เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ฮ่องกงเปิดทดลอง นั่งรถไร้คนขับฟรี
Automotive ฮ่องกงเปิดทดลอง นั่งรถไร้คนขับฟรี
‘ดร.สุภชัย-อลงกต’ เปิดตัว ‘Meditation as Living Practice’ พัฒนาจิตใจ สู่การเปลี่ยนแปลงสังคม
Biz Movement ‘ดร.สุภชัย-อลงกต’ เปิดตัว ‘Meditation as Living Practice’ พัฒนาจิตใจ สู่การเปลี่ยนแปลงสังคม
ดร.กอบศักดิ์ ชี้ Q4 เสี่ยงตะวันออกกลาง ต้องเร่งลงทุนใหม่ พลิกเศรษฐกิจ
Economic ดร.กอบศักดิ์ ชี้ Q4 เสี่ยงตะวันออกกลาง ต้องเร่งลงทุนใหม่ พลิกเศรษฐกิจ
‘ท่าช้าง’ แตกไลน์ธุรกิจร้านอาหาร ‘คชา บาร์’ ปักหมุดย่านเก่าเจริญเมือง
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘ท่าช้าง’ แตกไลน์ธุรกิจร้านอาหาร ‘คชา บาร์’ ปักหมุดย่านเก่าเจริญเมือง
ตลท.ย้ำคดีฟอกเงินโยงหุ้น ไม่กระทบธุรกิจ บจ. ชี้รัฐเอาจริงสกัดทุนเทา
Finance ตลท.ย้ำคดีฟอกเงินโยงหุ้น ไม่กระทบธุรกิจ บจ. ชี้รัฐเอาจริงสกัดทุนเทา
MC ผู้ถือหุ้นไฟเขียวจ่ายปันผลปี’69 รวม 0.88 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 5 พ.ย. นี้
Finance MC ผู้ถือหุ้นไฟเขียวจ่ายปันผลปี’69 รวม 0.88 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 5 พ.ย. นี้
CG เปิดตัว ‘ภูริตา ภูเก็ต บางเทา’ ตั้งเป้ายอดขาย VIP ทะลุ 30% ‘วิลล่า’ ราคาพุ่ง 100 ล้าน
Real Estate CG เปิดตัว ‘ภูริตา ภูเก็ต บางเทา’ ตั้งเป้ายอดขาย VIP ทะลุ 30% ‘วิลล่า’ ราคาพุ่ง 100 ล้าน
อสังหาฯชงคลัง อัดมาตรการเพิ่มลดหย่อนดอกเบี้ยบ้าน-แก้ภาษีที่ดิน กระตุ้นกำลังซื้อใหม่ 
Real Estate อสังหาฯชงคลัง อัดมาตรการเพิ่มลดหย่อนดอกเบี้ยบ้าน-แก้ภาษีที่ดิน กระตุ้นกำลังซื้อใหม่ 
อุตสาหกรรมเหล็กเริ่มฟื้น กำลังผลิตขยับ 34% พาณิชย์เร่งคุมการค้าไม่เป็นธรรม
Economic อุตสาหกรรมเหล็กเริ่มฟื้น กำลังผลิตขยับ 34% พาณิชย์เร่งคุมการค้าไม่เป็นธรรม
ไผ่ทองไอสครีม : คิดต่าง กล้าทดลอง เปลี่ยนทุกปัญหาเป็นโอกาส
Business ไผ่ทองไอสครีม : คิดต่าง กล้าทดลอง เปลี่ยนทุกปัญหาเป็นโอกาส
ดูทั้งหมด

ความภักดีต่อองค์กร 2022

20 ก.พ. 2565 | 11:22น.
คอลัมน์ : HR CORNER
ผู้เขียน : กิตติพงษ์ อัศวพิชยนต์ 
เซลส์ฟอร์ซ ประเทศไทย

ธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จได้ในอนาคตจะต้องตระหนักว่าการปรับตัวขององค์กรและธุรกิจไม่อาจหยุดอยู่เพียงนวัตกรรมที่ถูกนำมาใช้ในช่วงที่เกิดวิกฤตของการแพร่ระบาดของโรคโควิด ซึ่งในขณะนี้เราจะเห็นความต้องการของทุกธุรกิจที่จะก้าวไปสู่ความเป็นธุรกิจแบบ digital-first ด้วยการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้โดย

1) ดูแลและให้บริการที่คำนึงถึงลูกค้าเป็นหลัก (customer-centric), 2) นำข้อมูลมาใช้อย่างจริงจังในการดำเนินการและตัดสินใจ(data-driven) และ 3) เร่งให้เกิดการส่งมอบสิ่งที่เป็นคุณค่าให้กลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว (fast time-to-value)

ในปี 2022 เมื่อการเปลี่ยนแปลงกลายเป็น new normal ผู้นำทางธุรกิจจะให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างเสริมภูมิต้านทาน และความยืดหยุ่นของธุรกิจด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับเปลี่ยนองค์กร (digital transformation) และการสร้างให้เกิดความผูกพัน และความภักดี (loyalty) ของผู้ที่มีความสัมพันธ์กับธุรกิจนั้น ๆ ทุกกลุ่ม

ซึ่งหากผู้นำไม่ใช้จังหวะนี้ในการปรับและเปลี่ยนลำดับการให้ความสำคัญกับพนักงานขององค์กร ลูกค้า ตลอดจนสังคมที่อยู่จะทำให้องค์กรไม่อาจแข่งขันได้ในโลกธุรกิจของยุคนี้ ซึ่งเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกธุรกิจหลังการระบาดใหญ่ คือ

– รูปแบบของการทำงานในอนาคตจะถูกสร้างบนหลักการที่ทุกคนเชื่อมโยงถึงกัน (connected) และมีความเป็น hybrid เมื่อสถานที่ทำงานมีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว พนักงานเกิดความคาดหวังที่เปลี่ยนไป ซึ่งความเปลี่ยนแปลงนี้ผลักดันให้องค์กรต้องนำเสนอรูปแบบการทำงานแบบ digital-first และการเชื่อมต่อบุคลาการทั้งหมดให้เชื่อมถึงกันในการเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม ทั้งยังส่งผลในการช่วยเก็บรักษาบุคลากรไว้ด้วย ซึ่งบุคลากรเหล่านี้ต้องการความยืดหยุ่น การมีสิทธิในการตัดสินใจและเลือกสถานที่ เวลา แนวทางการทำงานของตน

เมื่อสำนักงานใหญ่แบบดิจิทัล (digital HQ) มีความสำคัญยิ่งกว่าสำนักงานใหญ่ที่เป็นออฟฟิศที่เราคุ้นเคย (physical HQ) องค์กรจำนวนมากจึงต้องใช้กลยุทธ์ที่ทำให้บุคลากรเข้าใช้ apps และข้อมูลที่จำเป็นในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดไม่ว่าจะอยู่ที่ใดด้วยระบบ workflow ที่ดี

และการสร้างระบบ hyperautomation ที่สามารถปฏิบัติการได้โดยอัตโนมัติจะช่วยปลดล็อกของประสิทธิภาพการทำงานองค์รวม ช่วยเร่งให้การตอบสนองกับความต้องการในตลาดทำได้อย่างรวดเร็ว และปรับเปลี่ยนให้เกิดประสบการณ์ที่ดีขึ้นสำหรับทั้งลูกค้าและพนักงานขององค์กรนั้น ๆ

