เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

เปิดสินเชื่อ 5 แพ็กเกจ ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในนิคม

23 มี.ค. 2565 | 13:17น.

การนิคมอุตสาหกรรมฯตั้งเป้าปี 2567 ภาคอุตสาหกรรม หันใช้พลังงานทางเลือกและพลังงานทดแทนผลิตไฟฟ้า ประหยัดพลังงานสะสมได้กว่า 640 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง คิดเป็นเงินกว่า 2,560 ล้านบาท หลังลงนาม กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ศึกษาความเป็นไปได้จัดตั้งธุรกิจเพื่อส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจก พร้อมจับมือ 5 แบงค์ เตรียมแพ็กเกจปล่อยสินเชื่อ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในนิคม

วันที่ 23 มีนาคม 2565 นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ.ได้จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ในโครงการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งธุรกิจเพื่อส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจก ของ กนอ. ปีงบประมาณ 2565

โดย กนอ.ประกาศนโยบายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยระยะแรกตั้งเป้าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่ กนอ. ดำเนินการเอง 15 แห่ง จำนวน 1,505 โรงงาน ให้ตระหนักถึงความจําเป็นในการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนนโยบายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม/ท่าเรืออุตสาหกรรม เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon neutrality)

ซึ่ง กนอ.มีนโยบายในการขับเคลื่อนแผนงานและกิจกรรมเพื่อการยกระดับนิคมอุตสาหกรรมเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศและการลดก๊าซเรือนกระจก ทั้งด้านการพัฒนาองค์ความรู้ การจัดการฐานข้อมูล การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน การใช้พลังงานทางเลือกและพลังงานทดแทน รวมถึงการสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ผ่านเครือข่ายความร่วมมือต่าง ๆ

การร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ กนอ. และ พพ. จะร่วมกันดำเนินงานภายใต้กรอบความเข้าใจใน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการสนับสนุนการดำเนินการตามกฎหมายอนุรักษ์พลังงาน ด้านการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน การใช้พลังงานทางเลือกและพลังงานทดแทนของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม ด้านการพัฒนาบุคลากร ระบบฐานข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน และด้านการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แผนงาน/กิจกรรม ภายในระยะเวลา 3 ปี (2565-2567)

“การลงนามบันทึกความเข้าใจครั้งนี้จะก่อให้เกิดการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจก เกิดการผลักดันให้มีการดำเนินการตามกฎหมายอนุรักษ์พลังงาน มีการใช้พลังงานทางเลือกและพลังงานทดแทนผลิตไฟฟ้า คาดว่าจะเกิดการประหยัดพลังงานสะสมได้กว่า 640 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง ในปี 2567 คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้กว่า 2,560 ล้านบาท และยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 3.4 แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์”

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่า ภารกิจหลักของ พพ.คือ การกำกับดูแลการอนุรักษ์พลังงาน การพัฒนาและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน รวมถึงการบริหารจัดการพลังงานเพื่อให้ทุกภาคส่วนมีการใช้ได้อย่างเพียงพอและมีราคาที่เหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ที่ทุกฝ่ายกำลังเผชิญทั้งปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) และปัญหาราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากภัยสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ซึ่งการลงนามบันทึกความเข้าใจครั้งนี้มีเจตจำนงร่วมกันในการส่งเสริมและสนับสนุนซึ่งกันและกันด้านการอนุรักษ์พลังงาน การใช้พลังงานทางเลือกและพลังงานทดแทน โดย พพ.พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการตามกฎหมายหรือนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์พลังงาน การนำมาตรฐาน BEC ไปใช้ในอาคารก่อสร้างใหม่หรือดัดแปลงในพื้นที่ กนอ. และกำกับให้โรงงานและอาคารในสังกัด กนอ.ปฏิบัติตามกฎหมายอนุรักษ์พลังงาน ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน การใช้พลังงานทางเลือกและพลังงานทดแทน โดยการสนับสนุนทางการเงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โดยมีแผนงานส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกและพลังงานทดแทนผลิตไฟฟ้า เป้าหมายไม่น้อยกว่า 150 เมกกะวัตต์

และส่งเสริมการพัฒนาบุคลากร เพิ่มความเชี่ยวชาญกำกับดูแลการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทนได้ไม่น้อยกว่า 1,100 คน พัฒนาระบบฐานข้อมูลและการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อให้เกิดการอนุรักษ์พลังงาน การใช้พลังงานทางเลือกและพลังงานทดแทน และการสนับสนุนการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการภายใต้กรอบความร่วมมือ และส่งเสริมการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

“แผนการดำเนินงานทั้งหมดมีเป้าหมายดำเนินการเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยคาดว่าจะเกิดการประหยัดพลังงานสะสม ณ ปี’67 กว่า 640 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้ 2,500 ล้านบาท สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 3.4 แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์ และก่อให้เกิดความสำเร็จด้านพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องตามแผนยุทธศาสตร์พลังงานของประเทศ เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป”

นายวีริศกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า นอกจากการลงนามบันทึกความเข้าใจกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) แล้ว ยังมีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการสนับสนุนทางการเงิน (Financial support) เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน การใช้พลังงานทางเลือกและพลังงานทดแทน และการดำเนินการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในนิคมอุตสาหกรรม ระหว่าง กนอ. กับสถาบันการเงิน 5 แห่ง

ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

ทั้งนี้ กนอ.จะร่วมมือกับธนาคารเครือข่ายทั้ง 4 แห่ง ในด้านการส่งเสริมสนับสนุนมาตรการทางการเงิน (Financial support) แก่ผู้ประกอบการ และร่วมมือกับ บสย. พิจารณาการค้ำประกันสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ที่มีการดำเนินงานสอดคล้องตามกฎหมายหรือนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์พลังงาน การใช้พลังงานทางเลือกและพลังงานทดแทน การดำเนินการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กนอ.

“ต้นทุนของการใช้พลังงานทางเลือกและพลังงานทดแทนที่ลดลง ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความต้องการที่จะใช้ไฟฟ้าจากพลังงานประเภทนี้มากขึ้น อีกทั้งธุรกิจที่เกี่ยวกับพลังงานรูปแบบใหม่ยังถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น การเกิดขึ้นของตลาดคาร์บอนเครดิต และการทำสัญญาซื้อขายพลังงานในรูปแบบใหม่ ทุกฝ่ายจึงควรเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อบรรลุเป้าหมายการขับเคลื่อนพลังงานทดแทนให้มีสัดส่วน 30% ของพลังงานไฟฟ้าทั้งประเทศภายในปี 2573 รวมถึงตั้งเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี 2608