เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘คนที่พึ่งพาได้’ ในที่ทำงาน มีราคาที่ต้องจ่าย? แนะวิธีปลดตัวเองจากการโหมงานหนัก
HR ‘คนที่พึ่งพาได้’ ในที่ทำงาน มีราคาที่ต้องจ่าย? แนะวิธีปลดตัวเองจากการโหมงานหนัก
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (25 ต.ค. 69) ปรับลง 0.36% อยู่ที่ 80,796 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (25 ต.ค. 69) ปรับลง 0.36% อยู่ที่ 80,796 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (25 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (25 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
ดูทั้งหมด

TIPH เล็ง Spin-Off แยกบริษัทประกันรถยนต์ หากเบี้ยเกิน 8,000 ล้าน

15 ก.พ. 2565 | 13:48น.

“ทิพยกรุ๊ปโฮลดิ้งส์” เล็งแยกบริษัทลูก (Spin-Off) หากพอร์ตประกันรถยนต์มีเบี้ยประกันรับ 8,000 ล้านบาทขึ้นไป พร้อมเล็งศึกษาสร้างอู่ซ่อมรถยนต์ เครือข่ายคล้ายโรงพยาบาลโรงแรม ให้ประชาชนเลือกใช้บริการ เปิดกลยุทธ์ก้าวสู่ Next Generation Insurer

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทิพยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์(TIPH) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทิพยประกันภัย(TIP) เปิดเผยในงานแถลงข่าวประจำปีว่า ในปี 2564 เราได้มีการปรับโครงสร้างการถือหุ้นไปสู่การเป็น บมจ.ทิพยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์(TIPH) ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นอย่างก้าวกระโดด ตามความหวังของแผนธุรกิจ TIPH ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้น TIPH ปรับเพิ่มขึ้นอย่างเหนือความคาดหมายในช่วงที่ผ่านมา

โดยหลังจากจัดตั้ง TIPH เพียง 1 เดือน บริษัทได้จัดตั้งบริษัท ทิพย ไอเอสบี จำกัด (TIP ISB) เพื่อประกอบธุรกิจลงทุนในธุรกิจที่สนับสนุนธุรกิจประกันภัย (Insurance Supported Business) ด้วยทุนจดทะเบียนเบื้องต้น 1 ล้านบาท โดยมีบริษัทถือหุ้น 99.99% ซึ่งขณะนี้ได้เข้าไปลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัท อะมิตี้ อินชัวร์รันซ์ โบรคเกอร์ จำกัด หรือ Amity สัดส่วน 75% จากผู้ถือหุ้นเดิม มูลค่าเงินลงทุนไม่เกิน 54.88 ล้านบาท และเข้าลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัท ดีพี เซอร์เวย์ แอนด์ลอว์ จำกัด หรือ DP Survey สัดส่วน 75% จากผู้ถือหุ้นเดิม ด้วยมูลค่าเงินลงทุนไม่เกิน 115.97 ล้านบาท

นอกจากนี้แผนการลงทุนในปี 2565 เร่งดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าซื้อกิจการของบริษัทประกันภัย เพื่อรองรับการแยกหน่วยธุรกิจประกันภัยที่มีศักยภาพของบริษัทในกลุ่มออกเป็นบริษัทประกันภัยใหม่ (Spin-Off) อย่างน้อย 2 บริษัทในปีนี้ ในรูปแบบของบริษัทประกันภัยดิจิทัล 100% แห่งแรกของประเทศไทย และบริษัททิพยประกันภัยตะกาฟุล (Takaful) แห่งแรกของประเทศไทย เพื่อขายสินค้าให้กลุ่มชาวมุสลิม รวมทั้งการตั้งบริษัทด้านเทคโนโลยีสำหรับกลุ่มธุรกิจประกันภัย 100% หรือ Technology Company for Insurance Business แห่งแรกของประเทศไทย ให้เกิดขึ้นภายในปีนี้

นอกจากนี้อยู่ระหว่างการศึกษาที่จะเซต garage หรืออู่ซ่อมรถยนต์ขึ้นมา ซึ่งในอนาคตจะเปรียบเสมือนเครือข่ายของโรงพยาบาลหรือโรงแรม เพราะฉะนั้นประชาชนผู้ใช้บริการจะเกิดความมั่นใจอย่างเต็มที่ว่าไม่ว่ารถจะเกิดอุบัติเหตุ ซ่อมเครื่องยนต์หรืออะไหล่สามารถเลือกใช้บริการตรงนี้ได้ ขณะเดียวกันหากพอร์ตธุรกิจประกันภัยที่มีเบี้ยประกันภัยรับมากเพียงพอ เช่น พอร์ตประกันภัยรถยนต์(Motor) ระดับ 8,000 ล้านบาทขึ้นไป เราก็จะ Spin-Off ออกไปเป็นอีก 1 บริษัทประกันภัยด้วย เพื่อให้มีความชำนาญและเชี่ยวชาญเฉพาะ ปัจจุบันมีเบี้ยประกันอยู่ที่ระดับกว่า 6,000 ล้านบาท คิดเป็น 20% ของเบี้ยรับรวมกว่า 20,000 ล้านบาท นอกจากนี้รวมถึงพอร์ตประกันอุบัติเหตุและสุขภาพเช่นเดียวกันด้วย

