เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

บ๊อช ปั้นงานวิจัย ใช้เทคโนโลยีเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน

29 พ.ค. 2565 | 13:38น.
บ๊อช
คอลัมน์ : CSR TALK

องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดการณ์ว่าในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนถนน 1.3 ล้านคนทั่วโลก โดยผลวิจัยของธนาคารพัฒนาเอเชียระบุว่า ร้อยละ 60 ของอุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้นในทวีปเอเชีย ทั้งยังมีการคาดการณ์ว่าในแต่ละวัน ประเทศไทยมีอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิต 60 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 500 ราย และ 20 รายต้องกลายเป็นผู้พิการจากอุบัติเหตุทางถนน

ทั้งนี้จากข้อมูลในปี 2564 ระบุว่าประเทศไทยมีรถจักรยานยนต์ประมาณ 21.7 ล้านคัน อุบัติเหตุทางถนนส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับรถจักรยานยนต์ โดยมีอัตราส่วนการเสียชีวิต 3 ใน 4 ราย ทำให้ไทยเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ที่มีการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“บ๊อช” จึงเชื่อมั่นว่าการเพิ่มความปลอดภัยจราจรจะบรรลุผลสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ได้ด้วยการใช้ข้อมูลอุบัติเหตุอย่างรอบด้าน เพื่อพัฒนาและดำเนินมาตรการปกป้องชีวิตบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงไม่ใช่การคาดการณ์

“โธมัส ลิช” ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสฝ่ายการวิจัยอุบัติเหตุของบ๊อชอธิบายว่า ระเบียบวิธีวิจัยเช่นนี้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกที่จะทำให้รถยนต์มีความปลอดภัยมากขึ้น และสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐในการกำหนดมาตรการเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การบังคับใช้กฎหมาย และการตอบสนองเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

เพราะการจราจรมีปริมาณหนาแน่นมากขึ้น โดยเฉพาะในเขตใจกลางเมือง ที่สำคัญ ยานพาหนะก็มีจำนวนมากขึ้น ทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทยที่ถูกจัดอันดับเป็นที่ 3 ของเมืองที่มีความหนาแน่นบนถนนสูงที่สุดในภูมิภาคนี้ จนทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด

ยิ่งเฉพาะในส่วนของเทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ บ๊อชยกระดับความปลอดภัยในการขับขี่รถจักรยานยนต์ให้สูงขึ้นอย่างมาก ด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบควบคุมเสถียรภาพรถจักรยานยนต์ ทั้งนี้รายงานขององค์การอนามัยโลกระบุว่า ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และคนเดินเท้าคือกลุ่มเคราะห์ร้ายที่มีความเสี่ยงมากที่สุด โดยมีอัตราส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของอุบัติเหตุทางถนน

ผลเช่นนี้ จึงทำให้บ๊อชเปิดตัวอีกระดับของเทคโนโลยีมาช่วยเหลือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์แบบเรดาร์ (ARAS) ซึ่งพัฒนาบนพื้นฐานของเทคโนโลยีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ยานยนต์ที่ใช้เซ็นเซอร์เรดาร์ อันเป็นระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ อย่างระบบตรวจจับมุมอับสายตา ที่จะช่วยเฝ้าระวังทุกทิศทางเพื่อให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สามารถเปลี่ยนช่องจราจรอย่างปลอดภัย

กล่าวกันว่า เซ็นเซอร์เรดาร์ทำงานเหมือนดวงตาของระบบตรวจจับมุมอับสายตา ด้วยการระบุวัตถุที่อยู่ในพื้นที่ที่ยากแก่การมองเห็น เมื่อใดก็ตามที่มียานพาหนะอยู่ในมุมอับสายตาของผู้ขับขี่ เทคโนโลยีนี้จะเตือนด้วยสัญญาณภาพ

อาทิ บนกระจกมองข้าง อีกหนึ่งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ล้ำสมัยคือระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันหรือ ACC (adaptive cruise control) ที่ช่วยปรับความเร็วของตัวรถให้เคลื่อนที่ไปตามสภาพจราจร และรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากรถคันหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้น ยังมีรายงานว่าร้อยละ 90 ของอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของมนุษย์ เนื่องจากมีความเสี่ยงมากมายที่ถูกมองข้าม หรือสถานการณ์ที่มีการตัดสินใจผิดพลาดบนถนน อันส่งผลให้ผู้ขับขี่ตอบสนองช้าเกินไปหรือไม่ถูกต้อง

บ๊อชจึงใช้แนวทางการดำเนินงานแบบองค์รวมเพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติ ด้วยการผสมผสานความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ทั้งหมดจากขอบเขตต่าง ๆ อย่างหลักทางกลศาสตร์ อิเล็กทรอนิกส์ การพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ รวมถึงระบบเทเลเมติกส์

ทั้งนั้นเพื่อพัฒนาแนวคิดนี้ให้ก้าวล้ำ โดยจำเป็นต้องมีโซลูชั่นอย่างระบบเฝ้าระวังผู้ขับขี่ที่สามารถตรวจจับพฤติกรรมสำคัญอย่างการขาดสมาธิของผู้ขับขี่และอาการง่วงนอน นอกจากการใช้งานแอปพลิเคชั่นเพื่อความปลอดภัยที่หลากหลายแล้วนั้น

โซลูชั่นนี้ยังมีการตอบสนองต่อการสั่งการด้วยนวัตกรรมหลายแบบ อย่างการเคลื่อนไหวมือเพื่อสั่งการทำงานของระบบอินโฟเทนเมนต์โดยไม่รบกวนสมาธิ ระบบเฝ้าระวังในห้องโดยสารของยานยนต์แห่งอนาคตที่ใช้ระบบขับขี่อัตโนมัติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าผู้ขับขี่สามารถควบคุมตัวรถในสถานการณ์ที่จำเป็น

ที่สำคัญ รายงานขององค์การอนามัยโลกที่เผยแพร่ในปี 2561 ยังระบุว่าอุบัติเหตุบนถนนส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ถึงร้อยละ 3 โดยอุบัติเหตุทางถนนเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 7 ภายในปี 2573 หากไม่มีการดำเนินมาตรการที่ยั่งยืน

“โจเซฟ ฮง” กรรมการผู้จัดการ บ๊อช ประเทศไทย และประเทศลาว กล่าวว่า นอกจากความสูญเสียทางเศรษฐกิจ การบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ยังทำให้ผู้คนต้องเผชิญกับความโศกเศร้าและการพลัดพราก

“ผลเช่นนี้ จึงทำให้บ๊อชเดินหน้าลงทุนในด้านการวิจัย และพัฒนาอย่างมหาศาล เพื่อมุ่งเน้นสร้างเทคโนโลยีที่ช่วยปกป้องชีวิต ทั้งการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ และการสร้างโซลูชั่นที่ช่วยให้รถยนต์และท้องถนนมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น”