‘AGE’ รายได้พุ่ง กางแผน Q4/2565 อัพเป้าสู่ 1.8 หมื่นล้าน รุกโลจิสติกส์-เทรดดิ้ง-ลิสซิ่ง บนฐานความยั่งยืน

แม้หลายธุรกิจต้องเผชิญวิกฤตโควิด 19 แต่สำหรับ บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE กลับยิ่งเติบโต เนื่องจากดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายถ่านหินบิทูมินัส หรือถ่านหินสะอาด และให้บริการด้านโลจิสติสก์แบบครบวงจร ตอบโจทย์การขนส่งยุคปัจจุบันได้ดี 

พนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหาร AGE เผยถึงปัจจัยหนุนให้บริษัทมีผลการดำเนินงานที่ดีว่า แม้ว่าราคาถ่านหินจะมีความผันผวน และอยู่ในระดับที่สูง แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนราคาถ่านหิน และต้นทุนขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับ ภาพรวมเศรษฐกิจที่เริ่มมีการฟื้นตัว ภายหลังสถานการณ์โควิด จึงทำให้คาดว่าภาคอุตสาหกรรมจะมีความต้องการใช้ถ่านหินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง AGE ยังมีธุรกิจให้บริการขนส่งทางน้ำ-ทางบก-ท่าเรือ-คลังสินค้า ซึ่งมีการขยายตัวอย่างโดดเด่น และยังมีแผนขยายการเติบโตไปยังธุรกิจเทรดดิ้งด้านการจำหน่าย และการส่งออกสินค้าเกษตร

บริษัทฯ ยังคงมองว่า ความต้องการใช้ถ่านหินในทวีปเอเชียยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี และโรงไฟฟ้าถ่านหินส่วนใหญ่ในทวีปเอเชียมีอายุเฉลี่ยเพียงแค่ 13 ปี โดยโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ปิดตัวลงจะมีอายุเฉลี่ยที่ 35 ปี ซึ่งส่วนมากอยู่ในทวีปยุโรปและอเมริกา และหลายประเทศในทวีปเอเชียยังคงมีแผนการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มเติม สำหรับการใช้ถ่านหินเพื่อเป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นตลาดลูกค้าหลักของบริษัทฯ บริษัทฯ มองว่ายังคงมีการเติบโตในช่วง 5-10 ปี เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีเทคโนโลยีที่จะมาทดแทนการใช้งานเชื้อเพลิงถ่านหินในเตาบอยเลอร์ได้ โดยเรามองว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่นยังคงมีราคาสูงและมีปริมาณไม่เพียงพอมีเทียบกับเชื้อเพลิงถ่านหิน

“ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณความต้องการนำเข้าถ่านหินอยู่ที่ 20-22 ล้านตันต่อปี ยังไม่นับรวมโรงผลิตไฟฟ้า ที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่ง AGE นำเข้าและจัดจำหน่ายถ่านหินให้ลูกค้าราว 25% ของสัดส่วนทั้งประเทศ เมื่อมองโดยรวมแล้ว AGE มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับหนึ่งของผู้จัดจำหน่ายถ่านหินในประเทศไทย”

“ด้วยความต้องการถ่านหินที่ยังคงตัวปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ AGE มั่นใจว่า สามารถรักษาทิศทางของธุรกิจต่อไปได้ พร้อมปรับเป้ารายได้รวมเพิ่มเป็น 18,000 ล้านบาท” คุณพนม กล่าว

หากย้อนกลับไปดูตัวเลขที่ AGE ประกาศเป้ารายได้ 6 เดือนย้อนหลัง จาก 15,000 ล้านบาท เป็น 16,000 ล้านบาท จนมาถึงตัวเลขล่าสุด นับว่าปรับเป้ารายได้ 2 ครั้งในระยะเวลา 6 เดือน สะท้อนว่า AGE ยังคงแกร่งมากเพียงพอจะยืนเป็นหนึ่งในผู้นำกลุ่มธุรกิจนำเข้าและส่งออกถ่านหินของประเทศไทย

สยายปีก โลจิสติกส์ ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือเส้นทางของความแข็งแกร่ง

    ปัจจุบัน AGE มีประสบการณ์ร่วม 18 ปี ในธุรกิจเทรดดิ้งถ่านหินจากแหล่งต่างๆ ของโลก ทั้งประเทศอินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และรัสเซีย และยังมีท่าเทียบเรือหลักในพื้นที่อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวนทั้งสิ้น 6 ท่า รวมถึงพื้นที่คลังสินค้า ที่มีทำเลติดกับท่าเรือ รองรับการกองเก็บถ่านหินได้สูงสุด 1 ล้านตัน

    นอกจากนั้น ยังมีโรงงานคัดแยกขนาดถ่านหิน ที่ใช้กระบวนการผลิตและเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสูงภายใต้ระบบปิด เพื่อให้ได้คุณภาพตามความต้องการของตลาด อีกทั้งยังมีแผนลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการทำงาน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพความแข็งแกร่งของ AGE ที่พร้อมเดินเกมรุกขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง

