ประยุทธ์ซัดทักษิณ ดีแต่ปาก – สื่อไม่ให้เกียรติผู้นำ
ประยุทธ์ใช้เวทีมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ ซัดทักษิณดีแต่ปาก – สื่อไม่ให้เกียรติผู้นำ สั่งตามหาคนชักดาบหนี้ กยศ.
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เขตบางนา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวเปิดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน ครั้งที่ 1 กรุงเทพฯ และปริมณฑล ว่า ทุกคนต้องมองบริบททั้งภายในและภายนอกประเทศ สถานการณ์ในวันนี้ โลกเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง ประเทศไหนมีปัญหาอะไรขึ้นมาบ้าง
ถ้าเรามองแต่ปัญหาของประเทศไทยเยอะไปหมด พวกเราจะต้องช่วยกันแก้ปัญหาร่วมกับรัฐบาลไปด้วย รัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาความยากจน ปี 2565 เป็นปีแห่งการแก้ปัญหาความยากจนของประเทศไทย แก้ปัญหาทั้งระบบ ทำอย่างไรให้มีรายได้ที่ดีขึ้น สุขภาพที่ดีขึ้น มีการศึกษาที่ดีขึ้น เข้าถึงสวัสดิการภาครัฐมากขึ้น
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้โลกเปลี่ยน เราต้องปรับตัวทุกคน เราคงจะไม่สามารถลงไปช่วยเหลือได้มากนัก ดังนั้น เราจะต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน reskill upskill เพื่อรับค่าแรงสูงขึ้น เพิ่มโอกาสการมีงานทำ วันนี้มีการลงทุนจากต่างประเทศ ลงทุนสมัยใหม่ อุตสาหกรรมเป้าหมาย S-curve
วันนี้เราพร้อมแล้วหรือยัง สิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงนี้ คือ การหางานทำ ซึ่งปกติก็หาได้ยากอยู่แล้ว เกิดสถานการณ์โควิด-19 ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ จะทำอย่างไรให้ไม่เลือกงาน ประเทศไทยยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะ
“ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ ผมรับฟังทุกอัน แต่ความเห็นที่พูดออกมาแล้วมันทำไม่ได้ มันก็คือทำไม่ได้ ไม่ได้อยู่ว่านายกฯ เป็นใคร คนโน้นทำได้ คนนี้ทำไม่ได้ เรื่องหนี้ กระทรวงยุติธรรม เจ้าหน้าที่ด้านกฎหมายที่มีอยู่ ถ้าทำแล้วผิดกฎหมาย มันก็คือ ทำไม่ได้
แต่เรากำลังทำให้มันทำได้ ภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ ที่ผมพูด ผมต้องการแยกให้เห็นว่า ที่ผ่านมาทำไมไม่ทำ มันทำอยู่แล้ว แต่เมื่อรัฐบาลไม่ได้ขับเคลื่อนโดยรวม มันยาก ผมจึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้”
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สถานการณ์ของประเทศไทยไม่ได้เลวร้ายไปกว่าประเทศอื่น ๆ เพราะฉะนั้น ขอความร่วมมือ อย่าพูดอะไรที่มันดูเหมือนเลวร้ายกับผู้อื่นเขา ผมไม่ทราบว่าจะทำไปเพื่ออะไรเหมือนกัน ผมพร้อมที่จะแก้ปัญหาทุกเรื่อง
“จำสิ่งที่นายกฯพูดในวันนี้ เราจะขจัดความยากจน พัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป้าหมายคือการสร้างความยากจนแบบพุ่งเป้ารายครัวเรือน บางคนไม่ได้จนเงิน จนแค่ความรู้ จนเทคโนโลยี เราจะเริ่มปฏิบัติในปี’65 ไม่มีอะไรเสร็จได้ภายใน 1 ปี หรือ 1 เดือน”
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนต้องการให้ประเทศไทยมีความยั่งยืน ไม่ใช่ประเทศแห่งความแตกแยก ไม่ใช่ประเทศแห่งความทะเลาะเบาะแว้ง เขารบไหนรบกับเขาด้วย เขาทะเลาะตรงไหนทะเลาะกับเขาด้วย ข้างในก็ทะเลาะกันเองเข้าไปอีก ตนถามหน่อย มันจะอยู่กันอย่างนี้หรือไง คิด ๆ คิดซะมั่ง (เอานิ้วชี้ที่ศีรษะ) ข่าวสารบ้านเมืองในแต่ละวัน
“ผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาด บางส่วนถูกเลิกจ้าง บางส่วนถูกหักเงินเดือน เรามีโครงการออกไป คนละครึ่ง เราชนะ มาตรา 33 เรารักกัน เป็นการชดเชยรายได้ระยะสั้นเท่านั้น แล้วผมถามต้องใช้เงินอีกเมื่อไหร่ เท่าไหร่ ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ไม่มีก็ต้องหาเงินมาจนมี แต่สิ่งที่กลับมากลายเป็นว่า คือ รัฐบาลไม่ดูแล ผมไม่เข้าใจหลักคิดของไอ้คนบางคนคืออะไร”
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ต้องไปดูว่า กี่ปีแล้ว ชำระมาแล้วหรือยัง ไม่ชำระเพราะอะไร มีรายได้แล้วทำไมไม่ชำระ ถ้ามีปัญหาก็ช่วยเหลือ แก้ปัญหาให้ แต่คนที่ไม่มีปัญหาแล้วไม่ชำระ ไปหาตัวมาให้ดี
“การไกล่เกลี่ยและการปรับโครงสร้างหนี้ผ่านกลไกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สถาบันการเงินของรัฐ เงินทั้งหมดไม่ใช่เงินของรัฐบาล เป็นเงินของประชาชนส่วนหนึ่งด้วย ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งเป็นเงินของประชาชน ธปท.ต้องปรับกติกาให้สามารถใช้ได้ ไปดูกฎหมายด้วย บางคนพูดแต่ปาก และบางคนก็เชื่อเขาไป อย่าไปเชื่อเขาครับ ถ้ามันง่าย มันทำได้ไปนานแล้ว มันไม่ต้องหนีคดีติดคุกหรอก”
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เราได้ทำสิ่งใหม่ ๆ มามากมาย เราต้องกลับมาดูสิ่งเก่า ๆ ปัญหาหนี้สิน ปัญหาความยากจน ปัญหาความเหลื่อมล้ำ มักจะมีปัญหาทุกครั้ง ตนไม่รู้ว่าเหตุผลคืออะไร ต้องการกลับไปอยู่วังวนเดิมหรือเปล่า เพราะมันง่ายต่อการสร้างความชื่นชอบทางการเมืองส่วนตัวหรือเปล่า อย่าทำร้ายประชาชนอีกต่อไปเลยครับ
“ผมเครียดทุกเช้า ไอ้ที่พูดเนี่ย ต้องพูดซะมั่ง ถึงแม้ว่าใครจะให้เกียรติผม ไม่ให้เกียรติผม ผมไม่ชอบคำพูดว่า โว รัฐบาลโว โวคืออะไร ขี้โม้ ขี้คุย หรือไง ไม่เคยมีประเทศไหนที่สื่อไม่ให้เกียรติผู้นำของแบบประเทศนี้ วันนี้ได้เวลาอันสมควรแล้ว อนุโมทนาสาธุครับ นี่ผมกำลังใช้ธรรมะอยู่”