Skip to content

โควิดปลุกคราฟต์เบียร์อินโดฯ รายย่อยผุดพรึ่บ ชิงเค้กพันล้านดอลลาร์

02 มี.ค. 2565 | 20:43น.
โควิดปลุกคราฟต์เบียร์อินโดฯ รายย่อยผุดพรึ่บ ชิงเค้กพันล้านดอลลาร์

แม้อินโดนีเซียจะเป็นประเทศที่มีประชากรนับถือศาสนาอิสลามสูงถึง 86% แต่ตลาดเบียร์ของอินโดนีเซียกลับมีมูลค่าสูงสวนทางกับจำนวนนักดื่ม

โดยตามข้อมูลของบริษัทวิจัย ยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ปี 2563 ตลาดมีมูลค่าสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าเล็กน้อยจากผลกระทบของการระบาดของโรคโควิด-19

แต่ขณะเดียวกันการระบาดของโรคโควิด-19 ยังได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการเบียร์ของอินโดนีเซีย ด้วยการปลุกกระแสคราฟต์เบียร์โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะบาหลีที่ตลอดช่วง 2 ปี

ของการระบาดมีผู้ผลิตคราฟต์เบียร์หน้าใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก จนเริ่มดิสรัปต์หรือสร้างแรงกระเพื่อมในตลาดที่เดิมมีเพียงผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่เพียงไม่กี่รายครอบครองอยู่ได้

เว็บข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานถึงปรากฏการณ์นี้ว่า ธุรกิจของบรรดาผู้ผลิตคราฟต์เบียร์ในเกาะบาหลีของอินโดนีเซียกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

อาทิ ไอส์แลนด์ออฟอิเมจิเนชั่น, ไอส์แลนด์บริวและคูรา คูรา พร้อม ๆ กันกับดีมานด์ในประเทศที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สวนทางกับสถานการณ์โรคระบาดและสภาพเศรษฐกิจ

“อารอน กรีเซอร์” ผู้ก่อตั้งเบียร์วานาบริษัทจัดจำหน่ายคราฟต์เบียร์ซึ่งมีเครือข่ายในอินโดนีเซียและไทย ฉายภาพว่า ตอนนี้ความนิยมคราฟต์เบียร์ของชาวอินโดนีเซียสูงจนเหมือนอยู่ในยุคตื่นทอง และบรรดาผู้ที่อยู่ในธุรกิจนี้เห็นตรงกันว่าช่วงปี 2565-2566 นี้จะเป็นยุคบูมของคราฟต์เบียร์

ไปในทิศทางเดียวกับความเคลื่อนไหวของผู้ผลิตคราฟต์เบียร์ อาทิ คูรา คูรา ที่เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 4 แสนลิตร หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีที่แล้ว หลังสามารถขยายตลาดให้ครอบคลุมทั่วเกาะจาวาซึ่งเป็นเกาะที่มีประชากรมากที่สุดของอินโดนีเซีย

เช่นเดียวกับไอส์แลนด์ออฟอิเมจิเนชั่น ที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายนปี 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับผลตอบรับดีจากนักดื่มท้องถิ่นด้วยจุดขายอย่างการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นทั้งข้าวพันธุ์ท้องถิ่นและสละอินโดฯ เพื่อเจาะผู้บริโภคท้องถิ่นและชาวเอเชียจากชาติต่าง ๆ

“คราฟต์เบียร์ในอินโดนีเซียเป็นตลาดใหม่เอี่ยมไม่เคยไม่ผู้เล่นมาก่อนเลย เพราะเมื่อ 2 ปีก่อนไม่มีคราฟต์เบียร์ในประเทศนี้ด้วยซ้ำ” ลอรา พรินลู ผู้ผลิตคราฟต์เบียร์แบรนด์ไอส์แลนด์ออฟอิเมจิเนชั่น กล่าว

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญในวงการเบียร์อินโดนีเซียคาดว่าเป็นเพราะการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคหันมาดื่มเบียร์ที่บ้านกันมากขึ้น เป็นโอกาสให้เกิดการทดลองเบียร์ยี่ห้อใหม่ ๆ

ซึ่งในสถานการณ์ปกติบรรดาร้านอาหารและผับบาร์มักไม่นำมาสต๊อกไว้ ขณะเดียวกันทำให้ผู้ผลิตคราฟต์เบียร์มีโอกาสเข้าถึงลูกค้ามากขึ้นเช่นกัน

“อเด พูตริ พารามาดิตา” นักเขียนด้านอาหารชาวจาการ์ตา อธิบายว่า เดิมทีตัวเลือกเบียร์ในอินโดนีเซียมีเพียงสินค้าจากผู้ผลิตรายใหญ่ 2 แบรนด์

และสินค้านำเข้าอีกจำนวนหนึ่งเท่านั้น แต่กระแสนิยมในตอนนี้ทำให้ร้านอาหารและบาร์หลายแห่งกล้าสต๊อกคราฟต์เบียร์จากผู้ผลิตรายย่อยกันแล้ว

อย่างไรก็ตาม กระแสบูมคราฟต์เบียร์ในอินโดนีเซียยังต้องเผชิญความท้าทายโดยเฉพาะมาตรการควบคุมของภาครัฐที่เรียกได้ว่าเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นจำนวนใบอนุญาตผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีจำนวนจำกัด

ทำให้ราคาค่าใบอนุญาตสูงลิ่วระดับล้านดอลลาร์สหรัฐ และแม้จะมีใบอนุญาตแล้วการสร้างโรงงานยังต้องขออนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่น จังหวัดและรัฐบาลรวม 3 ทอด รวมไปถึงการขอผลิตสินค้าที่อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน

ด้วยความท้าทายนี้ทำให้บาหลีซึ่งประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดูและมีท่าทีผ่อนคลายต่อการผลิต-ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่ารัฐบาลกลางซึ่งผู้นับถือศาสนาอิสลามมีอิทธิพลสูง กลายเป็นฐานที่มั่นสำคัญของเหล่าผู้ผลิตคราฟต์เบียร์ในอินโดนีเซีย ก่อนที่จะขยายตลาดออกไปยังส่วนอื่น ๆ ของประเทศ

“อารอน กรีเซอร์” กล่าวว่า ความท้าทายนี้ในทางตรงข้ามทำให้ตลาดเบียร์ของอินโดนีเซียมีซัพพลายน้อยกว่าดีมานด์มาก และเป็นโอกาสให้ผู้เล่นรายย่อยเข้าชิงเม็ดเงินได้

ซึ่งเชื่อว่าคราฟต์เบียร์น่าจะสามารถมีส่วนแบ่ง 20-25% ของมูลค่าตลาดเบียร์ได้เช่นเดียวกับในประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งนี้ ต้องรอดูกันว่า ตลาดคราฟต์เบียร์ในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีสัดส่วนประชากรนับถือศาสนาอิสลามมากที่สุดในโลกนี้จะเติบโตได้มากแค่ไหนและจะมีผู้เล่นต่างชาติใช้จังหวะการเติบโตนี้รุกเข้าสู่ตลาดหรือไม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คราฟต์เบียร์