เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
Economic ‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
Business บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
Economic เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
“สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
Economic “สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
“พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
Economic “พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
‘องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน’ กังวล สื่อไทยใต้อิทธิพลจีน สู่มณฑลไท่กั๋ว
World ‘องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน’ กังวล สื่อไทยใต้อิทธิพลจีน สู่มณฑลไท่กั๋ว
เปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่แค่ ‘โซลาร์รูฟท็อป’
สามัญสำนึก เปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่แค่ ‘โซลาร์รูฟท็อป’
แฮรี่ เคน
คุยกับเอกราช แฮรี่ เคน
“สวนสยาม”ตรวจสอบเครื่องเล่นสวนสนุก-สวนน้ำ พร้อมเปิด 19 พ.ย.นี้
Real Estate “สวนสยาม”ตรวจสอบเครื่องเล่นสวนสนุก-สวนน้ำ พร้อมเปิด 19 พ.ย.นี้
ดูทั้งหมด

กรมมลพิษบังคับใช้น้ำมันยูโร 5 โรงกลั่นดิ้นราคาขึ้น 50 สต./ลิตร-

04 ธ.ค. 2560 | 07:00น.

กรมควบคุมมลพิษ จ่อออกประกาศบังคับใช้น้ำมันมาตรฐานยูโร 5 ปี’56 หวังลดค่ากำมะถันเหลือ 10 PPM ให้ทุกโรงกลั่นปรับกระบวนการผลิต คาดต้องใช้เงินลงทุนอีกไม่ต่ำกว่า 80,000 ล้านบาท แต่กลับผลักภาระให้ประชาชนแบกรับด้วยการบวกค่าน้ำมันอีก 50 สตางค์/ลิตร

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีการหารือระหว่างกระทรวงทรัพยากรฯ-กระทรวงพลังงาน-กลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน-กลุ่มผู้ประกอบรถยนต์ เพื่อผลักดันให้มีการผลิตน้ำมันภายใต้มาตรฐานยูโร 5 โดยมีวัตถุประสงค์ต้องการให้ลดการปล่อยค่ากำมะถันลงอีกจาก 100 PPM ในมาตรฐานยูโร 4 เป็นให้เหลือ 10 PPM ภายใต้มาตรฐานยูโร 5 ปรากฏหลังการหารือสิ้นสุดลง ทางฝ่ายราชการได้มีการออกข่าวว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุป “รับหลักการ” ที่จะผลิตน้ำมันยูโร 5 แล้ว

โดยภายในปี 2561 จะมีการออกประกาศอย่างเป็นทางการให้โรงกลั่นน้ำมันภายในประเทศทุกโรง ต้องผลิตน้ำมันภายใต้มาตรฐานยูโร 5 ขณะที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ก็จะต้องลงทุนปรับปรุงกระบวนการผลิตและสายการผลิตรถยนต์ให้เติมน้ำมันยูโร 5 ให้แล้วเสร็จในอีก 5 ปีข้างหน้า (2565) ส่วนต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการลงทุนปรับปรุงโรงกลั่นให้นำมาบวกเพิ่ม+ ในราคาขายปลีกน้ำมันได้ไม่เกิน 50 สตางค์/ลิตร

ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้แสดงความต้องการให้โรงกลั่นน้ำมันทุกโรง ปรับปรุงกระบวนการกลั่นให้เร็วที่สุด เนื่องจากตามข้อมูลในปัจจุบันจะพบว่า มีโรงกลั่นน้ำมันในประเทศที่ได้มาตรฐานยูโร 5 แล้ว 1 โรง ได้แก่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) และเมื่อเร็ว ๆ นี้ยังมีโรงกลั่นน้ำมันอีกหนึ่งโรงได้ยื่นแบบประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) ต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในพื้นที่ส่วนขยายของโรงกลั่นน้ำมัน เพื่อติดตั้งเครื่องมือแลtอุปกรณ์การกลั่นให้ได้ตามมาตรฐานยูโร 5 ด้วย

จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯเกิดความเชื่อเอาเองว่า ในทางปฏิบัติโรงกลั่นน้ำมันในประเทศมีความพร้อมที่จะพัฒนาโรงกลั่นน้ำมันให้ได้มาตรฐานยูโร 5 อยู่แล้ว ทว่าในสภาพความเป็นจริงของอุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมันในปัจจุบันก็ยังมีโรงกลั่นน้ำมันอีกส่วนหนึ่ง อาจจะต้องใช้เวลาในการปรับปรุงกระบวนการกลั่นน้ำมันยูโร 5 เนื่องจากยังมีปัญหาในเรื่องของเงินลงทุน ซึ่งสูงมากกว่า 10,000 ล้านบาท (รวมทุกโรงกลั่นเกือบ 80,000 ล้านบาท)

