“อีลิทการ์ด”สมาชิกเกินเป้า เร่งทำแผนดูดกลุ่มพักยาว
“ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด” เผยเศรษฐีใหม่แดนมังกรแห่สมัครอีลิทการ์ดขึ้นแท่นยอดสมาชิกสูงสุดอันดับ 1 เผยหลังเปิดตัว 4 บัตรใหม่เมื่อต้นปี หนุนกำไรปี”60 เพิ่มขึ้นกว่า 93% พร้อมเตรียมทำแผน wealth management สำหรับกลุ่มที่มาพักอาศัยระยะยาว หวังขยายฐานลูกค้ากลุ่มนักลงทุน-เจ้าของกิจการ-ผู้เกษียณอายุ
นายพฤทธิ์ บุปผาคำ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (ทีพีซี) ผู้บริหารบัตรอีลิทการ์ด เปิดเผยถึงผลประกอบการประจำปี 2560 (1 ตุลาคม 2559-30 กันยายน 2560) ว่า บริษัทมีรายได้รวมจากการดำเนินการอยู่ที่ 662.95 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ที่ 400 ล้านบาท หรือคิดเป็น 65.73% จากเป้าหมาย และคิดเป็นอัตราการเติบโต 64.32% จากปี 2559 ที่มีรายได้รวม 403.44 ล้านบาท และมีผลกำไร 389.83 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 93.60% จากปี 2559 ที่มีกำไร 201.40 ล้านบาท
ทั้งนี้ในปี 2560 บริษัทมีการดำเนินการด้านงบฯลงทุนกว่า 60 ล้านบาท ซึ่งหากมีการหักงบฯลงทุนในส่วนนี้ออก บริษัทจะมีกำไรจากการดำเนินการจริงถึง 449.83 ล้านบาท หรือ 123.35% จากปี 2559

โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นมากจากยอดรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการขายสมาชิกใหม่จำนวน 1,021 ราย และความสามารถในการบริหารต้นทุนในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้ต้นทุนในปีที่ผ่านมาไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก โดยมีรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 35% หากหักค่าใช้จ่ายด้านงบฯลงทุนของปี 2560 ออก พบว่ามีรายจ่ายเพิ่มเพียง 5.48% เท่านั้น นอกจากนี้ยังล้างผลขาดทุนสะสมทางบัญชีของปี 2560 เหลือที่ 770.92 ล้านบาท จากปี 2559 ซึ่งมีอยู่ 890.93 ล้านบาท
สำหรับเรื่องสิทธิประโยชน์ของสมาชิกบัตรนั้น นายพฤทธิ์กล่าวว่า บริษัทได้มีการสรรหาปรับปรุงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสมาชิกบัตรหลักอีลิท อัลทิเมท พริวิเลจ 2 ล้านบาท ที่เพิ่มเติมทางเลือกด้านสิทธิประโยชน์มากขึ้นด้วยโปรแกรม Adventure Thailand, Relaxation และ Healthier เช่น การสอนกอล์ฟ การสอนทำอาหาร และการสอนขี่ม้า เป็นต้น
“ยอดสมาชิกของไทยแลนด์ อีลิท คาร์ด ตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการในปี 2546 จนถึงสิ้นปีงบฯ 2560 (30 กันยายน 2560) มียอดสมาชิกรวมทั้งสิ้น 4,877 คน แบ่งเป็นสมาชิกรุ่นแรก 2,508 คน และสมาชิกรุ่นใหม่ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมาเพิ่มขึ้น 1,021 คน ปัจจุบัน (20 พ.ย. 60) มีสมาชิกรวม 5,040 คน” นายพฤทธิ์กล่าวและว่า ปัจจุบันบัตรไทยแลนด์ อีลิทมีทั้งสิ้น 7 ประเภท มีความหลากหลายทั้งด้านราคาและสิทธิประโยชน์ มีราคาตั้งแต่ 5 แสน-2 ล้านบาท โดยบัตรที่ทำยอดขายได้สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ บัตรอีลิท อีซี่ แอสเซส ราคา 5 แสนบาท อายุบัตร 5 ปี, บัตรอีลิท ซูพีเรียริตี้ เอ็กซ์เทนชั่น ราคา 1 ล้านบาท อายุบัตร 20 ปี และบัตรอีลิท แฟมิลี่ เอ็กซ์เคอร์ชั่น ราคา 8 แสนบาท อายุบัตร 5 ปี
นายพฤทธิ์กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ตัวแปรสำคัญที่ช่วยให้ผลการดำเนินงานในปี 2560 ประสบความสำเร็จเกินเป้าหมายนั้น เป็นผลจากการเปิดตัวบัตรใหม่เมื่อช่วงต้นปีได้รับผลตอบรับที่ดี ซึ่งจะเห็นได้จากบัตรที่ทำยอดขายได้สูงสุด 3 อันดับแรกนั้น เป็นบัตรที่เปิดตัวใหม่ 2 ประเภทด้วยกัน นั่นคือ บัตรอีลิท ซูพีเรียริตี้เอ็กซ์ และบัตรอีลิท แฟมิลี่ เอ็กซ์เคอร์ชั่น รวมถึงการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ของบัตรหลักให้มีความหลากหลายและตอบรับกับความต้องการของท้องตลาดมากขึ้น นอกจากนี้ยังมาจากการเพิ่มช่องทางการขาย และตัวแทนจำหน่ายใหม่ ๆ จากการที่มี Henley & Partners ที่มีออฟฟิศอยู่ 28 สาขาทั่วโลกเข้ามาช่วยทำตลาด และยังมี IBC Aviation ที่เข้ามาดูแลเพิ่มในส่วนของตลาดยุโรป รวมถึงการเดินทางไปโรดโชว์ยังประเทศกลุ่มเป้าหมายและร่วมกิจกรรมในงานอีเวนต์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ด้วย
“จากไปทำงานโรดโชว์พบว่าประเทศไทยและโครงการบัตร ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก จากการที่มีคนติดต่อเข้ามาสมัครเป็นทั้งสมาชิกบัตรและตัวแทนขาย โดยเฉพาะจีนที่ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงมาก ทำให้สมาชิกในปี 2560 จีนขึ้นมาเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือ อังกฤษ อเมริกา ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น จากปี 2559 ที่จีนอยู่อันดับ 2” นายพฤทธิ์กล่าว
ผู้จัดการใหญ่บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด ยังกล่าวถึงแผนการดำเนินงานในปี 2561 ด้วยว่า บริษัทยังคงมุ่งขยายฐานลูกค้ากลุ่มนักลงทุน เจ้าของกิจการ ผู้เกษียณอายุที่ต้องการมาพำนักในประเทศไทย และกลุ่มที่ต้องการมาอยู่เป็นครอบครัว ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้มาเพื่อท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่จะเข้ามาเป็นลักษณะของ resident in Thailand เนื่องจากคนกลุ่มนี้คือกลุ่มที่จะมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศไทย
ทั้งนี้ ในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะทำ wealth management ให้กับลูกค้ากลุ่มนี้ โดยหาพันธมิตรทางธุรกิจเข้ามาช่วยดูแล เพื่อตอบรับลูกค้ากลุ่มนี้ เนื่องจากมองความเป็น Thailand residency ซึ่งสินค้าที่ทำนั้นต้องตอบโจทย์กลุ่มนี้ให้เป็น residency ที่ชัดเจนขึ้น สอดรับกับวิชั่นของบริษัทในปี 2561 ที่ว่า “Simply extraordinary country residency program crafted for friends of Thailand” หรือบัตรสมาชิกเหนือระดับสำหรับบุคคลสำคัญของประเทศไทย