เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
Politics นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
Biz Movement ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
News กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
Biz Movement อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
Business บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
SD มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
Biz Movement กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
Tech TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
World สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
ดูทั้งหมด

“เสลี่ยงทองออร์แกนิค” ผลผลิตจากCONNEXT ED ซีพีเอฟเติมทักษะให้น้องๆ ผลิตอาหารปลอดภัย      

22 ก.พ. 2565 | 11:59น.

“ศูนย์การเรียนรู้ผักออร์แกนิค (เสลี่ยงทองออร์แกนิค)” ของโรงเรียนบ้านเสลี่ยงทอง ตำบลนายางกลัก อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ภายใต้การขับเคลื่อนการดำเนินงานของมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี (CONNEXT ED) ที่มีเป้าหมายยกระดับคุณภาพการจัดการการศึกษาของไทย โดยมี บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงาน

“เสลี่ยงทองออร์แกนิค” เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากซีพีเอฟ สร้างโอกาสให้กับโรงเรียนขนาดเล็ก จำนวนนักเรียน 111 คน เปิดการเรียนการสอนระดับชั้นอนุบาล 2 – ประถมศึกษาปีที่ 6 ด้วยการปูพื้นฐานน้อง ๆ เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงจากการลงมือปฏิบัติ สามารถนำความรู้ไปใช้พัฒนาตนเองทั้งด้านวิชาการและวิชาชีพ ถ่ายทอดการเรียนรู้ได้จากรุ่นต่อรุ่น ปลูกฝังทัศนคติและจิตสำนึกที่ดีของนักเรียนต่ออาชีพเกษตรกร ส่งเสริมการผลิตอาหารปลอดภัยเพื่อสุขภาพที่ดี และยังสามารถพัฒนาสู่การเป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน

“คุณครูสุพจน์ สิทธิ์ขุนทด” คุณครูที่รับผิดชอบ “โครงการศูนย์การเรียนรู้ผักออร์แกนิค (เสลี่ยงทองออร์แกนิค)” เล่าที่มาของการทำโครงการปลูกผักปลอดสารเคมีว่า ผู้ปกครองนักเรียนส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพเกษตรกร ทำไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง ปลูกผักสวนครัว จำเป็นต้องใช้สารเคมี เพื่อช่วยให้ได้ผลผลิต ทางโรงเรียนฯ มองถึงความปลอดภัยของอาหารที่เด็ก ๆ และคนในชุมชนบริโภค จึงทำแผนเสนอของบประมาณสนับสนุนโครงการจากคณะกรรมการพิจารณาโครงการคอนเน็กซ์อีดี (CONNEXT ED) ของซีพีเอฟ เพื่อทำโครงการศูนย์การเรียนรู้ผักออร์แกนิค (เสลี่ยงทองออร์แกนิค) ปลูกผักอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมี ใช้ปุ๋ยธรรมชาติในดิน โดยมีการสำรวจความต้องการของชุมชนก่อนที่จะเลือกพืชและลงแปลงปลูก หลังจากที่พบว่าชุมชนต้องการบริโภคผัก 5 ชนิด คือ ผักกาดขาว ผักกาดหอม ผักชี ต้นหอม และกรีนโอ๊ค ทางโรงเรียนจึงได้จัดสรรพื้นที่ในโรงเรียนประมาณ 2 งาน เพื่อปลูกผักแบ่งเป็น 2 โรงเรือน และสร้างการมีส่วนร่วมของเด็กนักเรียนตั้งแต่ชั้น ป.1- ป.6 โดยโรงเรือนแรกให้นักเรียน ป.1-ป.3 ร่วมกันดูแลผักที่ปลูกและดูแลง่าย เช่น  ต้นหอม ผักชี  และอีกโรงเรือนให้นักเรียนชั้น ป.4- ป.6 ช่วยกันดูแล เช่น ผักกาดขาว ผักกาดหอม กรีนโอ๊ค

“โรงเรียนฯได้บรรจุกิจกรรมโครงการปลูกผักปลอดสารพิษไว้ในคาบเรียนทักษะชีวิต ซึ่งเป็นชั่วโมงสุดท้ายของคาบเรียนทุกวัน เพื่อให้เด็ก ๆ ได้ลงมือปฎิบัติจริงและสามารถนำกลับไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง เพราะหลาย ๆ บ้านที่ผู้ปกครองมีการปลูกผักไว้เพื่อบริโภคในครัวเรือนอยู่แล้ว หลังจากที่โรงเรียนฯได้รับการพิจารณาอนุมัติงบประมาณเพื่อทำโครงการนี้ ปัจจุบัน ลงแปลงปลูกผักรอบแรกไปแล้ว เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รอผลผลิตรอบแรกโตเต็มที่ จะเก็บผลผลิตส่วนหนึ่งจำหน่ายให้โครงการอาหารกลางวัน  เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารให้นักเรียน ผลผลิตอีกส่วนหนึ่งจะจำหน่ายให้ชุมชน จำหน่ายที่ตลาดชุมชนหลังจากที่นักเรียนเลิกเรียน และขายผ่านออนไลน์ผ่านเพจ Facebook โรงเรียน” คุณครูสุพจน์เล่า

