3 โรคร้าย ที่ต้องจับตา ในปี 2018-
โรคหรือภาวะผิดปกติในร่างกายหรือจิตใจสิ่งที่มนุษย์ล้วนไม่พึงปรารถนา ดังคำกล่าวที่ว่า “ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” อย่างไรก็ตาม ขณะที่มนุษย์กำลังหาวิธีเอาชนะโรคร้ายต่าง ๆ โรคร้ายเองก็มีการพัฒนาความร้ายแรงรวมไปถึงมีการเกิดของโรคชนิดใหม่ ๆ มากขึ้น ประชาชาติธุรกิจจึงได้รวบรวม 3 โรคร้ายที่มีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นในไทย และเป็นโรคที่ต้องจับตามองประจำปี 2018
1.โรคไขมันพอกตับ แม้จะไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก แต่ความน่ากลัวของโรคนำไปสู่โรคตับแข็ง และในระยะสุดท้ายมีโอกาสพัฒนากลายเป็นมะเร็งตับได้ โดยกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานและผู้มีภาวะอ้วนมีโอกาสเกิดโรคมากที่สุด
พ.ท.นพ.ธรณัส กระต่ายทอง อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ และเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลเปาโลฯ ให้ข้อมูลว่า โรคไขมันพอกตับเป็นโรคที่น่ากลัวเนื่องจากไม่มีอาการบ่งชี้ภายนอกใดทำให้ไม่รู้ว่าเป็นโรค นำไปสู่การพบโรคในระยะร้ายแรง ซึ่งทำให้รักษาลำบาก แต่หากตรวจพบในระยะเริ่มต้นก็สามารถรักษาหายได้ ดังนั้นจึงควรตรวจสุขภาพตับเพื่อให้รู้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและทำการรักษา
สาเหตุการเกิดโรคไขมันพอกตับ เกิดจากร่างกายไม่นำไขมันไปใช้ตามที่ควรจะเป็น ซึ่งมาจาก 2 สาเหตุหลัก คือ 1.การดื่มแอลกอฮอล์ 2.โรคที่เกี่ยวกับการใช้พลังงาน เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง รวมไปถึงผู้ที่มีไขมันที่หน้าท้อง โรคนี้แบ่งระยะโรคได้ 4 ระยะ คือ 1.มีไขมันพอกสะสม 2.ตับอักเสบ 3.พังผืดในตับ 4.กลายเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับ
พ.ท.นพ.ธรณัสบอกอีกว่า โรคไขมันพอกตับ มีแนวโน้มจะเกิดกับคนรุ่นใหม่มากขึ้น จากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตของคนไทยปัจจุบันที่เร่งรีบ ไม่มีเวลาออกกำลังกาย ทำให้ไขมันไม่ถูกใช้
2.โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ผศ.พญ.ศริญญา ภูวนันท์ หัวหน้าคลินิกผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว และหัวหน้าอนุสาขาวิชาภาวะหัวใจล้มเหลวและอายุรศาสตร์การปลูกถ่ายหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ให้ข้อมูลว่า โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันเป็นโรคที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี และเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตอันดับหนึ่งในหมวดโรคหัวใจ เนื่องจากพฤติกรรมการกินอาหารที่มีไขมันสูง ไฟเบอร์น้อย ออกกำลังกายน้อยลง รวมถึงมีความเครียดที่เพิ่มเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันและนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว
โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.เฉียบพลันที่มีความร้ายแรง หากเกิดอาการหลอดเลือดตีบเฉียบพลัน จะส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ถ้าผู้ป่วยมีอาการดังกล่าวจะมีอาการหัวใจวาย หัวใจหยุดเต้นถึงกับเสียชีวิตโดยไม่มีอาการเตือน 2.เส้นเลือดหัวใจตีบเรื้อรัง คนไข้จะมีอาการเหนื่อย เจ็บหน้าอก โดยเฉพาะเจ็บเวลาออกแรง แต่เมื่อนั่งพักก็หาย
“การป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันจะต้องคุมปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ไม่สูบบุหรี่ ไม่เครียด คุมไขมันในเลือดไม่ให้สูง คุมความดันโลหิตไม่ให้สูง ไม่กินอาหารที่มีไขมันเยอะ และสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องควบคุมปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวดีกว่าคนทั่วไป” ผศ.พญ.ศริญญากล่าว
3.โรคอัมพาตและอัมพฤกษ์ เป็นโรคไม่ใหม่ คนไทยได้ยินคุ้นหูกันมานาน แต่ก็ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ผู้ให้ข้อมูลนี้คือ รศ.นพ.องค์การ เรืองรัตนอัมพร ผู้ช่วยเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่บอกว่า โรคอัมพาตและอัมพฤกษ์จากสาเหตุหลอดเลือดอุดตันเป็นอีกโรคที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปี 2018 ส่วนใหญ่เกิดมากในกลุ่มผู้สูงอายุ
“อย่างไรก็ตาม หากมองจากจำนวนผู้ป่วยแล้ว โรคมะเร็งยังคงเป็นโรคที่ต้องระวัง เพราะจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกปี โดยผู้ป่วยระยะที่ 4 มีอัตราการเสียชีวิต 100% แต่ระยะเวลาที่ผู้ป่วยจะมีชีวิตอยู่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง” รศ.นพ.องค์การกล่าว
3 โรคร้ายในปี 2018 เป็นโรคที่วนเวียนอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด แต่นอกเหนือจาก 3 โรคที่ว่ามา ทุกโรคภัยไข้เจ็บล้วนเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เข้าใกล้กายใจ ดังนั้นสิ่งที่แพทย์แนะนำอยู่เสมอเป็นพื้นฐานในการดูแลสุขภาพก็คือ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และหมั่นตรวจเช็กสุขภาพ เมื่อมีอะไรผิดปกติจะได้รักษาทัน