เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
Politics ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
Automotive มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
Politics อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
Politics ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
Finance ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
Economic รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
Automotive เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
ยักษ์สู้ศึกตลาด ‘ปิกอัพ’ ขาลง ‘ฮอนด้า’ ลงสนามชน ‘โตโยต้า-อีซูซุ’
Automotive ยักษ์สู้ศึกตลาด ‘ปิกอัพ’ ขาลง ‘ฮอนด้า’ ลงสนามชน ‘โตโยต้า-อีซูซุ’
ครม.สัญจรอุดรชง 4 หมื่นล้าน เชื่อมค้าจีน
Politics ครม.สัญจรอุดรชง 4 หมื่นล้าน เชื่อมค้าจีน
ดูทั้งหมด

กลุ่มค้าปลีกชง 5 ข้อ แนะรัฐรับมือโอไมครอน ฟื้นเศรษฐกิจไทย

04 ม.ค. 2565 | 09:57น.
ห้างสรรพสินค้า

สมาคมผู้ค้าปลีกไทยพร้อมสู้โอไมครอน ร่วมกับภาครัฐ ชู 5 แนวทางปูพรมป้องกัน ทั้งตรึงราคาสินค้า อัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบ เร่งกระจายวัคซีนร่วมพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย

วันที่ 4 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโอไมครอนที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ โดยประเทศไทยมีการแพร่กระจายไปยัง 47 จังหวัดทั่วประเทศไทย สมาคมผู้ค้าปลีกไทยจึงมีความกังวลต่อแนวโน้มของจำนวนผู้ติดเชื้อโอไมครอนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยมุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันสกัดการแพร่ระบาด และลดความรุนแรงให้ลดลงให้ได้มากที่สุด สมาคม จึงขอนำเสนอแนวทางให้ความร่วมมือเพี่อร่วมกับภาครัฐในการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ด้วยการช่วยเหลือให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง รวมทั้งฟื้นฟูและเยียวยา SMEs ไทย ผลักดันในการช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้เติบโต

ญนน์ โภคทรัพย์
ญนน์ โภคทรัพย์

นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ทุกภาคส่วนต้องร่วมใจ ร่วมมือ และร่วมผลักดันอย่างพร้อมเพรียงในการควบคุมการแพร่ระบาดในครั้งนี้ บวกกับการที่ประชาชนทุกคนมีวินัยและป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัดตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข มีความเป็นไปได้มากว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 30,000 คนต่อวัน ตามที่เคยคาดการณ์ไว้ ซึ่งน่าจะผ่านความท้าทายนี้ไปได้ไม่ยาก เศรษฐกิจไทยกำลังจะฟื้นตัวจากวิกฤต โดยทุกคนต้องร่วมผลักดันไม่ให้ประเทศไทยเข้าสู่วิกฤตอีกครั้ง เพราะไม่สามารถกลับมาเจอกับบาดแผลที่จะซ้ำตรงที่เดิมได้อีกแล้ว

“ดังนั้นการทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อของโอไมครอนลดลงหรือให้มีจำนวนน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ และต้องใช้ระบบป้องกันแบบปูพรม (Innate Immunity) เพิ่มความช่วยเหลือให้ SMEs ไทยมีสภาพคล่อง และการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นคีย์หลักที่สมาคม พร้อมที่จะร่วมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้อีกครั้ง”

โดยสมาคม และภาคีเครือข่าย ยังคงยึด 5 แนวทางปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

1.สนับสนุนพื้นที่จุดฉีดวัคซีนทั่วประเทศ สมาคม และภาคีเครือข่ายพร้อมที่จะนำพื้นที่จุดฉีดวัคซีนของภาคเอกชนกลับมาทันที เพื่อช่วยรัฐบาลในการเป็นจุดกระจายการฉีดวัคซีนให้เข้าถึงประชาชนทั่วประเทศอย่างทั่วถึง

