ประวิตร บี้เมกะโปรเจ็กต์น้ำ 44 โครงการ เคาะแผนกำจัดน้ำเสียบึงมักกะสัน
ประวิตร บี้เมกะโปรเจ็กต์น้ำ 44 โครงการ เคาะแผนกำจัดน้ำเสียบึงมักกะสัน ไฟเขียวสถานีสูบน้ำดิบ-ระบบท่อส่งน้ำปัตตานี ครอบคลุม 4 อำเภอ 30 ตำบล 2.4 แสนคน มีน้ำประปาใช้
วันที่ 10 มิถุนายน 2565 ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม 2 คณะ ต่อเนื่องกัน ได้แก่ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ
พล.ท.พัชร์ชศักดิ์กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรได้เปิดการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 1/2565 โดยได้รับทราบผลการดำเนินงานภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี 6 ด้าน (ช่วงปี’61-ปัจจุบัน) ได้แก่ 1.ด้านการจัดการน้ำอุปโภคบริโภค โดยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ระบบประปาหมู่บ้าน ได้ 4,675 แห่ง (85%) และสามารถขยายเขตการจ่ายน้ำได้ 570 แห่ง (22%)
2.ด้านการสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต สามารถเพิ่มแหล่งน้ำเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 22.05 ล้าน ลบ.ม. (79%) แหล่งน้ำชุมชน 0.91 ล้าน ลบ.ม. ( 91%)
3.ด้านการจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย มีระบบป้องกันชุมชนเมือง 14 แห่ง (32%) มีเขื่อนป้องกันตลิ่ง 188 แห่ง (35%) 4.ด้านการจัดการคุณภาพน้ำและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ มีการก่อสร้างระบบบำบัดใหม่ 12 แห่ง (12%) และมีการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษทางน้ำ 1,673 แห่ง (19%)
5.ด้านการฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรมและป้องกันการพังทลายของดิน มีการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ 156,070 ไร่ (21%) และ 6.ด้านการบริหารจัดการ โดยมีการจัดทำปรับปรุง กฎหมาย องค์กรด้านการจัดการน้ำ แล้วเสร็จ จำนวน 22 ฉบับ
นอกจากนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบแผนงานพัฒนาระบบระบายน้ำและจัดการน้ำเสีย บึงมักกะสันแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังและจัดการน้ำเสีย จากถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง และบึงมักกะสันไปจนถึงสนามบินดอนเมือง ได้อย่างมีประสิทธิภาพครอบคลุมพื้นที่ 81.53 ตร.กม. โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 4 ปี (ปี’67-70)
พล.ท.พัชร์ชศักดิ์กล่าวว่า จากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้เป็นประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ ครั้งที่ 2/2565 ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญ เป็นอย่างยิ่งเพราะเมื่อมีน้ำต้นทุนก็จะทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ส่งผลให้การพัฒนาประเทศมีความเจริญก้าวหน้า ตามยุทธศาสตร์ชาติที่วางไว้
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้า การขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญซึ่ง มี 41 โครงการขนาดใหญ่ (เกิน 1,000 ล้านบาท) และ 2 โครงการสำคัญที่ผ่านความเห็นชอบจาก กนช.แล้ว และยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะทำงานกลั่นกรองอีก 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองพัทยา ระยะแรก 2.โครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี และ 3.โครงการแก้มลิงทุ่งหิน จ.สมุทรสงคราม
จากนั้นที่ประชุมได้เห็นชอบโครงการสถานีสูบน้ำดิบพร้อมระบบท่อส่งน้ำ เพื่อรองรับการพัฒนาเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยังยืน จ.ปัตตานี เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถส่งน้ำไปยังพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.หนองจิก อ.แม่ลาน อ.โคกโพธิ์ และ อ.เมืองปัตตานี มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 30 ตำบลและมีน้ำประปารองรับประชากรมากถึง 240,000 คน ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้ให้ผู้รับผิดชอบโครงการ มีการควบคุมคุณภาพน้ำเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานโดยเฉพาะน้ำอุปโภคบริโภค
“พล.อ.ประวิตร ได้กำชับ สทนช. และทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการต่าง ๆ ให้เร่งรัดดำเนินการตามแผนงาน โดยเฉพาะน้ำประปาหมู่บ้าน และแหล่งน้ำชุมชน ต้องให้ประชาชนมีน้ำใช้ทุกครัวเรือน อย่างเพียงพอ ควบคู่การประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ ซึ่งจะส่งผลให้การพัฒนาประเทศ เจริญก้าวหน้าตามยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาลต่อไป” พล.ท.พัชร์ชศักดิ์กล่าว
