เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คิงส์แพ็คฯ ตอกย้ำ 50 ปีแห่งความสำเร็จ ชูเป้ารายได้ปีนี้แตะ 7,500 ล้าน
Uncategorized คิงส์แพ็คฯ ตอกย้ำ 50 ปีแห่งความสำเร็จ ชูเป้ารายได้ปีนี้แตะ 7,500 ล้าน
เปิด 9 ประเด็นฟังความเห็น “ภาษีเดินทางออกนอกประเทศ” เสนอเก็บ 1,000 บาท
Economic เปิด 9 ประเด็นฟังความเห็น “ภาษีเดินทางออกนอกประเทศ” เสนอเก็บ 1,000 บาท
แซมมี่ – ชนิตา นักเรียนทุนรัฐบาลไทยดาวรุ่ง ประจำปี 2568 เผย “ทุนให้มากกว่าโอกาส”
Biz Movement แซมมี่ – ชนิตา นักเรียนทุนรัฐบาลไทยดาวรุ่ง ประจำปี 2568 เผย “ทุนให้มากกว่าโอกาส”
ในหลวง เสด็จฯ ส่วนพระองค์ ทอดพระเนตร พระราชินี ทรงฝึกบินเดี่ยว Gripen
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง เสด็จฯ ส่วนพระองค์ ทอดพระเนตร พระราชินี ทรงฝึกบินเดี่ยว Gripen
6 กสทช. ดันประชุมนัดพิเศษจนจบ สภาผู้บริโภค จ่อร้อง ป.ป.ช.  ปม เจ้าหน้าที่ขวางประชุม
Tech 6 กสทช. ดันประชุมนัดพิเศษจนจบ สภาผู้บริโภค จ่อร้อง ป.ป.ช. ปม เจ้าหน้าที่ขวางประชุม
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงปรุงเมนู “ขนมค้างคาว” เปิดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์”
Biz Movement กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงปรุงเมนู “ขนมค้างคาว” เปิดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์”
“Arc 9 Capital” รุก Private Equity อาเซียน ชู Track Record ดีลรวมกว่า 17,000 ล้านบาท
Finance “Arc 9 Capital” รุก Private Equity อาเซียน ชู Track Record ดีลรวมกว่า 17,000 ล้านบาท
เอกนิติ เตรียม Bangkok Blueprint โชว์เอไอนกกระซิบใน AM2026
Finance เอกนิติ เตรียม Bangkok Blueprint โชว์เอไอนกกระซิบใน AM2026
ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
ธนารักษ์เปิดจำหน่ายเหรียญที่ระลึกการประชุม AM2026 – เอกนิติ ชี้สะท้อนศักยภาพการเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 2
Finance ธนารักษ์เปิดจำหน่ายเหรียญที่ระลึกการประชุม AM2026 – เอกนิติ ชี้สะท้อนศักยภาพการเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 2
ดูทั้งหมด

จดหมายแห่งอนาคต (11) ภาพร่างโลกาภิวัตน์ลายมังกร

21 ก.ค. 2560 | 22:30น.

โดย สันติธาร เสถียรไทย [email protected]

ถึงลูกพ่อ

ในฉบับที่แล้ว เราคุยกันเรื่องที่พ่อกังวล ว่าโลกจะกลับเข้าสู่สภาวะโลกาภิวัตน์ถดถอยที่ประเทศมหาอำนาจแต่ละประเทศ กลับมาตั้งกำแพงกีดกันการค้า การลงทุน คนอพยพข้ามแดน จนเป็นสงครามการค้าโลก ฉุดเศรษฐกิจโลกให้ตกต่ำลง โดยมีเหตุมาจากการที่โลกเข้าสู่ ภาวะสุญญากาศขาดผู้นำ ที่จะมาช่วยกันผลักดันและรักษากฎกติกาการค้าการลงทุนของโลก

