“วิษณุ” ชี้อุบัติเหตุการเมือง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ยกเว้นจงใจให้เกิด
“วิษณุ” เนติบริกร ชี้อุบัติเหตุทางการเมือง “มันจะเกิดก็ต้องเกิด” ยกเว้น “จงใจจะให้มันเกิด” โบ้ย ถาม ประวิตร รัฐบาลอยู่ครบเทอม
วันที่ 2 มีนาคม 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. มีมติ 22 เสียง ต่อ 21 เสียง ตั้งนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข เป็นประธาน กมธ.วิสามัญฯ คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะฝากความเห็นอะไรไปหรือไม่ ว่า
“ไม่มีครับ เพราะถ้ามีรัฐมนตรีอยู่ในรายชื่อผู้เสนอเป็น กมธ. มักจะให้เกียรติเลือกรัฐมนตรีเป็น ยกเว้นรัฐมนตรีจะไม่รับ เพราะบางทีก็ไม่มีเวลา และ ครม.ก็ไม่เคยให้นโยบายอะไรไป เพราะถือว่า กมธ.แบ่งเป็นสัดส่วนโควตาอยู่แล้ว”
ครั้งนี้ก็เป็นสัดส่วนของรัฐบาล 8 คน มีอะไรก็พูดกันทั้ง 8 คนได้ แต่ทีนี้บังเอิญกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ไม่ใช่กฎหมายของรัฐบาลโดยแท้ รัฐบาลมีหน้าที่เสนอตามมาตรา 131 เท่านั้น เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอเองไม่ได้ แต่ก็ถูกบังคับไว้ว่า เป็นการเสนอตามข้อเสนอแนะของ กกต. และต้องกลับมาถาม กกต. อีกว่า กกต.เห็นชอบหรือไม่ ถ้า กกต.ไม่เห็นชอบ กกต.ก็จะแนะนำให้รัฐสภาแก้ไข เรื่องนี้เป็นเรื่องของ กกต.ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประธาน กมธ.ที่เป็นรัฐมนตรีด้วยอาจจะไม่มีเวลา นายวิษณุกล่าวว่า ใช่ บางทีไม่มีเวลา แต่ก็มีรองประธาน กมธ.เยอะแยะ 7-8 คน ก็แบ่ง ๆ กันไป แต่ปัญหา คือ มีกฎหมายลูก 2 ฉบับ (ร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง) และใช้ กมธ.ชุดเดียวกัน แล้วต้องทำงานแข่งกับเวลาด้วย กฎหมายอื่นจะพิจารณาไปสองปีก็ไม่มีใครว่า
แต่กฎหมายลูก 2 ฉบับนี้ ต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 180 วัน ถ้าไม่เสร็จถือว่า เห็นชอบตามร่างฯ จึงไม่เหมือนกับกฎหมายธรรมดา พ.ร.ป.ไม่เหมือนกับกฎหมายธรรมดาอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า การลงมติเลือกประธาน กมธ.มีบุคคลที่เกี่ยวข้องออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะเสนอคนนั้นคนนี้ มีการเตี๊ยมกันก่อนลงมติให้ใครเป็นประธานจะทำให้โมฆะหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ เขาก็ทำกันทุกฉบับ ทุกฉบับเลย
เมื่อถามว่า การเสนอนายสาธิตมาแข่งเป็นประธาน กมธ. กับนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะทำให้ฝ่ายรัฐบาลขัดแย้งกันเองหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ก็คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ แต่คงไม่ตอบปฏิเสธเสียเลย 100% แต่ใช้คำว่า ไม่ถึงขนาดนั้น เพราะว่าที่จริงก็คือ น่าจะมีการพูดกันก่อน ซึ่งได้ทราบว่า ไม่เคยมีการพูดกันก่อน ไม่เคยมีการบอกกันก่อน
พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคไม่มีใครเขารู้ ว่าจะเอาใครเป็น เพราะว่ามันผิดปกติมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า เดิมทีคุณวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เจ้าของร่างฯ และเป็นคนเสนอในสภา เป็นคนสรุปในสภา แต่พอถึงเวลาเข้าก็ไม่มีชื่อคุณวิเชียร เป็นกรรมาธิการ แสดงว่า ไม่มีการพูดจาอะไรกัน ให้เป็นที่เข้าใจชัดเจน
เมื่อถามว่า แสดงว่า รัฐบาลเองเอกภาพในการทำงานในฝ่ายสภามีปัญหา นายวิษณุกล่าวว่า ก็แล้วแต่จะคิด ไม่ขอออกความเห็นต่อสาธารณชน
เมื่อถามว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกพูดว่า ส่งสัญญาณเตือนไปถึงเสถียรภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล มีข้อห่วงใยอะไรบ้าง นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มีฮะ เขาคงมีอยู่แล้วล่ะ เขาคงทำงานไป
