เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
Biz Movement กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
“ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
SD “ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
Economic ‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
Business บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
Economic เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
“สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
Economic “สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
“พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
Economic “พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
‘องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน’ กังวล สื่อไทยใต้อิทธิพลจีน สู่มณฑลไท่กั๋ว
World ‘องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน’ กังวล สื่อไทยใต้อิทธิพลจีน สู่มณฑลไท่กั๋ว
เปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่แค่ ‘โซลาร์รูฟท็อป’
สามัญสำนึก เปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่แค่ ‘โซลาร์รูฟท็อป’
ดูทั้งหมด

พลิกโฉมพลังงาน…ด้วยดิจิทัล ไม่ว่าใครก็ผลิต-ขายไฟเองได้-

30 พ.ย. 2560 | 07:00น.

การแทรกซึมของเทคโนโลยีดิจิทัลในปัจจุบัน ได้เปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตให้ง่ายขึ้น หลายอย่างรอบตัวควบคุมได้เพียงนิ้วสัมผัส เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือระบบไอแบงกิ้ง ซึ่งในแวดวงพลังงานมีการตั้งคำถามว่า จะเป็นอย่างไรเมื่อเทคโนโลยีดิจิทัลแทรกซึมในโลกของพลังงานบ้าง ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร bผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้พูดถึงประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจบนเวทีปาฐกถาพิเศษเรื่อง “Digital World Of Energy” ในงานมอบเข็มประกาศเกียรติคุณนักเรียนทุนรัฐบาลดีเด่น เมื่อเร็ว ๆ นี้

ดร.ทวารัฐ อธิบายว่า องค์ประกอบสำคัญของดิจิทัลคือ ข้อมูล การเชื่อมโยงส่ง-ถ่ายข้อมูลได้ตลอดเวลาและมีสมองกลในการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้นเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ มาดูกันที่ข้อดีของการนำดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในเรื่องต่าง ๆ คือ ได้ใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่ามากขึ้น ลดต้นทุน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้องค์กร และเกิดความยั่งยืนในการใช้ ซึ่งแม้ว่าเทคโนโลยีดิจิทัลจะทรงประสิทธิภาพเพียงใด ก็ต้องระวังการล้วงข้อมูล (แฮกเกอร์) ด้วย

มาถึงไฮไลต์ที่ ดร.ทวารัฐต้องการบอกคือ จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้กับพลังงานอย่างไร ที่จัดไว้ 4 มิติ คือ 1) การขนส่ง ที่ชัดเจนแล้วคือ อูเบอร์ และแกร็บ และในอนาคตเมืองจะถูกจัดระเบียบให้เป็น “SmartCompact” หรือเมืองที่พึ่งพาระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น จากนั้นคือการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ที่มาแน่นอน แต่ยังไม่มีการยืนยันที่แน่ชัดว่าจะมาแทนน้ำมันได้ทันทีเลยหรือไม่ แต่เมื่อลองนึกถึงภาพของรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตที่หากนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ด้วย จะได้รู้ข้อมูลตั้งแต่จำนวนครั้งของการชาร์จไฟฟ้า ไปจนถึงอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ นอกจากนี้ในต่างประเทศยังมีการพัฒนา “โดรน” ซึ่งทั้ง Google และ Amazon กำลังศึกษาเพื่อใช้โดรนในการขนส่งสินค้าอีกด้วย

2) ระบบไฟฟ้าในอาคาร นั่นคือ ในฐานะผู้ใช้ไฟฟ้า สามารถใช้ดิจิทัลมาควบคุมการใช้ไฟฟ้าในบ้านของตัวเองได้ หัวใจสำคัญของการควบคุมคือ “ระบบเซ็นเซอร์” ซึ่งเป็นสมองกลสำคัญ ถามว่าการใช้งานในลักษณะนี้จะได้ประโยชน์อะไร ดร.ทวารัฐระบุ เพื่อให้การใช้ไฟฟ้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อปิดในส่วนที่ไม่ได้ใช้ หรือควบคุมให้ใช้ในระดับที่เหมาะสม ถัดมา คือ 3) ภาคอุตสาหกรรม สามารถพัฒนาอุตสาหกรรมให้ “smart” มากขึ้น โดยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสมองกล เมื่อภาคอุตสาหกรรมใช้ระบบเซ็นเซอร์ สามารถนำข้อมูลมาประเมินผลเพื่อการตัดสินใจว่าจะใช้พลังงานอย่างไร