เมื่อสหรัฐอเมริกาเสื่อมอำนาจ และผู้นำลงไปทำตัวเป็น “เด็กเกเร” เสียเอง ซึ่ง ศาสตราจารย์โจเซฟ ไนย์ (Joseph Nye) ปรมาจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard Kennedy School) เรียกสถานการณ์สุญญากาศทางผู้นำนี้ว่า “กับดัก Kindleberger” (Kindleberger Trap) ตามชื่อ ศาสตราจารย์ Kindleberger ของมหาวิทยาลัย MIT ที่เป็นหนึ่งในผู้คิดค้นริเริ่ม Marshall Plan แผนครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของอเมริกา

คำถามที่พ่อค้างไว้ก็คือ จีนจะเป็นพญามังกร มาทำหน้าที่ผู้นำแทนที่พญาอินทรี เช่น อเมริกา ที่หมดฤทธิ์ลงได้หรือไม่ เสมือนครั้งที่สหรัฐอเมริกาเคยเข้ามาแทนที่สหราชอาณาจักร ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และผลักดันสนับสนุนระบบนิเวศด้านการค้าการลงทุนโลก ผ่านองค์กรระหว่างประเทศที่รู้จักกันในชื่อของ องค์กร Bretton Woods อย่างเช่น ธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และองค์กรที่สุดท้ายกลายมาเป็น องค์การการค้าโลก (WTO)

ในความคิดของพ่อ คำตอบสั้น ๆ คือ “จีนจะสามารถมาแทนที่อเมริกาได้” แต่ถนนที่จะไปสู่จุดนั้นดูจะขรุขระและกระดานเศรษฐกิจการค้าโลก “ลายมังกร” นี้ จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมหาศาล

ไม่ใช่ TPP ไม่ใช่ RCEP แต่เป็น “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” (One Belt One Road หรือ Belt and Road Initiative เรียกสั้น ๆ ว่า BRI)

ช่วงที่พ่อเขียนจดหมายนี้ สหรัฐอเมริกาเพิ่งล้มโต๊ะใส่ข้อตกลงการค้าข้ามทวีปขนาดใหญ่ที่ชื่อ Trans-Pacific Partnership หรือ TPP ที่เป็นข้อตกลงการค้าเสรีครอบคลุม 12 เขตเศรษฐกิจ ซึ่งอเมริกาเองเป็นผู้สนับสนุนและผลักดันข้อตกลงนี้มาตลอด แม้ว่าญี่ปุ่นจะพยายามก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำแทนอเมริกา และดันทุรังที่จะเข็นข้อตกลงนี้ให้เดินหน้าต่อ แต่ทว่าก็คงเกิดขึ้นได้ยาก หากไม่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดอย่างอเมริกามาร่วมอยู่ในวงเจรจานี้ด้วย

ในเอเชียเอง ประเทศที่ร่วมอยู่ใน TPP เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ต่างก็หันหาทางอื่นที่จะเปิดตลาดการค้าการส่งออกใหม่ ๆ ส่วนบางประเทศที่ไม่ได้ร่วมใน TPP รวมถึงไทย ก็อาจจะแอบโล่งใจที่ไม่ต้องตกขบวน TPP และไม่ต้องกังวลกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากความไม่พร้อมที่จะเข้าร่วม TPP

หลายคนจึงหันกลับมาตั้งความหวังกับข้อตกลงที่ชื่อ Regional Comprehensive Economic Partnership หรือ (RCEP) ที่ครอบคลุม 16 เขตเศรษฐกิจ มีทั้งยักษ์ใหญ่อย่างจีน และอินเดีย ที่ไม่ได้อยู่ใน TPP รวมทั้งเศรษฐกิจอาเซียนทั้งหมด โดยหลายคนชอบมองเทียบว่า หาก TPP เป็นข้อตกลงทางการค้าที่เคยเป็นเสมือนลูกรักของสหรัฐอเมริกาแล้ว RCEP ก็เป็นลูกรักของจีน และต่อไปจีนจะใช้ลูกคนนี้เป็นคนผลักดันการค้าข้ามภูมิภาค

