เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
Economic ‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
Business บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
Economic เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
“สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
Economic “สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
“พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
Economic “พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
‘องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน’ กังวล สื่อไทยใต้อิทธิพลจีน สู่มณฑลไท่กั๋ว
World ‘องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน’ กังวล สื่อไทยใต้อิทธิพลจีน สู่มณฑลไท่กั๋ว
เปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่แค่ ‘โซลาร์รูฟท็อป’
สามัญสำนึก เปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่แค่ ‘โซลาร์รูฟท็อป’
แฮรี่ เคน
คุยกับเอกราช แฮรี่ เคน
“สวนสยาม”ตรวจสอบเครื่องเล่นสวนสนุก-สวนน้ำ พร้อมเปิด 19 พ.ย.นี้
Real Estate “สวนสยาม”ตรวจสอบเครื่องเล่นสวนสนุก-สวนน้ำ พร้อมเปิด 19 พ.ย.นี้
ดูทั้งหมด

เพิ่มตัวแปร “ค่าพยากรณ์” เทคโนโลยีกดพีกไฟฟ้าลง 4,500 MW-

04 ธ.ค. 2560 | 07:00น.

พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เพราะเทคโนโลยี ทำให้กรณีฐานที่ใช้วางแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP : Power Development Plan ฉบับล่าสุดที่ใช้ในปัจจุบันไม่สามารถตอบโจทย์ได้ตลอดทั้งแผนในช่วง 20 ปี เพราะมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ไม่เคยนำมาคำนวณรวมไว้ในค่าพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าเลย และเพื่อให้ค่าพยากรณ์มีความใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้น สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) โดยคณะทำงานด้านการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า ได้เปิดเวทีเพื่อรับฟังความเห็น “Load Forcast : ทิศทางการใช้ไฟฟ้าในอนาคต” เพื่อนำเสนอค่าพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าไปปรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ของประเทศฉบับใหม่ นอกจากจะพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า พร้อมกับนำเสนอ สมมติฐานที่ใช้ในการพยากรณ์แล้ว ยังได้จัดทำค่าพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า “กรณีทางเลือก” ซึ่งมีตัวแปรอื่นเข้ามาเพิ่ม

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน และ ดร.เทียนไชย จงพีร์เพียร ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน และอยู่ในคณะทำงานด้านพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าครั้งนี้ อธิบายถึงค่าพยากรณ์ครั้งนี้ว่า ใช้ข้อมูลพื้นฐานคือ ตัวเลขประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ร้อยละ 3.78 ทั้งนี้สมมุติฐานที่ใช้ในการพยากรณ์นั้น มาจากส่วนที่เรียกว่าความต้องการที่เกิดขึ้นจากนโยบายภาครัฐ คือ 1)ยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ตั้งสมมุติฐานว่า ในปี 2579 จะมีรถยนต์ไฟฟ้าในระบบที่ 1.2 ล้านคัน ว่าจะขยายตัวที่ 1% ต่อปี ถ้าเป็นไปตามสมมุติฐานนี้คาดว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 5,783 ล้านหน่วย หรือ 2,466 เมกะวัตต์ 2) โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง รวม 4 โครงการ กทม.พิษณุโลก/กทม.นครราชสีมา/กทม.หัวหิน และ กทม.ระยอง ภายใต้สมมุติฐานนี้จะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 1,324 ล้านหน่วย หรือ 163 เมกะวัตต์ 3) เขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ที่คาดว่าจะมีการขยายตัวในแง่ของการลงทุนในพื้นที่ ทั้งท่าเรือ อุตสาหกรรมเป้าหมายและอื่น ๆ นั้น จะมีความต้องการใช้ไฟ 2,765 ล้านหน่วย หรือประมาณ 404 เมกะวัตต์

นอกจากนี้คณะทำงานยังนำเสนอค่าพยากรณ์ที่มาจากความต้องการใช้ไฟฟ้านอกระบบ หรือ captive demand หรือโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าใช้เองหรือขายตรงให้ลูกค้าโดยไม่ได้ขายไฟฟ้าเข้าระบบของ 3 กิจการไฟฟ้า ซึ่งมีการประเมินว่าจะมีประมาณ 2,600 เมกะวัตต์ ทั้งนี้มีการประเมินถึงความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด หรือที่เรียกว่า peak ว่าจะลดลงไปประมาณ 4,500 เมกะวัตต์ สำหรับพีกของปีนี้อยู่ที่ 34,101 เมกะวัตต์ โดยคณะทำงานคาดการณ์ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นในกรณีฐานสำหรับปี 2579 จะอยู่ที่ 50,972 เมกะวัตต์

และเพื่อให้สมมติฐานในการจัดทำค่าพยากรณ์มีความครอบคลุมถึงตัวแปรอื่น ๆ ที่มีความสำคัญ จึงมีการจัดทำกรณีทางเลือก (scenaio) ขึ้นมาเพิ่มเติมอีก 3 ทางเลือก โดย ดร.ทวารัฐ ให้น้ำหนักไปที่ 1) ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) 2) โครงการโซลาร์รูฟท็อป และ3) ระบบกักเก็บพลังงาน หรือ energy storage system โดยได้ขยายความในส่วนของโครงการโซลาร์รูฟท็อปว่า จะมีการติดตั้งเต็มทุกหลังคาเรือนภายใน 50 ปี หรืออัตราการแทรกซึมของโซลาร์รูฟท็อปจะอยู่ที่ 20% ในประเด็นนี้ยัง “ไม่มีความชัดเจน” ว่าจะมีผู้ติดตั้งแผงโซลาร์รูฟท็อปมากน้อยเพียงใด จึงต้องศึกษาเพิ่มเติม และตัวแปรสุดท้ายระบบกักเก็บพลังงานที่เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการใช้ไฟฟ้าของประเทศ โดย ดร.ทวารัฐระบุว่า ในส่วนของกรณีการจัดทำกรณีทางเลือกนี้ ยังเปิดทางให้สามารถแสดงความเห็นได้ว่า นอกจากทั้ง 3 ปัจจัยนี้แล้ว ควรจะมีปัจจัยที่ 4 หรือไม่

ทั้งนี้ ดร.ทวารัฐได้สรุปว่า จากค่าพยากรณ์และการตั้งสมมุติฐานเหล่านี้ ทำให้ประเมินได้ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) จากแผน PDP เดิม (PDP-2015) จะขยายตัวที่ร้อยละ 4-5 ตลอดแผนนั้น เปลี่ยนเป็นขยายตัวที่ร้อยละ 3.78 ส่วนอัตราการเกิดใหม่ของประชากรไทยจะลดลงหลังปี 2570 และการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองจะเพิ่มเป็น 5,277 เมกะวัตต์ในปลายปี 2579 ทำให้ภาพรวมความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดจะลดลงประมาณ 3,847-4,500 เมกะวัตต์

ภายหลังจากการจัดทำค่าพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าแล้วเสร็จ ขั้นตอนต่อไปคือการจัดเรียง “supply” หรือกำลังผลิตใหม่ที่จะเข้ามาในแผน PDP ในแต่ละปีว่าเป็นอย่างไร ซึ่งคาดว่ากำลังผลิตจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ หรือ IPP ที่ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า หรือ PPA กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะยังเข้าระบบตามแผนที่วางไว้