รมว.คลัง ชี้แบงก์ชาติจับตาเงินทุนเคลื่อนย้ายใกล้ชิด เล็งถกคุมดอกเบี้ยเงินกู้แบงก์รัฐ-เอกชน ลดภาระประชาชน พร้อมหารือมหาดไทยขยายเวลามาตรการกระตุ้นอสังหาฯ
วันที่ 11 กรกฎาคม 2565 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งผลต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายให้ไหลออกจำนวนมากนั้น ขณะนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีการจับตาอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ดี ยังต้องรอการประเมินสถานการณ์เดือนนี้กับเดือนหน้าก่อน รวมทั้งยังต้องรอดูทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย ที่จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในช่วงเดือน ส.ค.นี้อีกครั้งด้วย
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยจะกระทบต่อต้นทุนของผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ และผู้ประกอบการ ดังนั้นในแง่ของการกำกับอัตราดอกเบี้ยจึงมีความสำคัญ โดยรัฐบาลพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของภาคเอกชน ในการกำหนดมาตรการต่าง ๆ
“ที่จะไปหารือกับ ธปท. ก็คงจะดูในเรื่องของการกำกับดูแลดอกเบี้ยสินเชื่อของแบงก์เอกชนและของรัฐเอง ซึ่งหาก กนง.จะปรับขึ้นก็คงต้องดูในเรื่องของภาคตลาดเงินด้วยไม่ให้ดอกเบี้ยเป็นภาระมากจนเกินไป” นายอาคมกล่าว
นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง ยังเตรียมหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงมหาดไทย ในการพิจารณาขยายมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ทั้งการลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนอง และมาตรการ LTV ที่จะสิ้นสุดมาตรการในช่วงปลายปี 65 นี้ เพื่อเป็นการดูแลภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่เรื่องของการกู้เงินในกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น ยังอยู่ในระหว่างการหารือกันอยู่ แต่เนื่องจากกระแสเงินสดของกองทุน ก็อาจทำให้เกิดความไม่มั่นใจในการที่จะปล่อยกู้บ้าง แต่ในส่วนของกระทรวงการคลังไม่ได้เบรกในเรื่องของการที่กองทุนน้ำมันฯจะกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องแต่อย่างใด