SCBX ตั้งเป้า ROE พุ่งแตะ 20% กางแผน 5 ปีเร่งดิจิทัลแบงกิ้ง
“ไทยพาณิชย์” กางแผน 5 ปี ขี่ยานแม่ดัน ROE แตะ 20% จากปัจจุบันอยู่ที่ 8% พุ่งเป้าดิจิทัลแบงกิ้ง ลุยธุรกิจ 2 กลุ่ม “สินเชื่อดิจิทัล-เทคโนโลยีแพลตฟอร์ต” ปั้นรายได้-ลดต้นทุน
นายมาณพ เสงี่ยมบุตร รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดเผยว่า เป้าหมายสำคัญในระยะข้างหน้าของกลุ่มบริษัท เอสซีบี เอ็กซ์ (SCBX) ภายใต้แผนธุรกิจ 5 ปี (2565-2569)
จะผลักดันเพิ่มอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ไปอยู่ที่ระดับ 15-20% จากปัจจุบันอยู่ที่ 8% ซึ่งการไปสู่เป้าหมายดังกล่าว จะต้องสร้างระบบนิเวศทางดิจิทัลใหม่ของธนาคาร เพื่อมุ่งสู่ดิจิทัลแบงกิ้ง
โดยจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.สินเชื่อดิจิทัล ที่เป็นการอนุมัติสินเชื่อโดยการใช้ข้อมูลที่มีอยู่ (big data) และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ในเชิงพฤติกรรม เพื่อให้อนุมัติสินเชื่อได้แม่นยำ ตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงจุด
ช่วยสร้างฐานลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้น และ 2.เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม เช่น โรบินฮู้ด เป็นต้น
ซึ่งได้ผลตอบรับค่อนข้างดีและมีอัตราการเติบโตหลังจากเปิดตัวเมื่อปี 2563 ในอนาคตธนาคารสามารถใช้ข้อมูลเชิงพฤติกรรมที่ได้จากโรบินฮู้ดมาต่อยอดบริการ หรือการสร้างระบบนิเวศทางดิจิทัลของธนาคาร ซึ่งจะช่วยสร้างผลตอบแทนให้ธนาคารได้
นอกจากนี้ ตัวธนาคารจะปรับเป็นดิจิทัลแบงกิ้ง มีการปรับโครงสร้างต้นทุน ควบคู่กับการเปลี่ยนจากระบบดั้งเดิมไปสู่ดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งจะช่วยต้นทุนของธนาคารลดลง
โดยจะเห็นว่าต้นทุนของธนาคารปรับลดลงมาจากระดับ 50% และคาดว่าภายใน 3-5 ปี จะลดลงต่ำกว่า40% ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตสินเชื่อ รวมถึงเพิ่ม ROE ด้วย
“หากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 จากนี้ไม่รุนแรงและเข้าสู่สถานการณ์ปกติ การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญน้อยลง จะทำให้ ROE น่าจะอยู่ที่ราว 10% เพราะต้องยอมรับว่าธุรกิจธนาคารยังเป็นธุรกิจที่ยังคงเผชิญการแข่งขันอยู่
แต่ภายใต้แผนที่เราจะเดินไปคาดว่าจะหนุน ROE ของทั้งกลุ่ม SCBX ทยอยเพิ่มขึ้นและไปสู่เป้าหมาย 5 ปีที่ระดับ 15-20% ได้”
ขณะที่เป้าหมายรายได้ในอีก 5 ปี จะมาจาก SCBX ประมาณ 1 ใน 3 ของรายได้ทั้งหมด โดยจะมาจาก 2 กลุ่มธุรกิจด้วยกัน คือ กลุ่มธุรกิจสินเชื่อดิจิทัล และธุรกิจเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม
ตลอดจนธุรกิจที่แยกบริษัทออกไป เช่น บริษัท คาร์ดเอกซ์ จำกัด (Card X) ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ราว 10% และบริษัท อัลฟ่า เอกซ์ จำกัด (Alpha X) ซึ่งจะเริ่มสร้างรายได้ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า
นายมาณพกล่าวอีกว่า ระยะข้างหน้าสัดส่วนรายได้ไม่ใช่ดอกเบี้ย (ค่าธรรมเนียม)ของแบงก์จะเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันอยู่ที่ 35% ซึ่งจะมาจากบริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์(SCB10X) ที่เข้าไปลงทุนในเทคโนโลยีสตาร์ตอัพเป็นสำคัญ