แต่พ่อขอทำนายว่า ในยุคของลูก ชื่อ TPP หรือ RCEP นั้น คงไม่คุ้นหูเท่าไร แต่ชื่อที่ลูกจะคุ้นเคย หรืออย่างน้อยต้องได้เรียนที่โรงเรียน คือ หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง หรือ BRI ซึ่งเป็นโครงการสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจของจีนที่ครอบคลุมไปถึงทวีปยูเรเชีย ไปถึงแอฟริกาและออสเตรเลีย รวมแล้วกว่า 60 เขตเศรษฐกิจ ที่ “ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง” ของจีน เป็นผู้ผลักดันสู่เวทีโลก ให้เป็นแม่แบบของ “โลกาภิวัตน์ยุคใหม่” ที่ถูกประทับด้วย “ลายมังกร” อย่างแท้จริง

BRI หนึ่งมังกรตวัดหาง
ได้ห้าเป้าหมาย

พ่อบอกลูกได้เลยว่า รัฐบาลจีนนั้นมองอะไรระยะยาว และวางแผนลึกซึ้งหลายชั้นอยู่เสมอ โดย BRI นี้มีหลายวัตถุประสงค์ซ้อนกันอยู่หลายชั้นแน่นอน โดยพ่อพอจะรู้ได้จาก ทั้งการที่ทางการจีนประกาศและจากการที่ผู้เชี่ยวชาญตีความกัน

วัตถุประสงค์ที่ชัดเจนที่สุด ข้อแรกก็คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจต่าง ๆ โดยใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของจีน และเงินทุนจากสถาบันการเงินของจีน เช่น กองทุนเส้นทางสายไหม (Silk Road Fund) ธนาคารพัฒนาแห่งประเทศจีน (China Development Bank) หรือองค์กรระหว่างประเทศที่จีนก่อตั้งขึ้น เช่น ธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (Asian Infrastructure Investment Bank หรือ AIIB) ทั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน ที่มีการประมาณกันว่าประเทศในเอเชีย นอกจากจีนเองแล้ว มีการตั้งงบประมาณเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานถึง 9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ใน 10 ปีข้างหน้า

ข้อสอง นักวิชาการชั้นนำหลายท่านต่างชี้ให้เห็นว่า BRI นี้เป็นเครื่องมือที่ใช้สร้างฐานบารมีทางเศรษฐกิจของจีน ในการก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจของโลก เสมือนดั่ง Marshall Plan ที่อเมริกาเคยใช้ช่วยยุโรปหลังสงครามโลก และองค์กรทางการเงินระหว่างประเทศที่จีนให้กำเนิด เช่น AIIB ก็เปรียบเสมือนเป็นองค์กร Bretton Woods อย่างเช่น ธนาคารโลก ที่สหรัฐอเมริกาเป็นผู้ผลักดันให้กำเนิดขึ้น

ข้อสาม อย่างที่ รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น ผู้เชี่ยวชาญจีน เขียนไว้ได้อย่างน่าสนใจว่า จุดประสงค์สำคัญของ BRI ข้อหนึ่งก็คือ การพัฒนาดินแดนฝั่งตะวันตกของจีนที่ไม่ติดทะเล และมีระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิตามหลังฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะ “เขตปกครองซินเจียง” ที่มีทรัพยากรพลังงานแต่มีปัญหาการก่อการร้ายและการเคลื่อนไหว เพื่อต้องการแบ่งแยกดินแดน

จึงไม่น่าแปลกใจว่า หนึ่งในโปรเจ็กต์สำคัญของ BRI คือ ระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน (CPEC) ที่เน้นการพัฒนาโครงข่ายทางหลวง รถไฟ สายท่อส่งน้ำมันและก๊าซ ท่าเรือ ท่าอากาศยาน โดยจะมีการเชื่อมโยงท่าเรือ Gwadar ที่จีนไปลงทุนไว้ในปากีสถาน เข้ากับทางซินเจียง ด้วยเส้นทางรถไฟและถนน เพื่อสร้างทางออกทางทะเลให้กับดินแดนฝั่งตะวันตกของจีน ซึ่งเป็นการพัฒนาดินแดนตะวันตกของจีนด้วย

