เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
น้ำท่วมป่าตองคลี่คลาย ส.ท่องเที่ยวภูเก็ตจับมือโรงแรมดูแลนักท่องเที่ยวใกล้ชิด
เศรษฐกิจภูมิภาค น้ำท่วมป่าตองคลี่คลาย ส.ท่องเที่ยวภูเก็ตจับมือโรงแรมดูแลนักท่องเที่ยวใกล้ชิด
เปิด 2 มุมคิด ปมรื้อภาษีจัดสรร 4 กองทุน ดึงเงินเข้าคลังหรือคงอิสระ
Economic เปิด 2 มุมคิด ปมรื้อภาษีจัดสรร 4 กองทุน ดึงเงินเข้าคลังหรือคงอิสระ
ปิดช่องโหว่ทิ้งงาน! รัฐบังคับวาง Bank Guarantee 50,000 บาท ผู้รับเหมาโซลาร์ภาคประชาชน
Economic ปิดช่องโหว่ทิ้งงาน! รัฐบังคับวาง Bank Guarantee 50,000 บาท ผู้รับเหมาโซลาร์ภาคประชาชน
หุ้นไทยร่วงหนัก 26 จุด กังวลลงทุน AI กดดันหุ้นเทคฯ สัปดาห์หน้าจับตาแนวรับ 1,500 จุด
Finance หุ้นไทยร่วงหนัก 26 จุด กังวลลงทุน AI กดดันหุ้นเทคฯ สัปดาห์หน้าจับตาแนวรับ 1,500 จุด
แสนสิริ บุกตลาดพูลวิลล่าภูเก็ต เปิดตัวเดอะเทลส์ 2 ทำเลฮอต ‘บางโจ-ป่าสัก’
Real Estate แสนสิริ บุกตลาดพูลวิลล่าภูเก็ต เปิดตัวเดอะเทลส์ 2 ทำเลฮอต ‘บางโจ-ป่าสัก’
ยอดส่งออกจีนพุ่ง 36 % แรงหนุนส่งออกสินค้าเอไอทะยาน สหรัฐ-อียูฉุดไม่อยู่
World ยอดส่งออกจีนพุ่ง 36 % แรงหนุนส่งออกสินค้าเอไอทะยาน สหรัฐ-อียูฉุดไม่อยู่
3 วันสุดท้าย “มหกรรมหนังสือฯ ยังคึกคัก สนพ.มติชน หนังสือ ‘หนุ่มเมืองจันท์’ มาแรง
Biz Movement 3 วันสุดท้าย “มหกรรมหนังสือฯ ยังคึกคัก สนพ.มติชน หนังสือ ‘หนุ่มเมืองจันท์’ มาแรง
พันธบัตรออมพลัสเนื้อหอม ! ยอดจองทะลุ 3,900 ล้าน จ่อเปิดรอบใหม่ 23 พ.ย.นี้
Finance พันธบัตรออมพลัสเนื้อหอม ! ยอดจองทะลุ 3,900 ล้าน จ่อเปิดรอบใหม่ 23 พ.ย.นี้
Spotify เล็งเปิดใช้ AI ให้รีมิกซ์เพลงเอง ต้นปี 2570
Tech Spotify เล็งเปิดใช้ AI ให้รีมิกซ์เพลงเอง ต้นปี 2570
“ยศชนัน” ดันแนวคิด ‘Beyond Nature’ รักษาธรรมชาติ-เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ
Biz Movement “ยศชนัน” ดันแนวคิด ‘Beyond Nature’ รักษาธรรมชาติ-เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ
ดูทั้งหมด

บลิงเคน – ประยุทธ์ ยืนยันสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ ยังแนบแน่น พร้อมลงนามเอกสารสำคัญ 2 ฉบับ

10 ก.ค. 2565 | 23:41น.

การเดินทางเยือนประเทศไทยครั้งแรกของนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 9-10 ก.ค. จบลงด้วยการเรียกร้องให้จีน ผู้นำอาเซียนร่วมกันกดดันให้รัฐบาลเมียนมาคืนประชาธิปไตยให้ประชาชน

ขณะที่การพบปะและหารือกับผู้นำของไทยดูเหมือนจะชื่นมื่นและเน้นย้ำความสัมพันธ์ยังแนบแน่น ด้วยการลงนามในเอกสารสำคัญ 2 ฉบับเพื่อขยายความร่วมมือกันในอนาคตทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงและพลังงานสะอาด

การเดินทางเยือนไทยครั้งนี้ของนายบลิงเคน นับเป็นการเดินทางมาเยือนไทยครั้งแรกนับตั้งแต่สาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือน ม.ค. 2564 ก่อนหน้านี้ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ มีแผนจะเดินทางเยือนไทยแล้วในช่วง 15-16 ธ.ค. 2564 แต่ต้องยกเลิกไปเนื่องจากผู้ร่วมคณะเดินทางติดโควิด

เวลา 14.30 น. รมว. ต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เข้าพบ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลได้ชี้แจงในกรณีสถานการณ์ในเมียนมาว่าได้ติดตามสถานการณ์ในเมียนมาอย่างใกล้ชิด และได้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมตามที่เหมาะสมผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งในกรอบทวิภาคี อาเซียน และองค์การระหว่างประเทศ

การเข้าพบหารือระหว่างนายบลิงเคนและ พล.อ. ประยุทธ์

ที่มาของภาพ, ROYAL THAI GOVERNMENT/HANDOUT

ขณะที่เวลาต่อมาในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน นายบลิงเคน กล่าวเรียกร้องให้ประชาคมอาเซียน รวมถึงจีนร่วมกันกดดันให้รัฐบาลเมียนมาคืนประชาธิปไตยให้กับประเทศและพิจารณาข้อตกลงสันติภาพกับกลุ่มที่เห็นต่างทางการเมืองตามฉันทามติ 5 ข้อที่ตกลงไว้กับอาเซียน ในขณะที่อาเซียนจำเป็นต้องเรียกร้องให้เมียนมายุติการใช้ความรุนแรงและปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง ตามที่พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่ายได้ลงนามข้อตกลงร่วมกับผู้นำชาติอาเซียน 9 ในเรื่องดังกล่าวเมื่อเดือน เม.ย. ปีที่แล้ว

“เป็นที่น่าเสียดายที่เรายังไม่เห็นการเคลื่อนไหวเชิงบวกในเรื่องนั้น” นายบลิงเคนกล่าว

ผู้บาดเจ็บ 3 คนจากเหตุระเบิดลงกลางบ้านในฝั่งเมียนมา วันที่ 1 ก.ค. ได้รับการลำเลียงด้วยเรือข้ามแม่น้ำเมยข้ามมารักษาตัวภายในโรงพยาบาลฝั่งไทย

ที่มาของภาพ, SRT/BBC Thai

เขายังอธิบายต่ออีกว่า ที่ผ่านมากลับพบการโจมตี ทำร้ายกลุ่มคนเห็นต่างด้วยกำลังทหาร และยังคงเห็นกลุ่มฝ่ายตรงกันข้ามถูกดำเนินคดีและคุมขัง บางคนต้องลี้ภัยในต่างแดน

อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ต้องขอชื่นชมในส่วนทางการไทยที่ช่วยเหลือในด้านมนุษยธรรม รวมทั้งช่วยให้สหรัฐฯ สามารถขยายความร่วมมือด้านมนุษยธรรมไปให้คนเมียนมาด้วย เช่น การนำวัคซีนบริจาคของสหรัฐฯ เข้าไปช่วยบรรเทาปัญหาการระบาดของเชื้อโควิด-19 ในเมียนมา

ยังไม่ยืนยันว่า ปธน.ไบเดน จะเข้าร่วมประชุมผู้นำเอเปค

ประเด็นหนึ่งที่สื่อมวลชนไทยสนใจในการเดินทางมาครั้งนี้ของนายบลิงเคน คือ สัญญาณจากผู้นำสหรัฐฯ ต่อการประชุมผู้นำความร่วมมือในกลุ่มเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation–APEC) หรือ เอเปค 2022 ในเดือน พ.ย. ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่ง รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ยังไม่สามารถยืนยันได้ในขณะนี้ว่า นายโจ ไบเดน จะเดินทางเข้าร่วมการประชุมได้หรือไม่

ภาพบรรยากาศแถลงข่าว

ที่มาของภาพ, EPA

อย่างไรก็ตาม ทางสหรัฐฯ จะส่งตัวแทนเข้าร่วมการประชุมระดับภูมิภาคนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับกรอบความร่วมมือเอเปคและมีประโยชน์มาก ๆ สำหรับในปีหน้า ที่สหรัฐฯ จะทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปคต่อจากไทย

ก่อนหน้านั้น มีรายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนจะเดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อร่วมการประชุมนี้ หากไม่ติดภารกิจ

เน้นย้ำความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ-ความมั่นคง-พลังงานสะอาด

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาในระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายบลิงเคนได้ตอกย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและสหรัฐฯ ซึ่งรอคอยการเฉลิมฉลองการครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 190 ปีในปีหน้า

ในด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ สหรัฐฯ มีความยินดีที่ไทยเข้าเป็นส่วนหนึ่งในกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific Economic Framework: IPEF) ที่จะช่วยส่งเสริมการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจในภูมิภาค

รมว.ต่างประเทศของไทยและสหรัฐฯ ได้ลงนามในเอกสารสำคัญ 2 ฉบับ

ที่มาของภาพ, POOL

ส่วนในด้านความมั่นคงระหว่างไทยและสหรัฐฯ ยังคงแน่นแฟ้น เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ ได้เดินทางเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรกโดยได้พบกับพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้หารือกันในด้านความร่วมมือด้านความมั่นคงในระดับภูมิภาค เช่น การพัฒนากองทัพไทยให้ทันสมัย และมีประสิทธิภาพทั้งการฝึก การศึกษา ยุทโธปกรณ์ และการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพร่วมกันด้านไซเบอร์ และอวกาศ

ขณะที่ทั้งสหรัฐฯ และไทยร่วมมือกันในด้านการแก้ไขวิกฤตด้านสภาพอากาศ นายบลิงเคนกล่าวว่า ไทยเป็นชาติแรกที่เข้าร่วมข้อริเริ่มความต้องการใช้พลังงานสะอาด (Clean Energy Demand Initiative: CEDI) ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและภาคเอกชนของประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อส่งเสริมการลงทุนสำหรับธุรกิจที่สนใจและมีศักยภาพในการจัดหาและใช้พลังงานสะอาด

“มีบริษัทเอกชน 7 รายแล้วที่ส่งสัญญานว่า มีความสนใจลงทุนในไทยเป็นมูลค่ากว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.68 หมื่นล้านบาท) ในด้านโครงสร้างพลังงานสะอาด ซึ่งไทยกำลังขับเคลื่อนในด้านนี้” นายบลิงเคนกล่าว

รมว.ต่างประเทศของไทยและสหรัฐฯ ได้ลงนามในเอกสารสำคัญ 2 ฉบับ ประกอบด้วย

  • แถลงการณ์ Thailand-United States Communiqué on Strategic Alliance and Partnership เพื่อแสดงให้เห็นว่าความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ กับไทยมีความครอบคลุมมากขึ้น และความสัมพันธ์นับตั้งแต่แถลงการณ์ถนัด-รัสก์ (Thanat-Rusk Communiqué) ค.ศ. 1962 มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เอกสารดังกล่าวอ้างอิงถึงการหารือยุทธศาสตร์และการป้องกันประเทศระหว่างสหรัฐฯ กับไทย (Thailand-United States Strategic and Defense Dialogue) ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 9-10 พฤษภาคมที่ผ่านมา และมีวัตถุประสงค์เพื่อเน้นย้ำความครอบคลุมของความร่วมมือของเรา โดยมุ่งเน้นประเด็นสำคัญ ๆ ที่เรามีร่วมกันในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ที่เสรี เปิดกว้าง ยั่งยืน และทุกประเทศมีส่วนร่วม รวมทั้งเน้นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การบังคับใช้กฎหมาย สภาพภูมิอากาศ ความปลอดภัยทางไซเบอร์และเทคโนโลยี ความมั่นคง และสาธารณสุข ตลอดจนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ภาคประชาชนที่ขยายวงกว้างขึ้น และขีดความสามารถด้านการทูตที่เพิ่มมากขึ้น
  • บันทึกความเข้าใจ Memorandum of Understanding on Promoting Supply Chain Resilience เอกสารนี้เป็นผลมาจากความสนใจร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ กับไทยในด้านห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่น หลากหลาย และมั่นคง ตลอดจนแสดงถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระดับทวิภาคีที่แน่นแฟ้นของเรา นอกจากนี้ เอกสารฉบับนี้ยังสะท้อนถึงผลประโยชน์ร่วมกันที่ไทยและสหรัฐฯ ได้รับจากความร่วมมือเพื่อแก้ไขจุดอ่อนของห่วงโซ่อุปทาน ลดการหยุดชะงักในการผลิตและขนส่ง ภายใต้บันทึกความเข้าใจนี้ จะยกระดับการแบ่งปันข้อมูล การปรึกษาหารือ รวมทั้งการพัฒนาโครงการเพื่อขับเคลื่อนผลประโยชน์ร่วมกันดังกล่าว และเสริมสร้างความมั่งคั่งระหว่างกัน
นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา เดินทางถึงกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 9 ก.ค.

 ฝ่ายสื่อ สถานทุตสหรัฐฯ

ข่าว บีบีซี ไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แอนโทนี บลิงเกน ไทย-สหรัฐ