กรมควบคุมโรคเผยแผนเฝ้าระวังฝีดาษลิง แม้ยังไม่พบในไทย แต่มีความเสี่ยงจากผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ
วันที่ 25 พฤษภาคม 2565 กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค เดินหน้าร่างแผนเฝ้าระวังฝีดาษลิง พร้อมเตือนผู้ที่มีแผนท่องเที่ยวยุโรปช่วงนี้ต้องสวมหน้ากาก เว้นระยะห่างและล้างมือบ่อย ๆ
นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า แม้ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยโรคฝีดาษลิง แต่ สธ.ได้ร่างแผนเฝ้าระวังเบื้องต้น เนื่องจากอาจพบผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้ที่เดินทางเข้ามาจากประเทศที่มีการระบาด หลังจากก่อนหน้านี้ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขโรคฝีดาษลิงไว้แล้ว

โดยตามร่างนี้นิยามผู้ป่วยที่ต้องสงสัยว่าจะติดโรคฝีดาษลิงนั้นจะต้อง
มีไข้ 38 องศาเซลเซียส หรือสูงกว่า และมีอาการป่วยอย่างน้อย 1 อย่างในกลุ่ม คือ เจ็บคอ, ปวดศีรษะ, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ, ปวดหลัง, ต่อมน้ำเหลืองโต หรือมีผื่น-ตุ่มนูน ที่เป็นตุ่มนูน ตุ่มน้ำใส ตุ่มหนอง หรือตุ่มตกสะเก็ด กระจายตามใบหน้า-ลำตัวร่วมกับมีประวัติเดินทางมาจาก/อาศัยอยู่ในประเทศที่มีรายงานการระบาดของฝีดาษลิงในประเทศนั้น ๆ
มีประวัติร่วมกิจกรรมในงานที่มีการพบผู้ป่วยเข้าข่าย/ยืนยันฝีดาษลิง มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์ป่าประเภทสัตว์ฟันแทะลิง หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่นำเข้ามาจากทวีปแอฟริกา
นพ.จักรรัฐย้ำว่า อาการส่วนใหญ่ของผู้ป่วยฝีดาษลิงสามารถหายเองได้ แต่มีความเสี่ยงจากอาการแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ติดเชื้อที่กระจกตา และติดเชื้อในประดงเลือด
ขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ยังเตือนผู้ที่มีแผนเดินทางไปยังยุโรปว่าจะต้องใช้มาตรการป้องกันโรคอย่างใส่หน้ากาก เว้นระยะห่างและล้างมือบ่อย ๆ ต่อไป เพื่อป้องกันการติดโรคฝีดาษลิง