บริษัทหยุดชะงักการทำกิจกรรมทุกอย่างเลยก็คงไม่สามารถทำได้ ทุกอย่างต้องดำเนินต่อไปแม้จะมีการระบาดของโควิดอยู่ แต่ก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังในแผนงานมากขึ้น มีการปรับตัวให้เหมาะสมต่อสถานการณ์ โดยใช้งบฯลงทุนน้อยลง เลือกสื่อสารให้ตรงจุดมากขึ้น

ล่าสุดได้เปิดตัว “SRICHAND Skin Moisture Burst” สกินแคร์บำรุงผิวหน้าซีรีส์แรกของแบรนด์ใน “กลุ่ม hydration” ใน 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.SRICHAND Skin Moisture Burst Essence น้ำตบเอสเซนส์บำรุงผิวชุ่มชื่น 2.SRICHAND Skin Moisture Burst Serum เซรั่มบูสต์ผิว และ 3.SRICHAND Skin Moisture Burst Gel Cream เจลครีมล็อกผิว

โปรดักต์ใหม่นี้ เน้นเจาะตลาดระดับกลางที่มองหาสินค้าคุณภาพดีมาก ๆ แต่ราคาคุ้มค่า นับเป็นผลิตภัณฑ์สกินแคร์ตัวแรกของบริษัทที่ใช้เวลาคิดค้นและพัฒนานานกว่า 3 ปี เพื่อให้ได้โปรดักต์ที่ดีที่สุด ถูกใจมากที่สุด ในการป้อนตลาดได้ตรงจุดที่สุด

“จริง ๆ การพัฒนาโปรดักต์ดังกล่าวเป็นความตั้งใจโดยส่วนตัวมาก เนื่องจากสินค้าของบริษัทยังไม่มีพอร์ตที่เกี่ยวกับสกินแคร์โดยตรง และมั่นใจว่าตัวสินค้าน่าจะขายได้ด้วยตัวของตัวเอง”

สำหรับสินค้าใหม่นี้จะมีการสื่อสารแบรนด์ผ่าน “มาร์กี้-ราศรี บาเล็นซิเอก้า” สะท้อนภาพลักษณ์ของ SRICHAND (ศรีจันทร์) ที่เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการดูแลปรนนิบัติผิวเป็นประจำ ตามสโลแกน “Beauty Ready Go” หรือ “สวยก่อน พร้อมกว่า” ย้ำจุดยืนความเป็นแบรนด์ที่ยืนอยู่เคียงข้างกับสาวไทยให้พร้อมรับกับทุกสถานการณ์ในการใช้ชีวิต

“เราเลือกที่จะลดงบประมาณการตลาดลง เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายให้ตรงจุดมากขึ้น ซึ่งโดยส่วนตัวเชื่อว่าดีมานด์ในตลาดยังพอมีอยู่ ไม่ได้หายไปเลยทีเดียว โดยเฉพาะในส่วนของสกินแคร์ที่คนจำเป็นต้องใช้ และเป็นสินค้าที่คนจะตัดออกเป็นลำดับสุดท้ายในกลุ่มเครื่องสำอาง แม้ว่าจะอยู่บ้านหรือไม่ก็ตาม”

สำหรับเป้าหมายของสกินแคร์น้องใหม่ล่าสุดนี้ ประเมินว่าจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการใช้งาน จนเห็นผล และนำไปสู่การบอกต่อจนสามารถสร้างแบรนด์ให้คนรู้จัก จึงยังไม่ได้วางเป้าหมายเรื่องยอดขายในช่วงแรก โดยจะเน้นการทำตลาดให้ลูกค้าเกิดการลองใช้สินค้าให้มากที่สุด ด้วยการแจกสินค้าตัวอย่างจำนวนหลักแสนชิ้น การสร้างการเข้าถึงให้ง่ายขึ้นผ่านราคาที่เข้าถึง

แพ็กเกจจิ้งที่มีทั้งแบบซองวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าทั่วไป และแบบกระปุกใหญ่ที่วางในร้านค้าเครื่องสำอางชั้นนำ เพื่อเป็นการสร้างทางเลือกที่หลากหลายให้กลุ่มลูกค้า

เตรียมทัพสินค้าปลุกตลาด

แม่ทัพใหญ่ยังกล่าวอีกว่า สำหรับแผนงานในปี 2565 แม้จะยังเป็นช่วงของการประเมินสถานการณ์และมองว่าโควิดจะยังคงอยู่ แต่เบื้องต้นก็มีการเตรียมแผนงานเปิดตัวแป้ง รองพื้นตัวใหม่ เพื่อสร้างสีสันในตลาด นอกจากนี้ยังมีสินค้าอีกหลายตัวที่อยู่ระหว่างการพิจารณาที่จะเปิดตัวปีหน้า ซึ่งบริษัทมีสินค้าที่พัฒนาไว้ในไปป์ไลน์กว่า 50 รายการ โดยการเลือกเปิดตัวสินค้าแต่ละรายการจำเป็นต้องดูเทรนด์และแนวโน้มตลาดในแต่ละช่วงเวลานั้นด้วย โดยเฉพาะเมื่อการระบาดของโควิด-19 เข้ามาทำให้สถานการณ์ในตลาดเป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดา

“เราไม่รู้ว่าท่ามกลางวิกฤตเช่นนี้สถานการณ์จะพลิกไปแบบไหน และสินค้ากลุ่มไหนจะได้รับความนิยม ดังนั้นการเตรียมความพร้อม คือ สิ่งสำคัญที่สุด เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็เปิดตัวทันที แต่ถ้ายังไม่เหมาะสมก็เลื่อนออกไปก่อน”

อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปการทำธุรกิจหรือไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องระมัดระวัง ค่อย ๆ ทำไป อะไรที่ชัวร์เลือกทำก่อน อะไรที่ไม่แน่นอนก็เลื่อนออกไปดูสถานการณ์

โดยภาพรวมการเติบโตของศรีจันทร์ในปีนี้ ขึ้นอยู่กับภาพรวมตลาดและกำลังซื้อในช่วง 2 เดือนที่เหลือว่าจะเป็นอย่างไร กำลังซื้อจะดีขึ้นหรือไม่ หลังการเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา เพราะนั่นคือการวัดภาพกำลังซื้อของจริงว่าจะกลับมาได้มากน้อยแค่ไหน และการระบาดของโควิดจะกลับมาอีกครั้งหรือไม่

หากทุกอย่างคลี่คลายตามเป้าหมายที่วางไว้ก็จะได้เห็นการเติบโตของบริษัทในสิ้นปีนี้อย่างแน่นอน แต่หากมีการระบาดอีกระลอกใหม่ก็ต้องยอมรับว่าภาพรวมก็จะตกไปอีกนานเลยทีเดียว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สัมภาษณ์พิเศษ