เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
ดูทั้งหมด

ยูเอ็นชี้ “เมียนมา” วิกฤต ประชาชนครึ่งประเทศ “ยากจน”

04 ธ.ค. 2564 | 16:06น.

9 เดือนหลังกองทัพเมียนมา รัฐประหารรัฐบาลพลเรือนเมื่อ 1 ก.พ. 2564 ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมียนมาตกต่ำลงทั้งในแง่สิทธิเสรีภาพ ไปจนถึงสภาพเศรษฐกิจ เพราะหลังกองทัพยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือน บรรดากลุ่มทุนบริษัทข้ามชาติต่าง ๆ พากันถอนการลงทุนหนีความวุ่นวายทางการเมือง ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดอย่างหนักหน่วง

โดยก่อนหน้านี้ ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของเมียนมาปี 2564 จะหดตัวถึง 18% และหากสถานการณ์บ้านเมืองยังคงวุ่นวายไม่มีจุดสิ้นสุด จะทำให้ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจของเมียนมาลากยาวตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปีต่อ ๆ ไป

โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) เผยแพร่รายงานในสัปดาห์นี้ จากการสำรวจชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวเมียนมา 1,200 ครัวเรือน นับตั้งแต่หลังรัฐประหาร 1 ก.พ. ชี้ว่า ความยากจนระดับครัวเรือนของชาวเมียนมา มีแนวโน้มกลับสู่ “การถดถอย” ในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน นับตั้งแต่เมื่อ 2548 หรือก่อนที่ประเทศจะเข้าสู่การปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจ เมื่อ 2554 เสียอีก

ยูเอ็นดีพี ซึ่งสำรวจข้อมูลความเป็นอยู่ระดับครัวเรือนช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. 2564 ที่ผ่านมา ระบุว่า ผลพวงจากวิกฤตร้ายแรงจากรัฐประหาร ควบคู่กับการระบาดของโควิด-19 ทำให้ประชากรในเขตเมืองมีรายได้ต่ำกว่า
เส้นความยากจนมากขึ้น (1.90 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน) เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่า แม้แต่กลุ่มชนชั้นกลางในเมียนมา โดยเฉพาะที่อาศัยในเขตเมืองใหญ่อย่าง ย่างกุ้ง หรือ มัณฑะเลย์ จะหายไป ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

คันนี วิกนาราชา ผู้อำนวยการยูเอ็นดีพี ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ระบุว่า “ความยากจนในระดับนี้อาจหมายถึง การหายไปของกลุ่มชนชั้นกลาง ซึ่งเป็นลางร้ายสำหรับการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากวิกฤตโรคระบาด” ในกรณีเลวร้ายที่สุด ยูเอ็นดีพีประมาณการว่า ปีหน้าจะมีชาวเมียนมาที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน จะเพิ่มขึ้นเท่าตัวจาก 24.8% เป็น 46.3% ของประชากร ขณะที่ความยากจนของประชากรในเขตเมืองสัดส่วนจะเพิ่มขึ้นจาก 11.3% ในปี 2562 เป็น 37.2% ภายในปี 2565

นั่นหมายความว่า ปัจจัยจากโควิดและรัฐประหาร อาจทำให้เมียนมามีคนจนเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 12 ล้านคน เมื่อนับรวมกับจำนวนคนยากจนที่มีอยู่เดิม อาจมีประชากรมากถึง 25 ล้านคน หรือเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งประเทศ 55 ล้านคน กลายสภาพเป็นคนยากจนภายในต้นปี 2565 ซึ่งเป็นระดับความยากจนที่ไม่เคยเกิดขึ้นนับตั้งแต่ปี 2548

ผลสำรวจพบว่าครัวเรือนเกือบ 3 ใน 4 ยอมรับว่า มีรายได้ลดลงนับตั้งแต่ผลของการรัฐประหารและโควิด เกือบ 1 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามมีสภาพว่างงาน หรือต้องปิดกิจการเนื่องจากมาตรการคุมเข้มการระบาด ตลอดจนสถานการณ์ด้านการเมือง และพบว่า 1 ใน 3 ของครัวเรือนที่อาศัยในเขตชนบทต้องขายปศุสัตว์ ครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจในเขตเมืองระบุว่า พวกเขาแทบไม่มีเงินเก็บเหลือ ขณะที่อีกหลายครอบครัวต้องขายมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเป็นพาหนะหลักของครอบครัวเพื่อยังชีพ

ไม่เพียงแค่นั้น ยูเอ็นดีพียังพบแนวโน้มที่ชัดเจนของหลายครัวเรือนซึ่งมีอัตราการบริโภคอาหารลดลง และเด็ก ๆ ต้องออกจากโรงเรียนกลางคันเพิ่มสูงขึ้น ในเมืองใหญ่ ๆ อาทิ ย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์ พื้นที่ศูนย์กลางความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งเดิมเป็นบ้านของชนชั้นกลางที่กำลังเติบโต ได้เห็นการหยุดชะงักของธุรกิจขนาดเล็ก และภาคส่วนต่าง ๆ ตั้งแต่การก่อสร้าง การท่องเที่ยว ไปจนถึงการค้าปลีกและสิ่งทอ นำมาซึ่งการสูญเสียงานและค่าจ้างที่ลดลง

ขณะเดียวกัน ยูเอ็นดีพียังพบว่า แรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาซึ่งเป็นเสาหลักส่งเงินจากต่างแดนมาจุนเจือครอบครัวบ้านเกิดนั้น ในปีนี้การส่งเงินกลับประเทศของแรงงานเมียนมาลดเหลือเพียง 2.4% จากเดิมที่ชาวเมียนมาจะได้รับเงินจุนเจือครอบครัวจากต่างแดนราว 19.5% เมื่อปี 2560 ซึ่งเป็นผลพวงจากการคุมเข้มชายแดนเพื่อควบคุมการระบาดของหลายชาติในอาเซียน

ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า งานวิจัยของยูเอ็นดีพีอาจดูไม่สมเหตุสมผลถึงผลกระทบที่แท้จริงจากรัฐประหารที่มีต่อสังคมเมียนมา เพราะเป็นการสำรวจช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.นั้น ได้ให้น้ำหนักกับปัจจัยด้านการเมืองอย่างมาก อาจยังไม่ครอบคลุมถึงปัจจัยการระบาดโควิดอย่างรุนแรงช่วงกลางปีที่ผ่านมา และกระแสต่อต้านรัฐบาลทหารในกลุ่มบุคลากรด้านสาธารณสุข เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แพทย์และพยาบาลจำนวนมากหยุดงานประท้วง ประกอบกับความเชื่อมั่นของประชาชนที่ไม่ยอมเข้ารับการรักษาตามมาตรการของรัฐบาลทหาร ยิ่งทำให้โควิดเมียนมารุนแรงขึ้น

“หากไม่มีการดำเนินการใด ๆ ความสูญเสียจะส่งผลต่อประชากรรุ่นต่าง ๆ ไม่เพียงแค่การสูญเสียคนหนุ่มสาวจากสงครามกลางเมือง แต่คนรุ่นต่อไปอาจบกพร่องจากการขาดสารอาหาร และภาวะโภชนาการที่ไม่ดีจากความยากจนสุดขีด” ผู้อำนวยการยูเอ็นดีพีกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เมียนมา