เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (1 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (1 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,050 บาท
กรรมของผี
คุยกับเอกราช กรรมของผี
ธอส.ลุย 2 โปรเจ็กต์รัฐปล่อยกู้บ้าน 3 ล้าน-ติดโซลาร์
Finance ธอส.ลุย 2 โปรเจ็กต์รัฐปล่อยกู้บ้าน 3 ล้าน-ติดโซลาร์
สภาพอากาศวันนี้ (1 พ.ย.) ไทยยังมีฝนฟ้าคะนอง กทม.-ปริมณฑล 40% ของพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (1 พ.ย.) ไทยยังมีฝนฟ้าคะนอง กทม.-ปริมณฑล 40% ของพื้นที่
เร่งปิดดีลขาย ‘รอยัลออคิดฯ’ เคลียร์หนี้-คืนเงินผู้ถือหน่วย
Finance เร่งปิดดีลขาย ‘รอยัลออคิดฯ’ เคลียร์หนี้-คืนเงินผู้ถือหน่วย
ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
ดูทั้งหมด

ประกันชีวิต รับมือความท้าทายครึ่งปีหลัง ลุ้นเบี้ยสุขภาพแตะแสนล้าน

28 ก.ค. 2565 | 14:53น.
ประกันสุขภาพ-graphic

นายกสมาคมประกันชีวิตไทย คาดเบี้ยธุรกิจแตะ 6.12-6.29 แสนล้านบาท โตระหว่าง 0-2.5% หลังครึ่งปีแรกเผชิญวิกฤต เบี้ยหดตัว 1.94% เหลือ 2.89 แสนล้านบาท ด้าน “สาระ ล่ำซำ” เผยความท้าทายต้องรับมือครึ่งปีหลัง ลุ้นเบี้ยสุขภาพแตะแสนล้าน

วันที่ 28 กรกฎาคม 2565 นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) ในฐานะนายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย. 65) ทั้งระบบมีเบี้ยประกันชีวิตรับรวมอยู่ที่ 289,097 ล้านบาท ลดลง 1.94% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) โดยมีเบี้ยประกันรับรายใหม่ 79,685 ล้านบาท ลดลง 4.75% แยกเป็นเบี้ยประกันรับปีแรก 49,331 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.79% แต่เบี้ยประกันจ่ายครั้งเดียว (single premium) อยู่ที่ 30,354 ล้านบาท ลดลงกว่า 19.90% และเบี้ยประกันรับปีต่ออายุ 209,412 ล้านบาท ลดลง 0.82% โดยมีอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ที่ 82%

โดยคาดว่าสิ้นปี’65 ธุรกิจจะมีเบี้ยรับรวมระหว่าง 612,000-629,500 ล้านบาท เติบโต 0-2.5% YOY ยังมีอัตราความคงอยู่ประมาณ 82-83% ซึ่งในปัจจุบันมีคนไทยผู้ถือกรมธรรม์ประกันชีวิต คิดเป็นสัดส่วน 38-39% เทียบจากจำนวนประชากร 70 ล้านคน หรือเฉลี่ย 1 คนมีกรมธรรม์ 3-4 ฉบับ

6 เดือนแรกหดตัวเอฟเฟ็กต์เศรษฐกิจ

“ภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ในระดับที่ชะลอตัว มีอัตราการเติบโตของเบี้ยรับรวมลดลง มาจากการได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ เช่น อัตราค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์เงินเฟ้อ ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง และส่งผลต่อกำลังซื้อของประชาชน รวมถึงภาวะดอกเบี้ยที่มีความผันผวนและสถานการณ์เงินบาทอ่อนค่า”

จะเห็นได้จากเบี้ยซิงเกิลพรีเมี่ยมหดตัวลงไปมาก สาเหตุเกิดจากเบี้ยยูนิตลิงค์และยูนิเวอร์แซลไลฟ์ (ประกันชีวิตควบการลงทุน) ที่หดตัวลงตามทิศทางตลาดทุน โดยมีเบี้ยรับอยู่ที่ 19,825 ล้านบาท ลดลงไป 8.22% ขณะเดียวกันเบี้ยซิงเกิลพรีเมี่ยมของโปรดักต์เครดิตไลฟ์ (ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ) หดตัวลงไปด้วยจากยอดปล่อยสินเชื่อที่น้อยลง

ส่วนเบี้ยปีต่ออายุที่ลดลงนั้นมาจากกรณีที่กรมธรรม์ครบกำหนดชำระเบี้ยแต่คงให้ความคุ้มครองอยู่ (Paid-up) และกรมธรรม์ครบกําหนดตามสัญญา (Maturity) เป็นส่วนใหญ่

