เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คดีปลาหมอคางดำเข้าสู่ Class Action ขั้นพิสูจน์ยังอีกยาว ค่าเสียหายต้องวินิจฉัยตามข้อเท็จจริง
Economic คดีปลาหมอคางดำเข้าสู่ Class Action ขั้นพิสูจน์ยังอีกยาว ค่าเสียหายต้องวินิจฉัยตามข้อเท็จจริง
ปตท.สผ.-ปิโตรนาส รับสิทธิแปลง A-18-01 เดินหน้าผลิตก๊าซ 35 ปี เสริมความมั่นคงพลังงาน
Economic ปตท.สผ.-ปิโตรนาส รับสิทธิแปลง A-18-01 เดินหน้าผลิตก๊าซ 35 ปี เสริมความมั่นคงพลังงาน
ไอคอนคราฟต์ เปิดนิทรรศการ “Donkoi Model: FROM LOCAL WISDOM TO ASIAN PRIDE”
Biz Movement ไอคอนคราฟต์ เปิดนิทรรศการ “Donkoi Model: FROM LOCAL WISDOM TO ASIAN PRIDE”
เปิดงาน Gastech 2026 บรรยากาศพลังงานโลกคึกคัก ไทยประกาศพร้อมเป็น “Energy Hub” อาเซียน
Economic เปิดงาน Gastech 2026 บรรยากาศพลังงานโลกคึกคัก ไทยประกาศพร้อมเป็น “Energy Hub” อาเซียน
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ร่วงลง 300 บาท รูปพรรณบาทละ 68,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ร่วงลง 300 บาท รูปพรรณบาทละ 68,750 บาท
โยก “พิมพ์ชนก” สะเทือนพาณิชย์ อดีต รมว.-ปลัด โต้ปมลดระดับ เอกอัครราชทูต WTO
Economic โยก “พิมพ์ชนก” สะเทือนพาณิชย์ อดีต รมว.-ปลัด โต้ปมลดระดับ เอกอัครราชทูต WTO
ตลาดการเงินกำลังตั้งคำถามกับความน่าเชื่อถือ ?
Finance ตลาดการเงินกำลังตั้งคำถามกับความน่าเชื่อถือ ?
ธปท.เปิดให้แลกธนบัตรที่ระลึก เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ชนิดราคา 100 บาท และ 500 บาท วันที่ 1 ต.ค.นี้
Finance ธปท.เปิดให้แลกธนบัตรที่ระลึก เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ชนิดราคา 100 บาท และ 500 บาท วันที่ 1 ต.ค.นี้
ต่างชาติลงทุนไทย 8 เดือนแตะ 2.49 แสนล้าน โต 11% สิงคโปร์นำ 7.33 หมื่นล้าน
Economic ต่างชาติลงทุนไทย 8 เดือนแตะ 2.49 แสนล้าน โต 11% สิงคโปร์นำ 7.33 หมื่นล้าน
มาร์ค ชี้ “AI ต้องพัฒนาไวขึ้น” สวนทาง แซม-อีลอน-ดาริโอ AI ต้องชะลอ
Tech มาร์ค ชี้ “AI ต้องพัฒนาไวขึ้น” สวนทาง แซม-อีลอน-ดาริโอ AI ต้องชะลอ
ดูทั้งหมด

ค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่า หลังเงินเฟ้อสหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ ธ.ค. 2533

12 พ.ย. 2564 | 19:50น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 8-12 พฤศจิกายน 2564

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (8/11) ที่ระดับ 33.10/12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (5/11) ที่ระดับ 33.32/34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ หลังจากที่นักลงทุนปรับตัวรับการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานเดือน ต.ค. ที่แข็งแกร่งของสหรัฐ

โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานในวันศุกร์ว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 531,000 ตำแหน่งในเดือน ต.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 450,000 ตำแหน่ง จากระดับ 312,000 ตำแหน่งในเดือน ก.ย. ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 4.6% โดยต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.7% จากระดับ 4.8% ในเดือน ก.ย.

ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 0.4% สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ นอกจากนี้ในวันอังคาร (9/11ป กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งนับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือน ต.ค. เมื่อเทียบรายเดือน และพุ่งขึ้น 6.2% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2553

อย่างไรก็ตาม ค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าในคืนวันพุธ (10/11) หลังจากสหรัฐเปิดเผย ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค พุ่งขึ้น 6.2% ในเดือน ต.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2533 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.9% และสูงกว่าระดับ 5.4% ในเดือน ก.ย. โดยการพุ่งขึ้นของตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผอนคลายเชิงปริมาณ (QE) และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ และกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 4,000 ราย สู่ระดับ 267,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้แต่เดือน มี.ค. 2563 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ

นอกจากนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์เชิงบวกในการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศจากสมมุติฐานที่ว่า จะมีการบังคับใช้แผนการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานขอประธานาธิบดีโจ ไบเดน มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ที่ล่าสุดจะมีการลงนามบังคับใช้กฎหมายการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Bipartisan Infrastructure Framework – BIF) ในวันจันทร์หน้า (15 พ.ย.) โดยในคืนนี้ (12/11) สหรัฐจะมีการเปิดเผยตัวเลขอัตราการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงาน (JOLTS) เดือน ก.ย. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือ พ.ย. จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนของสหรัฐ

