คอมพิวเตอร์ ช่วยฝังรากฟันเทียม-
เมื่อฟันแท้จากไป ไม่มีฟันใหม่เกิดขึ้นมาแทนได้อีกแล้ว การสูญเสียฟันเป็นทั้งปัญหาสุขภาพและปัญหาบุคลิกภาพในเวลาเดียวกัน การใส่ฟันปลอมเป็นทางออกหนึ่งสำหรับผู้สูญเสียฟัน ซึ่งมีทั้งการใส่ฟันปลอมแบบชั่วคราวถอดออกได้บ่อย ๆ และการใส่ฟันปลอมแบบทำรากฟันเทียมยึดติดไว้ถาวร ทำให้สะดวกในการใช้งานและรู้สึกเหมือนฟันจริงมากกว่า
การทำทันตกรรมรากเทียม (dental implant) เป็นการเลียนแบบฟันธรรมชาติได้อย่างสมจริง ทั้งด้านความสวยงามและการใช้งาน การทำรากฟันเทียมสามารถทำได้กับทุกคนที่สูญเสียฟันแท้ไป ไม่จำกัดอายุ แต่ทั้งนี้ต้องดูในบางกรณีที่คนไข้บางรายมีปัญหาสุขภาพ หรืออาจมีกระดูกขากรรไกรไม่เพียงพอ ทันตแพทย์จะตรวจทางทันตกรรมอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนจะทำรากฟันเทียม

รากฟันเทียมทำมาจากโลหะไทเทเนียม มีลักษณะเป็นเกลียวรูปทรงกระบอกเล็ก ๆ ใช้ฝังลงในตำแหน่งขากรรไกรใต้เหงือกให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
ในปัจจุบันมีเครื่องมือที่ช่วยให้การฝังรากฟันเทียมได้แม่นยำตรงจุดมากขึ้น โดยการวางแผนการรักษาและกำหนดตำแหน่งรากเทียมโดยใช้คอมพิวเตอร์ ที่เรียกว่า computer guided implant surgery
ผศ.รท.ทพ.ชัชชัย คุณาวิศรุต ทันตแพทย์เฉพาะทางทันตกรรมรากเทียม ศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ บอกว่า ขั้นตอนการทำรากฟันเทียมปกติใช้ระยะเวลาประมาณ 2-3 เดือน เพื่อรอให้กระดูกของคนไข้เกาะยึดกับรากฟันเทียมให้แน่นหนาก่อน ทันตแพทย์จึงจะนำฟันใหม่มาใส่ให้ยึดติดกับราก ซึ่งในปัจจุบันทันตแพทย์มีตัวช่วยลดเวลาในการทำรากฟันและยังมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็คือเทคโนโลยีทางภาพถ่ายรังสีแบบสามมิติ (Cone-beam CT) และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย ทำให้เลือกขนาดรากเทียมได้เหมาะสม และสามารถกำหนดตำแหน่งรากเทียมได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับตำแหน่งของฟันที่จะใส่ทดแทนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
คุณหมออธิบายว่า กระบวนการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการวางแผนและกำหนดตำแหน่งรากฟันเทียม หรือ computer guided implant surgery สำหรับคนไข้แล้ว จะคล้ายกับการเข้ารับการรักษาทันตกรรมรากเทียมตามปกติ แต่ที่แตกต่างออกไปจากเดิมคือ กระบวนการทำงานของทันตแพทย์
หลังจากที่ทันตแพทย์ตรวจสภาพช่องปากแล้ว อาจเลือกใช้กล้องวิดีโอสำหรับถ่ายภาพในช่องปาก หรือเลือกพิมพ์ปาก เพื่อเทแบบจำลอง แล้วนำแบบจำลองเข้าเครื่องสแกน จากนั้นผู้ป่วยจะถูกส่งไปรับการถ่ายภาพรังสีแบบ 3 มิติ โดยทันตแพทย์จะนำภาพถ่ายรังสีที่ได้มาซ้อนทับกับภาพถ่ายที่ได้จากการสแกนในช่องปาก ทันตแพทย์จะเลือกขนาดและตำแหน่งของรากเทียมที่เหมาะสม โดยจะพิจารณาจากตำแหน่งฟัน
ปริมาณกระดูกที่คนไข้มี และตำแหน่งอวัยวะสำคัญต่าง ๆ
จากนั้นแพทย์จะออกแบบเครื่องมือเพื่อกำหนดตำแหน่งรากเทียม (computer guided surgical template) เครื่องมือนี้มีลักษณะคล้ายเฝือกฟัน ทำหน้าที่ถ่ายทอดตำแหน่งของรากเทียมไปสู่ช่องปากของคนไข้อย่างถูกต้อง ตรงจุด เครื่องมือกำหนดตำแหน่งรากเทียมจะถูกพรินต์ผ่านเครื่องพิมพ์สามมิติ (3D printer) และส่งให้ทันตแพทย์ที่จะทำการฝังรากเทียม โดยจะต้องตรวจสอบก่อนเสมอว่า เครื่องมือกำหนดตำแหน่งรากเทียมแนบสนิทกับฟันของผู้ป่วย ทันตแพทย์จึงจะทำการฝังรากเทียม โดยใช้หัวกรอที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้พอดีกับเครื่องมือกำหนดตำแหน่งรากเทียม
“ประโยชน์ของการวางแผนการรักษาและกำหนดตำแหน่งรากเทียมโดยใช้คอมพิวเตอร์คือ ช่วยลดระยะเวลาในการผ่าตัดฝังรากเทียม ช่วยลดความผิดพลาดของตำแหน่งรากเทียม เพราะตำแหน่งที่ได้รับการวางแผนและกำหนดตำแหน่งด้วยคอมพิวเตอร์นี้จะคลาดเคลื่อนน้อย และช่วยให้ทราบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับฟัน เพื่อใช้วางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมในอนาคต เช่น ปริมาณกระดูกของคนไข้ ตำแหน่งเส้นประสาท” ทันตแพทย์ชัชชัยกล่าว
ตอนนี้โรงพยาบาลชั้นนำหลายแห่งได้นำเทคโนโลยีนี้มาช่วยในการทำรากฟันเทียม ซึ่งส่งผลดีทั้งช่วยให้ทันตแพทย์วางแผนการรักษาได้สะดวกขึ้น และช่วยให้คนไข้สบายใจ ไม่ต้องกังวลว่ารากฟันจะไปโดนเส้นประสาท หรือข้อกังวลใจอื่น ๆ ที่มักจะเกิดขึ้นเวลาไปทำฟัน