เบี้ยสุขภาพแตะแสนล้าน

โดยโปรดักต์ที่มีอัตราการเติบโตที่ดีคือ เบี้ยสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ (Health) และโรคร้ายแรง (CI) มีมูลค่ารวมกันกว่า 50,808 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.15% YOY หลัก ๆ มาจากการที่ประชาชนเริ่มตระหนักให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและหันมาทำประกันสุขภาพมากขึ้น เนื่องจากจำเป็นต้องบริหารความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี

“ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 คนไทยให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพมากขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจประกันเห็นภาพชัดเจนในส่วนของเบี้ย Health&CI โดยคาดว่าในปีนี้เบี้ยประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงในฝั่งธุรกิจประกันชีวิตน่าจะทำได้ 1 แสนล้านบาท”

ในขณะที่เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ (Annuity) มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 6.98% อยู่ที่ 4,540 ล้านบาท อาจยังไม่ใช่ฐานที่ใหญ่มาก แต่ส่วนหนึ่งที่โตขึ้นมาจากการที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย ทำให้ประกันบำนาญเป็นเครื่องมือการเงินประเภทหนึ่งที่ช่วยสร้างวินัยทางการออมให้มีฐานะการเงินที่เพียงพอต่อความเป็นอยู่ในช่วงเกษียณ และมาจากการที่ภาครัฐสนับสนุนในเรื่องมาตรการลดหย่อนภาษี เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนมีการเตรียมความพร้อมทางด้านการเงินเมื่อเข้าวัยเกษียณอีกด้วย

“ความคุ้มครองสุขภาพและประกันบำนาญภายใต้สังคมผู้สูงวัยเป็นโจทย์ที่เราทำอยู่ และมีอะไรอีกหลายอย่างที่เราอยากจะเพิ่มเข้าไปให้ได้ ทั้งในแง่ของแบบประกัน และการเชื่อมต่ออีโคซิสเต็มต่าง ๆ” นายกสมาคมประกันชีวิตไทยกล่าว

โดยตอนนี้ขนาดเบี้ยประกันขายผ่านตัวแทนประกันชีวิต (Agency) ยังเป็นช่องทางขายหลัก มีเบี้ยประกันรับรวม 147,747 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.50% คิดเป็นสัดส่วน 51.11% และรองลงมาเป็นการขายผ่านช่องทางธนาคาร (Bancassurance) มีเบี้ยรับรวม 114,692 ล้านบาท ลดลง 7.52% คิดเป็นสัดส่วน 39.67% ที่เหลือจะเป็นการขายผ่านโบรกเกอร์, เทเลเซล, ดิจิทัล, ไปรษณีย์ และอื่น ๆ

ครึ่งปีหลังรับมือความท้าทาย

นายกสมาคมประกันชีวิตไทยกล่าวว่า ในช่วงที่เหลือของปีภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตยังต้องเผชิญกับความท้าทายต่าง ๆ อาทิ สงครามการค้าระหว่างประเทศ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ และไซเบอร์วอร์ ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายใหม่ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากเราเป็นธุรกิจที่ต้องใช้ดาต้า และรวมไปถึงสัญญาประกันสุขภาพแบบมาตรฐานใหม่ ส่งผลให้แต่ละบริษัทต้องพัฒนาแบบประกันที่ตอบโจทย์ลูกค้า ไม่เน้นขายสินค้าที่อ่อนไหวต่อภาวะอัตราดอกเบี้ย เพื่อความมั่นคงทางการเงิน และเตรียมตัวรองรับต่อมาตรฐานบัญชีใหม่ (IFRS17) ที่จะบังคับใช้ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า เพราะไม่ใช่นั้นจะถูกตีค่ามูลค่าติดลบในงบการเงินทันที แต่ในช่วงดอกเบี้ยขึ้นก็อาจจะมีโอกาสที่ธุรกิจจะออกสินค้าสะสมทรัพย์มาขายได้บ้าง แต่จะเป็นลักษณะลิมิตวอลุ่ม

“แต่ละปีบริษัทประกันชีวิตยังมีกำไร และมีการเก็บกำไรไว้เพื่อรองรับความเสี่ยงที่มองไม่เห็น และเพื่อการลงทุนพัฒนาใหม่ ๆ ล้อไปกับการเปลี่ยนแปลงภายนอก โดยมองความเสี่ยงจากภายนอกหรือบริษัทประกันต่างประเทศและปรับใช้ แต่ขอย้ำว่าธุรกิจของเรา เนเจอร์ค่อนข้าง Conservative อยู่แล้ว การขายสินค้าหรือจ่ายปันผลก็ต้องทำ Stress Test ออกมา เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมภายใต้ความยั่งยืนของธุรกิจในอนาคตด้วย” นายสาระกล่าว