เมื่อถามว่า ได้หยิบยกมาหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ ๆ ตนไม่ได้เกี่ยวกับซีกวงงานสภา ในฐานะที่เป็น 1 ในรัฐบาล ก็ห่วงใยในฐานะเป็นรัฐบาล
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ เคยเรียกนายวิษณุไปชี้แจงให้พรรคร่วมรัฐบาลฟัง กรณีหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง กฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับไม่ผ่านจะมีแผนรองรับอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า เคยเหรอ เคยทำเป็นคุ้งเป็นแควถึงขนาดที่คุณพูดเชียวหรอ ไม่มีการปรึกษากัน คุยกันธรรมดาเท่านั้นเอง ไม่มีข้อยุติอะไร ปรารภ ไม่ใช่ปรึกษา
เมื่อถามว่า ณ เวลานี้ ไทม์ไลน์ของรัฐบาลเชื่อว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไทม์ไลน์มันไปเกี่ยวอะไรกับอุบัติเหตุ ไทม์ไลน์ คือ ตารางเวลาที่กำหนดเอาไว้ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกัน อุบัติเหตุมันก็คืออุบัติเหตุ แปลว่า เหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดคิด เพราะฉะนั้นเมื่อมันจะเกิดก็ต้องเกิด ถ้ามันเกิดโดยคาดคิด มันไม่ใช่อุบัติเหตุ มันเป็นเรื่องที่จงใจจะให้มันเกิด
เมื่อถามว่า ในฐานะผู้คร่ำหวอดทางการเมือง นายวิษณุตอบสวนว่า ไม่คร่ำหวอด เป็นแค่น้ำคร่ำ
เมื่อถามว่า มีแผนรองรับกันเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ปกติจะมีทางออกของมันอยู่เสมอ
เมื่อถามว่า นายวิษณุเคยบอกว่า ถ้าไม่มีทางออกก็ออกทางเข้ายังใช้ได้อยู่ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ได้ ใช่ ๆ ๆ คือ ถอยกลับออกมา ประตูเดียวกันเนี่ย คุณนึกว่าเป็นทางออก ความจริงมันคือทางเข้า
เมื่อถามว่า คือ ยุบสภา นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ พวกคุณน่ะไปกันเอง
เมื่อถามว่า การเลือกตั้งจะกลับไปเป็นบัตรใบเดียวไม่ได้แล้วใช่หรือไม่ นายวิษณุหยุดคิดอยู่นาน ก่อนจะกล่าวว่า ที่นิ่งนี่ ไม่ใช่คิดหนัก ยากเย็นอะไรนะ คือ มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะต้องถาม คือ ได้ ถ้าคุณจะไปแก้รัฐธรรมนูญ และแก้ได้ไหม อันนั้นผมไม่รู้ ปัญหาคือไปแก้มันทำไป เพิ่งแก้ไปแมบ ๆ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย
เมื่อถามว่า จะตอบสังคมไม่ได้ใช่หรือไม่ ถ้าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะกลับไปใช้บัตรใบเดียว นายวิษณุกล่าวว่า ก็คงไม่ถึงขนาดตอบสังคมหรอก มันเป็นเรื่องที่มีเรื่องอื่นที่ต้องทำอีกตั้งเยอะแยะ ถ้าจะแก้แก้เรื่องอื่น
เมื่อถามว่า ปีนี้รัฐบาลจะราบเรียบ อยู่ครบเทอมหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ผมจะไม่ตอบ ไปถามคนที่อยู่ในแวดวงเรื่องนี้มากกว่า เช่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ท่านจะอ่านอะไรได้มากกว่าตน
เมื่อถามว่า งานสภาต้องปรับปรุงหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ต้องครับ
เมื่อถามย้ำว่า แนะนำให้ปรับปรุงอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า แค่นี้พอแล้ว แค่นี้ก็พาดหัวไป 7 วันแล้ว
เมื่อถามย้ำอีก คิดว่าสภาจะทำตามหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ผมไม่ได้ไปบอกให้เขาทำอะไร หรือ เขาอาจจะไม่ได้ยินที่ผมพูดก็ได้
เมื่อถามว่า มีการเรียกวิปรัฐบาลมาคุยบ้างหรือยัง นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ ตนไม่ได้อยู่ในซีกของการทำงานในฝ่ายสภา
เมื่อถามว่า มีการให้คำแนะนำนายนิโรธ สุนทรเลขา ประธานวิปรัฐบาลบ้างหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มี ไม่ได้ให้คำแนะนำ