เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

อาคมเผย เพิ่มประสิทธิภาพเก็บรายได้-ขยายฐานภาษี สร้างความยั่งยืนการคลัง

09 ก.พ. 2565 | 16:39น.
อาคม รมว.คลัง

รมว.คลังเผยต้องเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บรายได้-ขยายฐานภาษี สร้างความยั่งยืนทางการคลัง หลังวิกฤตโควิด 2 ปี ภาระการคลังพุ่ง ออก พ.ร.ก.กู้เงินเยียวยาโควิด

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไทยมีภาระทางการคลังจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องจัดหาเงินกู้เพื่อนำมาใช้ช่วยเหลือเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของไวรัสโควิด-19

ดังนั้นสิ่งที่ต้องมองไปในอนาคตและมีการพูดถึงทั่วโลก ใน 2 ประเด็น คือ ความยั่งยืนทางการคลัง ซึ่งหมายถึงการเพิ่มประสิทธิภาพมาตรการทางการคลัง โดยช่วงที่ผ่านมามีการใช้เงินจำนวนมาก ดังนั้นจะต้องเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ในรัฐ และเรื่องของการขยายฐานภาษี

ทั้งนี้ กรอบกติกาของโลก ในเรื่องของนโยบายการคลังจะเปลี่ยนไป คือ เรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำในการจัดเก็บภาษีระหว่างประเทศ เพราะยังมีความได้เปรียบเสียเปรียบ และความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นในประเทศยากจน ประเทศกำลังพัฒนา และประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ แม้ว่าจะมีกติกาของโลกในเรื่องของการเก็บภาษีซ้อนก็ตาม

ซึ่งกติกาใหม่เพื่อลดความเสียเปรียบด้านภาษี ขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ OECD ได้ออกมาแล้วในปี 2564 ที่ผ่านมา

“กติกาโลกส่วนนี้ จะช่วยลดการเสียเปรียบลง หรือลดการกัดกร่อนทางภาษีให้มากยิ่งขึ้น เช่น ประเทศที่มีบริษัทข้ามชาติต่างๆ อาจมีการโยกย้ายรายได้ ไปจัดเก็บในประเทศของตนแทนที่จะเสียภาษีให้กับประเทศที่สร้างรายได้นั้นให้ ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในสมาชิก OECD จะมีทั้งส่วนที่ต้องปฏิบัติและมีการเจรจาเพื่อให้ไทยได้ประโยชน์จากกติกา และลดความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บภาษี ซึ่งเป็นการสร้างความยั่งยืนภาคการคลังของไทยในอนาคต”

นอกจากนี้กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างออกมาตรการภาษีเพื่อจูงใจ จาก venture capital ทั้งไทยและจากต่างชาติ ให้เข้ามาลงทุนในเอสเอ็มอี และ สตาร์ตอัพของไทย ที่รวมถึงภาคการเกษตร ซึ่ง venture capital จะมีส่วนสำคัญในการทำให้สตาร์ตอัพไทยมีความเข้มแข็งมากขึ้นโดยเฉพาะในช่วงของการเริ่มต้น ก่อนเติบโตและสามารถเข้าไประดมทุนผ่านตลาดทุน หรือ ตลาดหลักทรัพย์ได้

ทั้งนี้กระทรวงการคลังได้ให้ความสำคัญ และมีการหารือร่วมกับสภาดิจิทัลแห่งประเทศไทยต่อเนื่อง ซึ่งจะใช้มาตรการภาษีเข้ามาช่วยเพื่อให้เกิดการจับคู่กันระหว่างสตาร์ตอัพ และผู้มีเงิน หรือ กองทุนร่วมลงทุน หรือ venture capital

นายอาคมกล่าวด้วยว่า ในช่วง 10 ข้างหน้ายังมีประเด็นที่ต้องใช้กันพิจารณาเพื่อให้เกิดความยั่งยืนทางเศรษฐกิจในอนาคต พร้อมทิ้งท้ายว่า ไทยยังไม่ผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 จึงยังจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุุกภาคส่วนในการป้องกันการแพร่ระบาด และไม่ให้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบมากไปกว่านี้ แต่อย่างไรก็ดี หากดูจากดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายๆตัวขณะนี้ พบว่า ดีขึ้นโดยลำดับ จึงมั่นใจว่าเศรษฐไทยในปี’65 จะขยายตัวได้ 3.5% – 4.5%