2.ยกระดับมาตรฐานสาธารณสุข สมาคม และภาคีเครือข่าย ยังคงยกระดับมาตรการสาธารณสุขไทยอย่างเคร่งครัดเข้มข้นขั้นสูงสุด ยึดหลัก COVID Free Setting ทุกคนต้องป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) และพร้อมให้ร่วมมือปฏิบัติตามนโยบาย Work From Home เพื่อเป็นการช่วย ลดการกระจายและแพร่ระบาด

3.ร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย โดยเร่งผลักดันให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุน ดอกเบี้ยต่ำ ผ่านแฟลตฟอร์ม Digital Supplychain Finance ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย รวมทั้งยังลด Credit Term ให้สั้นลงเพื่อเสริมสภาพคล่องและช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นการสร้างแต้มต่อให้ SMEs ไทยสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

4.ตรึงราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค สมาคม และภาคีเครือข่าย พร้อมสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในการช่วยลดภาระค่าครองชีพด้วยการตรึงราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

5.เร่งการลงทุนในประเทศ ภาคค้าปลีกและบริการ ยังคงไว้ซึ่งแผนการลงทุน และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นการช่วยอัดฉีดเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย และยังสร้างการจ้างงานเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่แล้วในระบบค้าปลีกและบริการกว่า 1.1 ล้านคน

ทั้งนี้ สมาคมผู้ค้าปลีกไทยมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องในเรื่อง ดังต่อไปนี้

1.รัฐต้องมีมาตรการเชิงรุกสำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดให้มีการควบคุมอย่างเคร่งรัด อย่างไรก็ตาม หากมีการระบาดในแต่ละพื้นที่ รัฐควรมีการปิดเฉพาะพื้นที่ที่เป็นคลัสเตอร์เท่านั้น

2.การยกระดับการเตรียมพร้อมของระบบสาธารณสุข โดยเร่งกระจายวัคซีน, เสริมชุดตรวจ ATK ที่มีคุณภาพสูง ในราคาที่ภาคเอกชนและประชาชนสามารถเข้าถึงได้, เตรียมยารักษาโควิด-19 ให้พร้อม เผื่อในกรณีที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อในวงกว้าง และสำรองเตียงสำหรับผู้ป่วยหนัก ให้มีความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นทั่วประเทศ

3.อัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ของภาครัฐที่มีผลลัพธ์ที่ดี เช่น โครงการคนละครึ่ง ช้อปดีมีคืน เป็นต้น รวมทั้งการเร่งเบิกงบประมาณทุกหน่วยงานของภาครัฐเพื่อกระตุ้นเงินหมุนเวียนในระบบ

4.ช่วยภาคเอกชนและประชาชนลดค่าใช้จ่าย โดยช่วยลดค่าน้ำ ค่าไฟ ลดเงินสมทบประกันสังคม ภาษีป้าย รวมถึงดอกเบี้ยเงินกู้จากสถาบันการเงิน ดอกเบี้ยบัตรเครดิต ดอกเบี้ยเงินกู้ที่ไม่มีการค้ำประกัน และพิจารณาลดค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการทั้งที่เกี่ยวข้องกับโควิดทางตรงและทางอ้อม

“การร่วมมือกันจะเป็นพลังขับเคลื่อนหลักในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยอย่างมีประสิทธิผลและต่อเนื่อง เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ผมเชื่อมั่นว่าทุกคนได้ร่วมกันผ่านจุดที่ยากที่สุดมาแล้ว และเป็นอีกครั้งที่ทุกภาคส่วนต้องพร้อมใจร่วมฝ่าฟันความท้าทายครั้งนี้ ซึ่งจะนำบทเรียนการปรับตัวในอดีตมาปรับใช้ เพื่อเป็นทางออกที่ดีที่สุดให้แก่ประเทศ แม้ว่าจะมีการแพร่ระบาดอีกกี่ครั้งก็ตาม” นายญนน์กล่าว