ข้อสี่ เส้นทางสายไหมทางทะเลและทางบกนั้น ยังเกี่ยวเนื่องกับเรื่องความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจ โดยจีนได้เข้าไปสร้างระบบท่อส่งน้ำมันจากคาซัคสถาน และลงทุนสร้างระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติในเอเชียกลาง เพื่อเชื่อมแหล่งก๊าซของเติร์กเมนิสถาน มายังเขตปกครองซินเจียง

ในขณะเดียวกันก็มีการพัฒนาท่อส่งน้ำมันจีน-เมียนมา เพื่อให้สามารถเชื่อมระบบส่งน้ำมันกับตะวันออกกลาง ในภูมิภาคอาเซียนนั้น จีนก็มีการวางแผนลงทุนสร้างทางรถไฟไฮสปีด ระหว่างมณฑลยูนนานทางภาคใต้ของจีนกับประเทศไทย พร้อมกับเดินหน้าการลงทุนนิคมอุตสาหกรรมท่าเรือกวนตัน ทางตะวันตกของมาเลเซีย และระบบรางเชื่อมมายังฝั่งตะวันออก โดยทั้งหมดนี้ได้ช่วยเพิ่มเส้นทางการค้าพลังงาน และสินค้าต่าง ๆ โดยลดการพึ่งพาช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดเส้นหนึ่งของโลกลง

ข้อห้า จีนยังหวังใช้ BRI เป็นเครื่องมือในการส่งออกกำลังการผลิตส่วนเกินในหลายอุตสาหกรรมหนัก ที่เกิดจากการลงทุนเกินตัวมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เช่น อุตสาหกรรมเหล็ก ถ่านหิน และซีเมนต์ เป็นต้น ทั้งยังช่วยส่งเสริมให้บริษัทก่อสร้างของจีนก้าวออกไปสู่ตลาดก่อสร้างของโลก แทนที่จะเพิ่มปัญหา Over Supply ทางสิ่งปลูกสร้างขึ้นในประเทศ ซึ่งปัญหาดังกล่าวกำลังเกิดขึ้นในบางมณฑลของจีนเวลานี้

พ่ออยากรู้จังว่า วันที่ลูกอ่านจดหมายนี้ โลกาภิวัตน์ลายมังกรนี้จะสะบัดหางไปไกลแค่ไหนแล้ว และมีผลกับประเทศต่าง ๆ อย่างไรบ้าง เพราะอีก ส่วนหนึ่ง พ่อก็มองว่า แผน BRI นี้ก็ต้องพบกับอุปสรรค และหนทางที่ขรุขระไม่น้อยเช่นกัน

 

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (1) ตอน : ลงทุนกับลูกให้ทันโลก 4.0

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (2) ตอน : การศึกษากับโลกเทคโนโลยี

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (3) ตอน : มหาวิทยาลัยจะอยู่หรือไป

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (4) ฤๅโลกมหาวิทยาลัยจะเดินตามโลกดนตรี

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (5) “รถไฟ” แห่งเทคโนโลยีกับผู้ถูกทิ้งไว้ที่ “ชานชาลา”

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (6) MOOC เป็นตั๋วให้ผู้ตกขบวนรถไฟได้หรือไม่

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (7) พิษร้ายความไม่เท่าเทียมกับการต่อต้านโลกาภิวัตน์

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (8) เคล็ดการเรียนรู้ตลอดชีพ

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (9) การเสื่อมอำนาจของอเมริกาและอนาคตการค้าโลก

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (10) กับดัก Kindleberger “จีน” เป็นผู้นำใหม่แทน “อเมริกา” ได้ไหม ?

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจ โลกาภิวัตน์