“ด.ญ.แพรไพลิน โพธิ์นอก” หรือ น้องไพลิน อายุ 12 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้น ป. 6 จิตอาสาวัยเยาว์ที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ บอกว่า เธอสนใจเข้าร่วมเป็นอาสาช่วยคุณครู เพราะเห็นว่าเป็นโครงการใหม่ที่โรงเรียนไม่เคยทำมาก่อน และเป็นคนที่ชอบรับประทานผักอยู่แล้ว และที่บ้านปลูกต้นหอมไว้รับประทานเอง เธอได้ความรู้เรื่องการผสมดินที่ส่วนผสมทั้งดินก้ามปู ดินไส้เดือน และดินร่วนทั่วไป ช่วยให้ผักได้ผลผลิตที่เติบโตดี และยังนำเทคนิคนี้ไปบอกผู้ปกครองที่บ้าน

“ด.ญ.ธิชานันท์ ทองวิเศษ” หรือ น้องการ์ตูน เพื่อนร่วมชั้นเรียนน้องไพลิน บอกว่า ที่บ้านของเธอปลูกต้นหอมและผักชีขาย จึงนำวิธีที่โรงเรียนใช้เรื่องการผสมดิน การวัดค่าความชื้นของดิน ความเป็นกรด-ด่าง ไปบอกพ่อและแม่ ขณะเดียวกัน เธอก็นำเทคนิคการปลูกต้นหอมให้งอกเร็วซึ่งเป็นวิธีที่พ่อแม่ใช้ มาแลกเปลี่ยนความรู้ให้กับเพื่อนที่โรงเรียน คือ การฝานปลายหัวหอมก่อนลงดิน น้องการ์ตูน บอกด้วยว่า การที่เธอมีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมโครงการปลูกผักของโรงเรียน นอกจากได้ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้แล้ว ยังได้เรียนรู้การทำงานร่วมกันเป็นทีม และมีความรับผิดชอบในหน้าที่ เช่น นักเรียนชั้น ป.5 และ ป.6  แต่ละกลุ่ม แบ่งความรับผิดชอบมารดน้ำและดูแลแปลงผักในแต่ละวัน

อาสารุ่นเยาว์อีกคนที่สมัครใจช่วยในโครงการฯ คือ “ด.ญ.ปรายฟ้า อาบสุวรรณ์” หรือ น้องกวาง บอกว่า  โครงการนี้ทำให้เด็กนักเรียนและผู้ปกครองได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัย บริโภคผักที่ปลอดสารพิษ ไม่มีสารเคมีตกค้างเพราะเราไม่ใช้ปุ๋ยเคมีเลย นอกจากนี้ นักเรียนที่เป็นแกนนำซึ่งส่วนใหญ่อยู่ชั้น ป.5 และ ป. 6  ได้เรียนรู้การเป็นผู้นำ สามารถนำความรู้ที่ได้รับจากคุณครูและคำแนะนำจากพี่ ๆ ผู้นำรุ่นใหม่ (School Partner) ของซีพีเอฟ ถ่ายทอดให้กับน้อง ๆ และได้ประสบการณ์จากการลงพื้นที่สำรวจตลาดกับคุณครู เพื่อที่จะนำผลผลิตของโรงเรียนไปวางขาย เป็นรายได้เข้าโรงเรียนต่อไป

“นางสมพิศ  วิสิทธิ์” ครูรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ ร.ร.บ้านเสลี่ยงทอง กล่าวว่า โรงเรียนฯคาดหวังว่าโครงการนี้  นอกจากเด็กๆได้เรียนรู้การปลูกผักปลอดสารพิษ นำความรู้ไปแนะนำผู้ปกครอง เพื่อปรับทัศนคติจากที่ยังมีการใช้สารเคมีในการเพาะปลูก และที่สำคัญ คือ เป็นการผลิตอาหารปลอดภัย สร้างความมั่นคงทางอาหารของโรงเรียนและชุมชน ขณะที่การสำรวจความต้องการของผู้บริโภคก่อนการทำโครงการ ทำให้สามารถวางแผนในการเพาะปลูกได้ง่าย ลดปัญหาการตลาด

ซีพีเอฟ เป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ร่วมก่อตั้งมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี (CONNEXT ED) ซึ่งปัจจุบัน ดูแลโรงเรียน CONNEXT ED จำนวน 301 แห่งทั่วประเทศ ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสระบุรี ผ่านการทำหน้าที่ของ School Partner ของซีพีเอฟ 65 คน ซึ่งเป็นอาสาสมัครช่วยให้คำแนะนำแก่โรงเรียนในการพัฒนาโครงการต่าง ๆ และเป็นเพื่อนคู่คิด คอยช่วยเหลือและสนับสนุน ในการวางแผนการทำงานร่วมกับโรงเรียน ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ 5 ด้านหลัก คือ 1.การเปิดเผยข้อมูลโรงเรียนสู่สาธารณะอย่างโปร่งใส 2.กลไกตลาดและวัฒนธรรมการมีส่วนร่วม 3.การพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน 4.เด็กเป็นศูนย์กลาง เสริมสร้างคุณธรรมและความมั่นใจ และ 5.การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของสถานศึกษา