เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ICS Lifestyle Complex ชวนช็อป ชิม รับความคุ้มกับแคมเปญ “HAPPY REWARDS”
Business ICS Lifestyle Complex ชวนช็อป ชิม รับความคุ้มกับแคมเปญ “HAPPY REWARDS”
ดีอี จ่อฟ้อง “GULF-THCOM” บล.กสิกร กังวลต่อธุรกิจบริการดาวเทียม B2G
Tech ดีอี จ่อฟ้อง “GULF-THCOM” บล.กสิกร กังวลต่อธุรกิจบริการดาวเทียม B2G
กรุงศรี คาดค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ 32.75-33.30 บาท/ดอลลาร์ จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ
Finance กรุงศรี คาดค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ 32.75-33.30 บาท/ดอลลาร์ จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ
OR เปิดรับสมัคร CEO คนใหม่ จับตาผู้นำทิศทางธุรกิจน้ำมัน-ค้าปลีก สู่ Energy Solution
Economic OR เปิดรับสมัคร CEO คนใหม่ จับตาผู้นำทิศทางธุรกิจน้ำมัน-ค้าปลีก สู่ Energy Solution
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,450 บาท
เงินเฟ้อ ส.ค.พุ่ง 2.53% จากน้ำมัน-อาหารแพง สนค.จับตา Q4 อาจแตะ 2.7%
Economic เงินเฟ้อ ส.ค.พุ่ง 2.53% จากน้ำมัน-อาหารแพง สนค.จับตา Q4 อาจแตะ 2.7%
หุ้นไทยทะลุ 1,600 จุด DELTA พุ่ง 7% แรงซื้อหุ้นใหญ่ดัน SET ทะยาน
Finance หุ้นไทยทะลุ 1,600 จุด DELTA พุ่ง 7% แรงซื้อหุ้นใหญ่ดัน SET ทะยาน
Ajinomoto Young Chef 2026 ปีที่ 2 ชวนคนรุ่นใหม่ปั้นเมนูสุขภาพ
Biz Movement Ajinomoto Young Chef 2026 ปีที่ 2 ชวนคนรุ่นใหม่ปั้นเมนูสุขภาพ
ยืนยันจาก ‘บีโอไอ’ ญี่ปุ่นยกไทยคือบ้านหลังที่สองปักหลักลงทุนต่อ
Economic ยืนยันจาก ‘บีโอไอ’ ญี่ปุ่นยกไทยคือบ้านหลังที่สองปักหลักลงทุนต่อ
‘ทวี’ ซัดงบฯ 70 ไม่ตอบโจทย์ประชาชน ชี้ 4 ข้อทำให้โปรงใส
Politics ‘ทวี’ ซัดงบฯ 70 ไม่ตอบโจทย์ประชาชน ชี้ 4 ข้อทำให้โปรงใส
ดูทั้งหมด

Dark Tourism พระนครสีเทา พาท่อง 2 วัดใน “ตรอกเต๊า”

12 ก.ค. 2565 | 18:13น.
พระนครสีเทา
ผู้เขียน : ปนัดดา ฤทธิมัต

สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานครมีมากมาย แต่ละแห่งล้วนมีประวัติความเป็นมาที่แสดงให้เห็นถึงลักษณะสังคมในสมัยนั้น ๆ ที่ไม่ได้มีเพียงมุมขาวบริสุทธิ์ แต่ยังมีมุมมืดที่ยังคงทิ้งร่องรอยให้หวนระลึกถึง วันนี้ KTC ได้พาเราไปเรียนรู้เรื่องราวในอดีตของแต่ละสถานที่ ภายใต้ธีม Dark Tourism พระนครสีเทา

ย่านเยาวราช ซอย 8 หรือ “ตรอกเต๊า” มีวัดจีนเล็ก ๆ ตั้งอยู่ นั่นคือ “วัดบำเพ็ญจีนพรต” หรือ “วัดย่งฮกยี่” ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2338 ถือเป็นวัดจีนแห่งแรกของไทย ลักษณะตัวอาคารวัดเป็นตึกเก่ายุคต้นสงครามโลกครั้งที่ 1 แบบตะวันตกที่สร้างล้อมวิหารจีนไว้

โครงสร้างอาคารเป็นไม้แบบจีน ผนังก่ออิฐฉาบปูน หลังคาจั่วมุงด้วยกระเบื้องดินเผากาบกล้วย สันหลังคาก่ออิฐปั้นปูนเป็นจั่วปั้นลมตามแบบช่างจีนแต้จิ๋ว

ภายในอุโบสถประดิษฐานพระประธาน 3 องค์ ได้แก่ พระศากยมุนีพุทธเจ้า พระอมิตาภะพุทธเจ้า และพระไภษัชยะคุรุพุทธเจ้า ด้านข้างล้อมด้วย 18 พระอรหันต์ที่เป็นศิลปะ “ท๊กทอ ท๊กชา” ผ้าป่านอาบน้ำยาลงรักปิดทองที่มีแห่งเดียวในประเทศ

บริเวณด้านข้างยังมีบันไดขึ้นชั้นบนที่เป็นกุฏิ โถงประดิษฐานพระโพธิสัตว์ ห้องสมุดที่เก็บสะสมหนังสือต่าง ๆ ทั้งหนังสือธรรมะ หนังสือภาษาจีนเก่าแก่ และห้องเก็บป้ายวิญญาณของพุทธศาสนานิกชนที่ล่วงลับไปแล้ว

โดยมีการสลักชื่อไว้บนป้ายไม้ ซึ่งคนจีนเชื่อว่าเป็นตัวแทนรำลึกถึงบรรพบุรุษ เพื่อให้ลูกหลานมากราบไหว้ ส่วนชั้นบนสุดในห้องโถงบูชาพระ เป็นที่เก็บป้ายชื่อเก่าของวัด หรือป้ายย่งฮกอำ

วัดแห่งนี้ล้อมรอบด้วยโรงโคมเขียว โคมแดง หรือสถานที่ค้าประเวณี ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 เป็นที่ตั้งโรงหญิงหากินของยายแฟง ซึ่งมีลูกสาวชื่อ “กลีบ” ภายหลังกลีบมารับช่วงต่อจากยายแฟง จึงเรียก “โรงแม่กลีบ” ในเวลาต่อมา

ยายแฟงมีลูกสาว 2 คน ได้แก่ นางเชย และนางกลีบ ซึ่งนางเชยได้เเต่งงานกับข้าราชการ คือ “พระยามุขมนตรี” ส่วนนางกลีบ เป็นต้นตระกูล “สาครวาสี” และมีที่ดินเกือบ 7 ไร่ อยู่ในตรอกเต๊า โดยนางกลีบทำเป็นสวนดอกไม้ ต่อมาได้อุทิศสวนนี้สร้างเป็นวัดขึ้นมา

บุตรของนางกลีบ คือ พระดรุณรักษา (กัน สาครวาสี) ได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในรัชกาลที่ 4 เมื่อสร้างวัดเสร็จแล้ว นางกลีบได้น้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “วัดกันมาตุยาราม” อันหมายถึง “วัดที่มารดาของนายกันเป็นผู้สร้าง” เป็นวัดราษฎร์ขนาดเล็ก สังกัดธรรมยุตินิกาย

ภายในวัดมีเจดีย์ทรงระฆังคว่ำแบบลังกา สร้างเลียนแบบธัมเมกขสถูปในประเทศอินเดีย ซึ่งในไทยมีเจดีย์ลักษณะนี้เพียง 2 วัด คือที่วัดกันมาตุยาราม และวัดโสมนัส ในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานนามว่า “พระอริยกันต์มหามุนี”

ซึ่งสร้างขึ้นด้วยศิลปะสัจนิยมแบบธรรมยุติกนิกาย มีลักษณะใกล้เคียงมนุษย์จริง ๆ บนพระเศียรจะไม่มีพระอุษณีษะ (ส่วนนูน ๆ บนเศียรพระ เรียกว่าจุก) แต่พระเกตุมาลาที่เป็นเปลวเพลิงจะปักลงบนพระเศียรไปเลยตรง ๆ เนื่องจากรัชกาลที่ 4 ทรงเห็นว่า การมีพระอุษณีษะนั้นดูไม่งาม

นอกจากนี้ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติ มีช่องประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ทั้งหมด 37 รูป บานประตูหน้าต่างประดับมุก บานประตูหน้าอุโบสถด้านในมีรูปอกัปปิยมังสะ คือเนื้อสัตว์ที่ห้ามทางพระวินัยมิให้ภิกษุฉันรวม 10 ชนิด

ขณะที่บานประตูหลังอุโบสถด้านในมีภาพผลไม้ที่ใช้ทำน้ำอัฏฐบานได้ ภาพแทรกในอุโบสถระหว่างที่เปิดปิดหน้าต่างเป็นรูปพระภิกษุทำกัมมัฏฐาน เพ่งนิมิตต่าง ๆ ถัดลงมามีภาพสุภาษิตไทย ซุ้มประตูหน้าต่างด้านนอกอุโบสถมีรูปปั้นลายดอกไม้ปิดทองงดงาม พื้นภายในและภายนอกอุโบสถปูด้วยศิลาอ่อน

ทั้งยังมีรูปปั้นอนุสาวรีย์ของนางกลีบอยู่ในโคม เพื่อเป็นการระลึกถึงผู้ก่อตั้งวัด ในโคมนั้นเป็นที่เก็บอัฐิของคนในตระกูลสาครวาสี วัดนี้ยังเคยเป็นที่จำพรรษาของ “สุชีโวภิกขุ” หรือ อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ ปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาอีกคนหนึ่งของประเทศไทย