เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ส.ประกันภัยปรับเป้าเบี้ยรวมปี’61 โต 10% ดันแตะ 3 แสนล้าน

20 ธ.ค. 2560 | 11:18น.

นายก ส.ประกันวินาศภัยแย้มปี”61 เบี้ยแตะ 3 แสนล้านบาท ดันโต 10% แรงหนุนจากเศรษฐกิจโตดี “จีรพันธ์” มั่นใจไทยวิวัฒน์สิ้นปีนี้เบี้ยรวมแตะ 3 พันล้าน ชี้เบี้ยมอเตอร์ปีนี้โตแผ่ว กางแผนเร่งเครื่องปีหน้า ผุดศูนย์นวัตกรรม ดึงคนรุ่นใหม่ปั้นโปรดักต์เด็ด-เน้นลดต้นทุน ส่ง 2 โครงการประกันภัยรถ เข้าสนามทดสอบของ คปภ. คาดคลอดกลางปี

นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย และในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าสมาคมได้ตั้งเป้าหมายปี 2561 เบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งอุตสาหกรรมอยู่ที่ 300,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% สูงกว่าปี 2560 ที่เติบโต 3-4% หรือปิดสิ้นปีนี้ จะมีเบี้ยรับรวมเข้ามาราว 220,000 ล้านบาท

จีรพันธ์ อัศวะธนกุล

ทั้งนี้ เมื่อเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา นายจีรพันธ์ เคยกล่าวว่าปีหน้าคาดเบี้ยรวมเติบโตใกล้เคียงกับการขยายตัวของเศรษฐกิจที่อยู่ระดับ 3.5-4%

นายจีรพันธ์ กล่าวว่า สาเหตุที่คาดว่าปีหน้าจะเติบโตได้สูง เนื่องจากเศรษฐกิจฐานรากได้รับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ หนุนให้มีแรงใช้จ่ายมากขึ้น อีกทั้งแนวโน้มการลงทุนภาครัฐ-เอกชนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่ให้สิทธิประโยชน์การลงทุนจะนำมาสู่การจ้างงาน รวมไปถึงส่งออกขยายตัวตามเศรษฐกิจและการค้าโลกจะส่งผลให้ธุรกิจประกันวินาศภัยมีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้น

ส่วนทิศทางในปีนี้ว่า ตลาดประกันภัยต่าง ๆ ขยายตัวได้มากขึ้น ซึ่งมีทั้งประกันภัยรถยนต์ (มอเตอร์) ซึ่งรัฐบาลได้พยายามรณรงค์ลดอุบัติเหตุ น่าจะช่วยให้อัตราสินไหมน้อยลง ขณะที่บริษัทประกันภัยพยายามคืนกำไรกลับให้ผู้บริโภคในรูปของค่าเบี้ยประกันภัยที่ถูกลง ขณะที่ประกันทรัพย์สินจะมีอัตราเติบโตมากขึ้น จากการลงทุนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน และประกันสุขภาพที่ได้อานิสงส์จากมาตรการลดหย่อนภาษีเริ่มในปีนี้ จะช่วยกระตุ้นตลาดประกันภัยเติบโตขึ้นมาก

สำหรับทิศทางดำเนินงานของ บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ นายจีรพันธ์กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับกลยุทธ์ด้านการพัฒนานวัตกรรมและรุกช่องทางดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ทำให้ช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ย. 60) บริษัทมีเบี้ยรับรวม 2,600 ล้านบาท เติบโต 13% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จึงคาดว่าสิ้นปีนี้ บริษัทจะมีเบี้ยรับรวม 3,000 ล้านบาท เติบโตใกล้เคียงตัวเลขสองหลัก (เกือบ 10%) หากพิจารณาเบี้ยรับประกันนาข้าวที่หมดโครงการในพื้นที่ภาคใต้ ช่วงวันที่ 15 ธ.ค. 60 น่าจะมีเบี้ยเข้ามาเพิ่มเป็น 3,200 ล้านบาท

“ปัจจุบันพอร์ตหลักเรายังมาจากเบี้ยมอเตอร์ 70% ซึ่งปีนี้อาจจะไม่เติบโตมาก เนื่องจากบริษัทได้ปรับปรุงฐานลูกค้าด้วยการขึ้นเบี้ยประกันรถยนต์สำหรับลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูง 10% ขณะเดียวกันได้ลดเบี้ยให้กับลูกค้าที่มีความเสี่ยงต่ำ 15% โดยได้ขยายฐานลูกค้าประกันภัยประเภทอื่น ๆ เพิ่มเติม และอีก 30% เป็นประกันที่ไม่ใช่รถ (nonmotor) ซึ่งเติบโตมาก โดยเฉพาะประกันเบ็ดเตล็ด รวมประกันสุขภาพและประกันการเดินทาง” นายจีรพันธ์กล่าว

ส่วนทิศทางในปี 2561 บริษัทตั้งเป้าหมายเบี้ยรับรวมจะเติบโตได้สองหลัก (10%) โดยแผนดำเนินงานจะมีการจัดตั้ง “ศูนย์นวัตกรรม” หรือ innovation center ซึ่งจะนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการพัฒนาโปรดักต์ใหม่ ๆ รวมถึงการให้บริการเพื่อลดต้นทุนด้านค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน ที่คาดลดเหลือ 12% จากเดิม 15% ปัจจุบันมีทีมงานคนรุ่นใหม่ราว 10 คน เข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน โดยจะมีผลิตภัณฑ์ (โปรดักต์) ใหม่ ๆ ออกมาในช่วงกลางปีหน้า

“เราได้พัฒนากรมธรรม์ประกันรถเติมเงินเวอร์ชั่น 2 ที่มีการแจกระบบและอุปกรณ์ TBeacon สำหรับเปิด-ปิด ความคุ้มครองอัตโนมัติ ซึ่งปีนี้เติบโตกว่า 3 เท่า มีฐานลูกค้ามากกว่าหลักหมื่นราย อัตราการต่ออายุสูงถึง 70% สามารถช่วยลดเคลมให้อยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ 10-20% ส่วนในอนาคตจะมีเวอร์ชั่น 3 ออกมาแน่นอน” นายจีรพันธ์กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทได้เข้าร่วมทดสอบนวัตกรรมผ่าน regulatory sandbox ของ คปภ. โดยได้ส่งไป 2 โครงการเกี่ยวกับประกันรถยนต์ คือ 1.การนำเทคโนโลยีมาช่วยในการเคลมที่รวดเร็วขึ้น 2.ประกันรถแบบ peer to peer เป็นกลุ่มผู้ขับรถดีรวมกลุ่มกันมาซื้อประกันรถแล้วจะได้สิทธิประโยชน์กลับไป ซึ่งคาดว่าต้องใช้ระยะเวลา 6 เดือนจึงจะทราบผลได้ ทั้งนี้จะช่วยหนุนการขายผ่านช่องทางดิจิทัลเติบโตมากขึ้น จากปัจจุบันมีเบี้ยแล้ว 100 ล้านบาท