– การพลิกวิกฤตของ “การลาออกครั้งใหญ่” สู่โอกาสของ “การเก็บรักษาครั้งใหญ่” บริษัทที่สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมความเชื่อมั่น และสร้างให้เกิดความมีส่วนร่วมของพนักงานจะได้รับประโยชน์ที่แตกต่างอย่างชัดเจนในด้านอัตราการเติบโตอย่างสูงของธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงภายหลังวิกฤตการระบาดใหญ่คลี่คลายลง ที่บริษัทต่าง ๆ ต้องกลับมาพลิกวิกฤตและปรับตัวเพื่อฟื้นฟูธุรกิจจากสถานการณ์การลาออกครั้งใหญ่หรือ great resignation ไปสู่การเก็บรักษาพนักงานครั้งใหญ่หรือ great retention

แน่นอนว่าฝ่ายทรัพยากรมนุษย์หรือ HR จะเข้ามามีบทบาทในการเป็นพันธมิตรทางกลยุทธ์กับบริษัทมากขึ้น โดยใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์เข้ามาสร้างข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสุขภาพความเป็นอยู่ภายในองค์กร พร้อมแนะนำกลยุทธ์ที่เหมาะสมเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่นำมาซึ่งการเติบโตขององค์กร

นอกจากนี้ การปรับแนวทางแบบองค์รวมที่ให้ความใส่ใจในด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ของพนักงาน รวมไปถึงการสร้างเสริมโครงการต่าง ๆ ที่เข้ามารองรับและจัดการการทำงานให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น จะมีความสำคัญมากขึ้นในการเสริมสร้างความภักดีจากบุคลากร และนำทางธุรกิจให้สามารถก้าวข้ามผ่านสถานการณ์วิกฤตต่าง ๆ อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจต่าง ๆ ควรพิจารณาบทบาทของตนเอง และสำรวจสิ่งที่เป็นไปได้ รวมถึงรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นให้มากขึ้น เพื่อส่งเสริมวิธีการดำเนินชีวิตที่สอดคล้องกับสิ่งที่พนักงานมองหาไปด้วย

– การนำค่านิยม หรือ values มาลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง ปัญหาทางสังคมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศไปจนถึงปัญหาความไม่เท่าเทียมที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ลูกค้ามีความคาดหวังที่มากขึ้นต่อแบรนด์และธุรกิจต่าง ๆ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

และด้วยเหตุนี้หลาย ๆ ธุรกิจจำเป็นต้องเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมจัดการปัญหาเหล่านี้ ดังนั้น นอกเหนือจากการลงทุนเพื่อต่อยอดความก้าวหน้าของธุรกิจตนเอง อีกสิ่งสำคัญที่ธุรกิจต่าง ๆ ไม่ควรมองข้ามคือการลงทุนกับสังคมที่ตนเองอยู่นั่นเอง

การที่จะดึงดูดและเก็บรักษาบุคลากรที่มีความสามารถไว้กับองค์กรให้ได้นั้น ถือเป็นอีกเรื่องสำคัญที่องค์กรจะคำนึงถึงเมื่อพูดถึงการส่งเสริมนโยบายและภาพลักษณ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลในทุกสิ่งที่ทำ

นอกจากนี้ คำว่า “trusted enterprise” หรือ “องค์กรที่มีความน่าเชื่อถือ” หมายถึงองค์กรที่มีความยั่งยืน ดังนั้น ทุกธุรกิจจำเป็นต้องหันมาให้ความสำคัญกับคาร์บอนฟุตพรินต์ (carbon footprint) และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Race to Zero” เพื่อร่วมกับองค์กรชั้นนำมากมายในการตั้งเป้าหมายที่จะช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดอุณหภูมิ ภมูิความร้อนของโลกให้ได้ 1.5% เซลเซียส

เพราะท้ายที่สุดก็เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างชัดเจน เราจึงจำเป็นต้องอาศัยการร่วมมือกันของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้นำทางธุรกิจ หรือคู่ค้าต่าง ๆ เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง เพื่ออยู่รอดต่อไปในอนาคต

แท็กที่เกี่ยวข้อง

องค์กร