สคร.ดันการลงทุนรัฐวิสาหกิจปี 2561 โตกว่า 47% ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-การลงทุนต่อเนื่อง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เปิดเผยว่า การลงทุนของรัฐวิสาหกิจในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2560 ขยายตัวร้อยละ 9.2 ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวในปี 2560 ในช่วงที่ใช้จ่ายภาคเอกชนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยในการประชุมเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ รองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) ได้มอบนโยบายให้รัฐวิสาหกิจให้ความสำคัญกับการดำเนินการลงทุนและเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนในไตรมาส 4/2560 เพื่อจะช่วยสร้างความเชื่อมั่น และสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องต่อไป
นายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการ สคร. ในฐานะโฆษก สคร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2561 การลงทุนของรัฐวิสาหกิจยังคงมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กรอบงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจในปีงบประมาณ 2561 เท่ากับ 796,337 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 52 จากปีก่อนหน้า โดยกรอบงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในการกำกับดูแลของ สคร. จำนวน 45 แห่ง เท่ากับ 506,162 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 47 จากปีก่อนหน้า ซึ่งรัฐวิสาหกิจที่มีงบลงทุนขนาดใหญ่ เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการ สคร. กล่าวสรุปว่า เพื่อให้การลงทุนรัฐวิสาหกิจช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) ได้มอบนโยบายให้รัฐวิสาหกิจ (1) ปรับปรุงแผนและประมาณการเบิกจ่ายงบลงทุนให้สะท้อนกับความสามารถในการเบิกจ่ายได้ตามจริง โดยให้คำนึงถึงการเบิกจ่ายที่เป็น Front-Loaded และการเบิกจ่ายที่ไม่เป็นไปตามแผนในปี 2560 ที่จะต้องผูกพันมาเบิกจ่ายในปี 2561 (2) เร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนให้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของกรอบงบลงทุน ตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด (3) ให้คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจกำกับดูแลการเบิกจ่ายงบลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมาย และพิจารณากำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายของการเบิกจ่ายงบลงทุนในการประเมินผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งกำชับให้รัฐวิสาหกิจที่มีงบลงทุนขนาดใหญ่เร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนในระยะเวลาที่เหลือของปี 2560 ที่เหลืออีก 1 เดือน ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ด้วย และให้รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ที่มีความเข้มแข็งทางการเงินปรับแผนการพัฒนากิจการในเชิงรุกเพื่อเป็นแกนนำในการพัฒนาประเทศ