“สุพันธุ์” ประธาน ส.อ.ท. ประกาศแผนงานปี’65-67 ดึงบิ๊กธุรกิจเติมเงิน “กองทุนนวัตกรรม 2,000 ล้านบาท” ดัน SMEs วาระสำคัญ หนุน BCG-Health-ท่องเที่ยว จี้รัฐลดกฎหมายควบคุมเน้นส่งเสริม วอนใช้งบฯให้เกิดประโยชน์ดันทั้งอุตสาหกรรมโตพร้อมกัน
วันที่ 28 มีนาคม 2565 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวในงาน ประชุมสามัญประจำปี 2565 และเลือกตั้งคณะกรรมการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยวาระปี 2565-2567 โดยได้บรรยายพิเศษ “FUTURE INDUSTRY อนาคตภาคอุตสาหกรรมไทย” ว่า ในช่วงวาระที่ตนดำรงตำแหน่งประธาน วาระ 2 เมื่อปี 2561-2563 ได้เน้นในเรื่องของการผลักดันให้ SMEs ขึ้นทะเบียนเพื่อเข้าสู่ระบบการทำบัญชีเดียว แก้ไขปัญหาเกษตรด้วยการตั้ง สถาบันเพื่อการเกษตรขึ้นมา เริ่มสู่การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมอย่างเต็มรูปแบบ (Industry Transformation)

จากนั้นในวาระที่ 3 คือปี 2563-2565 เป็นช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ภารกิจสำคัญคือการที่ต้องช่วยสมาชิก ผู้ประกอบการอยู่รอดให้ได้ ด้วยการผลักดันนโยบาย Made in Thailand (MIT) สร้างมาตรฐาน IFA (ความเชื่อมั่นในสถานประกอบการปลอดภัยด้านโควิด-19) สร้าง SMEs ให้เป็น Unicorn และที่สำคัญคือการตั้ง “กองทุนนวัตกรรม”
สำหรับปี 2565-2567 ในฐานะที่ตนยังคงดำรงเป็นประธาน จึงกำหนดแผนงานภายใต้นโยบาย “Future Industry ทำสิ่งที่เราถนัด” โดย 3 เรื่องหลัก คือ 1.เกษตร รัฐบาลจะต้องให้การส่งเสริมและสนับสนุนภาคการเกษตร ให้มีราคาและต้นทุนการผลิตที่ต่ำ จะนำไปสู่อุตสาหกรรมอาหาร การแปรรูป รวมถึงต้องบริหารจัดการระบบน้ำให้ดี ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนา ลดกฎ กติกาให้ง่ายขึ้น
ซึ่งทั้งหมดจะเป็นตัวผลักดันให้อุตสาหกรรมเกษตรของไทยเป็นซัพพลายเชนให้กับทั่วโลก และเกษตรกรจะต้องมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ไทยก็ควรจะปรับตัวเองให้เข้าสู่ Future Food เพื่อเปลี่ยนการเกษตรแบบดั้งเดิม เป็นการเกษตรสมัยใหม่
2. BCG การนำคุณค่าจากความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม มาแปลงหรือเพิ่มเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ เป็นการนำผลผลิตทางการเกษตร มาปรับเปลี่ยนระบบการผลิตและการบริโภคที่นำไปสู่กระบวนการที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การผลิตที่ต้องเป็น zero waste ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ส.อ.ท. จึงตั้งสถาบัน carbon credit ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย สู่การใช้พลังงานหมุนเวียน 100% เป็นอีกหนึ่งกำลังที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
3.Health and Lifestyle สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ผลงานของระบบสาธารณสุขไทยในการรับมือเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าประเทศไทยยังมีจุดแข็งในเรื่องการให้บริการด้านสุขภาพ เครื่องมือแพทย์ รวมไปถึง อุปกรณ์ทางการแพทย์ ส่วนการจัดทำสินค้าประเภท Lifestyle คนไทยถือว่ามีฝีมือที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ แต่ยังขาดเรื่องการทำให้แบรนด์สินค้าติดตลาด หากสามารถสร้างแบรนด์ให้ตรงจุด ก็สามารถดันแบรนด์ไทยสู่ตลาดโลกได้
4.Tourism and Services ศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย เป็นจุดแข็งของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) จากผลกระทบสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้ต่างชาติที่มีรูปแบบการทำงานแบบ Workcation เข้ามาทำงานและพักผ่อนไปด้วยในประเทศไทยมากขึ้น ก่อให้เกิดการใช้จ่าย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้

อย่างไรก็ตาม หากไทยจะก้าวไปเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในอนาคต รัฐจะต้องส่งเสริมด้าน Technology เพื่อเตรียมความพร้อมภาคอุตสาหกรรมไทยสู่โครงสร้างพื้นฐาน 5G จะเร่งให้เกิดการนำแอปพลิเคชั่นและบริการ IOT มาใช้ทั่วทั้งอุตสาหกรรม ดังนั้นการเพิ่มประสิทธิภาพในด้าน Technology Innovation Infrastructure จะต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศไทยได้
ขณะเดียวกัน Innovation จำเป็นต้องปรับมาขับเคลื่อนประเทศบนฐานนวัตกรรม เร่งพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรมผ่านการเชื่อมโยงภาคเอกชน ภาครัฐ การศึกษาและสังคมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเพื่อสร้างระบบนวัตกรรมที่เข้มแข็งจากพื้นฐาน จึงมีการขับเคลื่อน “กองทุนนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม” ภายใต้การดำเนินการของ มูลนิธิกองทุนนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมและสนับสนุน SMEs ในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม โดยเป็นการระดมทุนจากภาคเอกชนรายใหญ่ที่เป็นสมาชิกสภาอุตสาหกรรมเพื่อหนุน SMEs ให้พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้เอง
รวมถึง Infrastructure ระบบขนส่งโครงสร้างพื้นฐานของไทย ไม่ว่าจะเป็น การขนส่งทางบก ทางน้ำ ทางราง และทางอากาศ ซึ่งต้นทุนทางโลจิสติกส์ของประเทศไทยทุกวันนี้ค่อนข้างสูง หากสามารถพัฒนาระบบขนส่งโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวให้ครอบคลุม จะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้มาก
“การสนับสนุนจากภาครัฐ นโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจต้องต่อเนื่อง ภาคเอกชนควรได้เข้าไปมีส่วนร่วมมากขึ้น เพิ่มความอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ การใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการปราบปรามคอร์รัปชั่น เพราะอนาคตภาคอุตสาหกรรมไทย ไม่ใช่แค่การตามกระแสโลกเพียงเท่านั้น แต่ต้องเป็นผู้นำภาคอุตสาหกรรม ด้วยการผลักดันและสร้างคุณค่าจากสิ่งที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทยอย่างแท้จริง
ภาคอุตสาหกรรมไทยได้ก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลงมามากมาย และคาดหวังว่าในอนาคตอันใกล้นี้ อุตสาหกรรมไทยจะหันกลับมาส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในประเทศ ที่มีศักยภาพและขับเคลื่อนให้เติบโตด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของอุตสาหกรรมไทยให้เดินหน้าอย่างเต็มกำลัง เพราะ Future Industry จะไม่ใช่อนาคตที่ไกลตัวอีกต่อไป”