“โจทย์สำคัญก็คือ เราไม่สามารถควบคุมปริมาณรถยนต์บนท้องถนนได้ แต่เราคุมการปล่อยมลพิษได้ กระทรวงจึงโฟกัสมาที่มาตรฐานน้ำมันยูโร 5 ซึ่งเราศึกษารายละเอียดมาก่อนหน้านี้ถึง 2 ปีแล้ว”

คำถาม 5 ข้อของโรงกลั่น

ด้านแหล่งข่าวจากผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมันกล่าวว่า ทางกลุ่มผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมันต้องการให้คณะทำงานตอบ “คำถาม” ให้ชัดเจนถึงการเปลี่ยนน้ำมันเป็นมาตรฐานยูโร 5 ว่า 1) ผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับคุ้มค่ากับการลงทุนในโรงกลั่นแต่ละโรงมากกว่า 10,000 ล้านบาทหรือไม่ 2) ใครจะออกมาการันตีได้หรือไม่ว่า ประเทศไทยจะประหยัดในแง่ของเงินค่ารักษาพยาบาลของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษได้มากน้อยแค่ไหน

3) การกำหนดให้บวกรวมต้นทุนที่เกิดจากการปรับปรุงโรงกลั่นเพื่อให้ได้มาตรฐานยูโร 5 ได้ไม่เกิน 50 สตางค์/ลิตร ให้ประชาชนเป็นผู้รับภาระ หรือภาครัฐควรปล่อยให้สะท้อนตามกลไกของตลาด 4) ต้องการความเห็นจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ว่า รถยนต์ในปัจจุบันสามารถใช้น้ำมันมาตรฐานยูโร 5 ได้หรือไม่ และ 5) ในกรณีที่รถยนต์ในปัจจุบันสามารถใช้น้ำมันได้ทั้งมาตรฐานยูโร 4 และ 5 แล้ว ค่าการปล่อยกำมะถันนั้นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ หากทดสอบแล้วพบว่าไม่มีความแตกต่างกัน ก็ไม่ควรเปลี่ยนมาตรฐานน้ำมันหรือไม่

ส่วนการคาดการณ์ว่า การใช้น้ำมันทั่วโลกจะลดลงและถูกทดแทนด้วยรถยนต์ไฟฟ้านั้น กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันยังมีความเชื่อมั่นว่า รถยนต์ไฟฟ้าจะเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญจะต้องใช้เวลาประมาณ 10 ปี เท่ากับว่าในขณะนี้ น้ำมันยังคงเป็นพลังงานหลักที่ผู้บริโภคยังเลือกใช้อยู่

“ถ้ามองในภาพใหญ่ของการลงทุนเพื่อปรับปรุงโรงกลั่นน้ำมันทั้งระบบ น่าจะใช้เงินลงทุนมากกว่า 80,000 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวภาครัฐก็ทราบดี การลงทุนมหาศาลขนาดนี้ ผู้ลงทุนก็ต้องหาเงินมาใช้คืน เพราะเป็นธุรกิจ” ผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมันรายหนึ่งแสดงความสงสัยถึงสิ่งที่กระทรวงทรัพยากรฯกำลังดำเนินการอยู่

ค่ายรถขานรับน้ำมันยูโร 5

ขณะที่ นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) กล่าวว่า เห็นพ้องกับนโยบายดังกล่าวที่ภาครัฐเตรียมบังคับใช้มาตรฐานน้ำมันยูโร 5 ในปี 2565 เพื่อช่วยยกระดับมาตรฐานการควบคุมมลพิษจากรถยนต์ ทางฮอนด้าก็มีความพร้อมจะสนองตอบนโยบายดังกล่าว โดยผู้ผลิตรถยนต์จะทยอยส่งรถยนต์ที่รองรับกับมาตรฐานดังกล่าวออกสู่ตลาดได้ภายในช่วงระยะเวลา 6 เดือน ถึง 1 ปี

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า รถยนต์มาสด้านั้นเป็นการผลิตตามนโยบาย “โกลบอลแพลตฟอร์ม” และรถยนต์ของมาสด้าสามารถรองรับน้ำมันมาตรฐานยูโร 6 อยู่แล้ว เช่นเดียวกับ นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ก็พร้อมที่จะขานรับนโยบายดังกล่าวของภาครัฐ

นายธนวัฒน์ คุ้มสิน นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ กล่าวว่า ทุกคนทราบดีว่าภายในปี พ.ศ. 2565 ประเทศไทยจะเปลี่ยนการบังคับใช้มาตรฐานน้ำมันยูโร 5 และรัฐบาลก็ให้ระยะเวลาในการเตรียมความพร้อม ส่วนนางปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ กล่าวว่า ปัจจุบันรถอีซูซุของเราสามารถรองรับมาตรฐานยูโร 5 ได้อยู่แล้ว ขณะที่ค่ายรถยนต์โตโยต้าเห็นว่า การดำเนินงานทุกอย่างจะต้องทำในลักษณะของการค่อยเป็นค่อยไป