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ในวันจันทร์ (8/11) สำนักงานนโยบายการยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) เดือน ต.ค. 64 อยู่ที่ระดับ 101.96 เพิ่มขึ้น 2.38% จากช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 10 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ต.ค. 64) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.99% สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) เดือน ต.ค. 64 อยู่ที่ 100.59 เพิ่มขึ้น 0.21% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ย 10 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.23%

โดยนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการ สนค.เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคหรือเงินเฟ้อทั่วไป เดือน ต.ค. 64 เป็นการสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ตามราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาตลาดโลก ประกอบกับสินค้าในกลุ่มอาหารสดบางชนิด โดยเฉพาะผักสดได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในหลายพื้นที่และไข่ไก่ราคายังคงอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีก่อน

แต่มีแนวโน้มชะลอตัวลง ต่อมาในวันพุธ (10/11) คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี พร้อมประเมินว่าเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาสที่ 3 หรือ 2564 และเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดแะการเปิดประเทศ รวมทั้งการเร่งกระจายวัคซีนส่งผลให้ความเสี่ยงด้านการระบาดต่ำลดลง แต่แนวโน้มการฟื้นตัวยังเปราะบางและมีความไม่แน่นอนพร้อมทั้งยังมองว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัว 0.7% และ 3.7% ในปี 2564 และปี 2565 ตามลำดับ ซึ่งขยายตัวใกล้เคียงกับที่คาดไว้ในการประชุมครั้งก่อน

อย่างไรก็ตามค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่าในวันพฤหัสบดี ตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลัง ก่อนกลับมาแข็งค่าในวันศุกร์ (12/11) โดยได้แรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้าทั้งในตลาดพันธบัตร และตลาดหุ้น ทั้งนี้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.72-33.15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (12/11) ที่ระดับ 32.81/83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดในวันจันทร์ (8/11) ที่ระดับ 1.1556/60 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (5/11) ที่ระดับ 1.1557/61 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ขณะที่นายลูอิส เด กินโดส รองประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อยูโรโซนน่าจะปรับตัวลดลงในปีหน้า เนื่องจากปัจจัยที่ก่อให้เกิดเงินเฟ้อนั้นส่งผลเพียงชั่วคราว แต่อัตราเงินเฟ้อจะลดลงอย่างช้า ๆ รองประธาน ECB มองว่า อัตราเงินเฟ้อจะลดลงอย่างแน่นอนในปี 2565 แต่อาจไม่ได้ปรับตัวลดลงรุนแรงอย่างที่เคยคาดไว้

ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อของกลุ่มประเทศยูโรโซนนั้นเกิน 4% ในเดือน ต.ค. ซึ่งมากกว่าเป้าหมายของ ECB ที่ระดับ 2% ถึง 2 เท่า และจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากราคาพลังงานและค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้น ตลอดจนการปรับขึ้นภาษีบางส่วน และในวันพุธ (10/1) ได้มีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคของประเทศเยอรมนีประจำเดือนตุลาคม อยู่ที่ระดับ 0.5% หากเทียบเป็นรายเดือนและอยู่ที่ระดับ 4.5% เมื่อเทียบเป็นรายปีซึ่งเท่ากับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยในวันพฤหัสบดี (11/11) ค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญหลังการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐเนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์

โดยระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบ 1.1443-1.1608 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (12/11) ที่ระดับ 1.1444/47 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดในวันจันทร์ วันนี้ (8/11) ที่ระดับ 113.56/58 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (5/11) ที่ระดับ 113.77/80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ จากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานการแสดงความเห็นของกรรมการ BOJ ในการประชุมประจำเดือน ต.ค.ในวันนี้

โดยระบุว่า กรรมการ BOJ เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพิเศษ เนื่องจากเงินเฟ้อปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและการเติบโตของค่าจ้างยังคงอ่อนแรง ทั้งนี้ ภาวะติดขัดด้านอุปทานและต้นทุนสินค้าที่ปรับสูงขึ้นทั่วโลกผลักดันให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นทั่วโลก ซึ่งกระตุ้นให้ธนาคารกลางบางแห่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือพิจารณายกเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ดี แม้ว่าต้นทุนพลังงานและอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นผลักดันให้ราคาสินค้าสูงขึ้นในญี่ปุ่น แต่เงินเฟ้อในประเทศยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับเป้าหมาย 2% ของ BOJ เนื่องจากการบริโภคอันอ่อนแอได้ขัดขวางบริษัทต่าง ๆ จากการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังภาคครัวเรือน โดยวันพฤหัสบดี (11/11) ค่าเงินเยนกลับมาอ่อนค่าลงจากการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยในวันพฤหัสบดีญี่ปุ่นเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิตของเดือนตุลาคม อยู่ที่ระดับ 1.2% เมื่อเทียบเป็นรายเดือนซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 0.4%

สำหรับความเคลื่อนไหวในการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศนั้น ล่าสุดคณะกรรมการของกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นประกาศอนุมัติให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เข็มที่ 3 ของบริษัทไฟเซอร์เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยจะเริ่มฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์เป็นกลุ่มแรกตั้งแต่เดือน ธ.ค.นี้ ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 112.72-114.21 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (12/11) ที่ระดับ 113.97/114.00 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภาวะเงินตราต่างประเทศ