ดร.สมพร กล่าวอีกว่า ในปี 65 ประเทศไทยกำลังทะยานขึ้นสู่ความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ เราได้วางแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจต่างๆ โดยมีบริษัททิพยประกันภัยเป็นเรือธงหลักของ TIPH และแม้จะเป็นปีที่มีความท้าทายที่หลากหลายมาก ทั้งการเจริญเติบโตของตลาดประกันวินาศภัย กฎเกณฑ์หน่วยงานกำกับดูแลฯ ด้านข้อมูลส่วนบุคคล(PDPA) และการเปลี่ยนกฎกติกาควบคุมแบบกรมธรรม์ใหม่ๆ และการเข้าสู่สังคมสูงวัย นอกจากนี้ยังมีความกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมหรือภาวะโลกร้อน(global warming) ซึ่งทำให้เกิดภัยพิบัติใหญ่รุนแรงเกิดขึ้นในทั่วทุกภูมิภาคของโลกรวมถึงไทยด้วย

และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ที่ส่งผลให้บริษัทต้องพัฒนาเทคโนโลยีให้ตามทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไร้คนขับที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้ในประเทศไทย และหุ่นยนต์ใช้ในบ้าน และการโอนเงินโดยไม่ผ่านตัวกลางหรือธนาคาร หรือความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากอีคอมเมิร์ซ เช่น การซื้อขายออนไลน์ แต่ได้สินค้าไม่ตรงปก เป็นต้น

“ปัจจุบันเรามีสินค้า เรามีความเสี่ยงจากสิ่งใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น และกลายเป็นสินค้าที่สามารถเอาประกันภัยได้ เช่น NFT รูปภาพออริจินัลที่มีมูลค่ามหาศาล ล้วนจะเป็น Insurance product ที่เกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นทั้งหมดนี่ล้วนเป็นโอกาสของธุรกิจประกันวินาศภัย ที่สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ด้านการประกันภัยใหม่ๆ ขึ้นมาตอบสนองความต้องการ เพื่อแก้ปัญหาอุปสรรค(painpoint) ของประชาชนในยุคนี้” ดร.สมพร กล่าว

ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าต่อไปสินค้าประกันจะไม่เป็น “stand alone product” อีกต่อไปแล้ว แต่หลังจากนี้กรมธรรม์ประกันภัยจะถูกฝังตัวเข้าไปอยู่ในบริการ

ดร.สมพร กล่าวถึงแนวทางการวางกลยุทธ์ธุรกิจว่า เรากำลังจะก้าวสู่ Next Generation Insurer หรือเรียกว่า new era insurer ซึ่งมีหลายเรื่องที่ต้องปรับเปลี่ยนไป ใช้ระบบ Ai หรือ Block chain และจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การใช้ API มาเป็นตัวช่วยให้เราเกิดการเชื่อมต่อได้จากต้นทางถึงปลายทางได้ตลอด

สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันเป็นรายบุคคลได้มากขึ้น โดยต้องวิเคราะห์ข้อมูล(Data Analytics) ในการสร้างกรมธรรม์ประกันได้ตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งไม่สามารถใช้วิธีการแบบดั้งเดิมได้อีกแล้วว่าลูกค้าชอบอะไร ขณะเดียวกันเราต้องสร้างระบบ omni-channel ให้เกิดขึ้นให้ได้เพื่อตอบโจทย์การเป็น Next Generation Insurer

ตอนนี้เรามีคู่แข่งจากต่างประเทศเข้ามาทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีคู่แข่งที่ไม่ใช่บริษัทประกันวินาศภัย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความท้าทายอย่างมหาศาล โดยเราได้จัดตั้ง Tip innovative solution studio โดยรวบรวมพนักงานเด็กรุ่นใหม่ มาร่วมสร้างสรรค์และแก้ painpoint ของลูกค้าว่าสิ่งที่คนยุคใหม่ต้องการเกี่ยวข้องกับประกันภัยน่าจะมีอะไรบ้าง

ขณะเดียวกันดำเนินนโยบายเชิงรุก Groundbreaking Change ในทุกมิติ ผ่าน 3 กลยุทธ์หลักคือ 1.การสร้างสรรค์กลยุทธ์การตลาดที่ล้ำสมัย (Create Cutting Edge Marketing Approach) โดยจะมุ่งเน้นการสร้างภาพลักษณ์ให้ได้รับการยอมรับเป็นแบรนด์แห่งนวัตกรรม พัฒนาการสื่อสารและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าด้วยการนำเทคโนโลยีทางการตลาดแทนรูปแบบการทำการตลาดแบบเดิม

รวมถึงนวัตกรรมแห่งอนาคตที่มีโลกเสมือน (Virtual) เชื่อมโยงเข้าสู่โลกแห่งความจริง รวมถึงการร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อตอบสนองการดำเนินชีวิตของลูกค้าได้ครบวงจร

2.การออกแบบหรือสร้างประสบการณ์การทำประกันภัยให้กับลูกค้ารูปแบบใหม่ (Reinvent Customer Experience) โดยทิพยประกันภัย มุ่งเน้นการยกระดับการให้บริการตลอดทั้ง Insurance Value Chain ด้วยเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าของผู้บริโภคและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้ทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าองค์กร และลูกค้ารายย่อย

3.การนำทางไปสู่องค์กรสร้างนวัตกรรมในระดับที่พลิกโฉม และ Disrupt ธุรกิจเดิมได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน (Pave the Way for Breakthrough Innovation & Sustainability) บริษัทมุ่งเน้นเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นองค์กรชั้นนำที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาประเทศ และสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืนควบคู่กับสังคมตลอดไป