และมาที่มิติสุดท้าย 4)ระบบผลิต-จำหน่ายไฟฟ้า ซึ่ง ดร.ทวารัฐระบุชัดเจนว่า ไอเดียนี้เป็นเรื่องใหม่ที่ต้องการให้เกิดขึ้นจริง ที่ ดร.ทวารัฐวาดภาพระบบไฟฟ้าในอนาคตว่า ภาพเดิมของไฟฟ้าในวันนี้คือ โรงไฟฟ้าในฐานะผู้ผลิตจะส่งไฟฟ้าต่อไปยังผู้ใช้ ในขณะที่ระบบใหม่นั้น จะเปลี่ยนมาเป็น “การส่งไฟฟ้า 2 ทาง” นั่นคือ นอกจากโรงไฟฟ้าแล้ว บ้านของผู้ใช้ไฟที่อยู่ใกล้เคียงกันก็ส่งไฟฟ้าระหว่างกันได้ หรือในกรณีที่บางพื้นที่เกิดปริมาณไฟฟ้าส่วนเกิน ยังสามารถส่งไฟฟ้าไปจำหน่ายให้พื้นที่อื่น ๆ ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม การเกิดขึ้นของระบบส่งไฟฟ้า 2 ทางนั้น จะต้องเกิดขึ้นควบคู่กับบล็อกเชน (block chain) ระบบการนิติกรรมสัญญาผ่านระบบดิจิทัล ดร.ทวารัฐ ยกตัวอย่างการสะสมไมล์เลสของการบินไทย เมื่อนำระบบบล็อกเชนมาใช้ จำนวนสะสมไมล์อาจนำไปใช้กับการบริการอื่น ๆ ได้ เช่น การแลกไมล์กับสายการบินอื่น ๆ ได้ โดยในอนาคตการบินไทยอาจทำหน้าที่เพียงเป็นตัวกลางบริหารตลาดเท่านั้น ซึ่งไอเดียนี้ยังสามารถมาใช้เทียบเคียงกับกิจการไฟฟ้าที่ใช้ระบบ “สมาร์ทกริด” อยู่ได้ และยังสามารถนำระบบบล็อกเชนมาใช้ควบคู่กัน เพื่อให้ซื้อขายไฟฟ้าระหว่างบ้านใกล้เคียงได้

ยิ่งไปกว่านั้น ในอนาคตการซื้อขายไฟฟ้าจะไม่ได้จำกัดไว้ที่เพียงการซื้อขาย “เนื้อไฟฟ้า” เท่านั้น เพราะยังมีแนวคิดอื่น ๆ ตามมาคือ “การซื้อผลประหยัด” โดยหากผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถประหยัดไฟในช่วงเวลาที่กำหนดก็ควรชดเชยให้ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวควรกำหนดเป็นนโยบายให้ชัดเจน เพราะขณะนี้ได้มีการศึกษาจากพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าเปลี่ยนไปมาก สามารถย้ายการใช้ไฟฟ้าจากผู้ใช้ไฟบางประเภทไปยังพื้นที่อื่นๆ ได้ ดร.ทวารัฐมองความเป็นไปได้ถึงขนาดที่ว่า ผู้ใช้ไฟฟ้ามีสิทธิ์ที่เลือกที่มาของไฟฟ้าได้ว่าจะซื้อจากระบบผลิตปกติที่มีราคาถูก หรือจะเลือกซื้อไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานทดแทน หรือ green power market ได้ อย่างไรก็ตาม ดร.ทวารัฐได้ย้ำว่า เทคโนโลยีดิจิทัลนั้นจะแทรกซึมเข้ามาสู่ภาคพลังงานแน่นอน ฉะนั้นสิ่งที่ภาครัฐจะต้องดำเนินการคือ เริ่มที่การสร้างคน ที่มีทักษะด้านดิจิทัล และหากจะพัฒนาตามไอเดียดังกล่าวจะต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ปลดล็อกตั้งแต่พระราชบัญญัติกำกับกิจการพลังงานฉบับที่ใช้ในปัจจุบันให้สามารถทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่ที่สำคัญคือ ทั้ง 3 กิจการไฟฟ้า คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ต้องปรับตัวและร่วมมือกัน และที่สำคัญไม่แพ้กันคือรัฐบาลต้องกล้าลอง…