Advertisement

    แน่นอนว่าข้อได้เปรียบของ AGE บวกกับตัวเลขที่ปักไว้ 4-5 ล้านตันต่อปี หรือเป้าปริมาณการขายถ่านหินอยู่ที่ 4.5 ล้านตันภายในสิ้นปี 2565 ถือเป็นความท้าทายท่ามกลางสมรภูมิในตลาดที่ร้อนแรงอยู่ไม่น้อย ถึงอย่างนั้น AGE ยังมุ่งมั่นสยายปีกเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขยายไลน์ธุรกิจเทรดดิ้งที่มีอยู่เดิม และก้าวไปอีกไลน์ธุรกิจ อย่าง ‘โลจิสติกส์’ เพื่อเสริมทัพความแข็งแกร่งของ AGE ให้เติบโตยิ่งขึ้น

    สำหรับการขยายไลน์ธุรกิจเทรดดิ้ง หัวเรือใหญ่ AGE เปิดเผยว่า ความต้องการถ่านหินในตลาดที่สูงขึ้น ทั้ง AGE ก็มีศักยภาพและความพร้อมเพียงพอที่จะสยายปีกสู่ธุรกิจใหม่ ที่ครอบคลุมและเสริมศักยภาพของอุตสาหกรรมหลัก จึงอาศัยจังหวะนี้แตกไลน์ธุรกิจเทรดดิ้งออกเป็นการส่งออกสินค้าเกษตรสู่ตลาดเพิ่มเติม

    “เราใช้ช่วงเวลาหลังจากจัดส่งถ่านหินเรียบร้อยแล้ว ช่วงขากลับของรถบรรทุกของเราที่มีมากกว่า 100 คัน นำสินค้าทางการเกษตร โดยเฉพาะมันสําปะหลัง ที่เป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกในธุรกิจนี้ ติดรถกลับมาเพื่อส่งเข้าตลาดทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย”

    ส่วนการขยายธุรกิจด้านโลจิสติกส์ คุณพนมให้ข้อมูลว่า เป็นการมองเห็นโอกาสและขีดความสามารถจากธุรกิจเทรดดิ้งถ่านหิน ที่ต้องการใช้การขนส่งทุกรูปแบบ ทั้งทางน้ำและทางบก เข้ามาเสริมศักยภาพ คาดว่าธุรกิจโลจิสติกส์จะสามารถเพิ่มสัดส่วนและรายได้ให้บริษัทได้ในอนาคต 

    “นอกจากสินค้าทั้ง 2 ชนิด อย่างถ่านหินและมันสำปะหลังแล้ว AGE ยังรองรับการให้บริการขนส่งสินค้าจากหลายอุตสาหกรรม ทั้งแร่เหล็ก ปุ๋ย สินค้าทางการเกษตร ปูนซิเมนต์ ทั้งบริการขนส่งสินค้าทางบกโดยรถบรรทุก บริการขนส่งสินค้าทางน้ำโดยเรือลำเลียง บริการท่าเรือ และ บริการคลังสินค้า และโกดังเก็บสินค้า”

AGE รุกขยายไลน์สู่ ‘ลิสซิ่ง’ ยกธุรกิจเดิมปั้นธุรกิจใหม่

AGE มีผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งประธานกรรมการบริหาร AGE เผยว่า ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน บริษัทมีผลประกอบการจากการขายและบริการ 8,267.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.4% เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นรายได้จากการขายถ่านหินที่ 7,976.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.5% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ส่วนธุรกิจโลจิสติกส์ มีรายได้อยู่ที่ 291.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.8% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิในงวด 6 เดือนแตะระดับ 628.5 ล้านบาท และช่วงไตรมาส 4 นี้ บริษัทเตรียมลงทุนเพิ่ม โดยซื้อรถบรรทุกจำนวน 20 คัน มูลค่า 80 ล้านบาท และโกดังสินค้า 50 ล้านบาท เพื่อรองรับการให้บริการด้านโลจิสติกส์ในระยะยาว และเสริมสร้างการเติบโตให้บริษัท

นอกจากนี้ AGE ยังมีแผนขยายไลน์สู่ธุรกิจ ‘ลีสซิ่ง’ เพิ่มมาอีกหนึ่งแขนง โดยเริ่มต้นจากการปล่อยสินเชื่อรถบรรทุกแก่พนักงานขับรถของบริษัทให้มีโอกาสเป็นเจ้าของรถบรรทุกของตนเองได้ โดยมีราคากลางจัดลีสซิ่งให้ได้ผ่อนกับบริษัท ตั้งเป้าเฟสแรกอยู่ที่ 7 พ่วง ผ่านโครงการเถ้าแก่น้อย ซึ่งจะคาดว่าจะเริ่มดำเนินการโครงการในเดือนพฤศจิกายน 2565 

“โครงการเถ้าแก่น้อย ถือเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและให้โอกาสพนักงานขับรถให้ได้เป็นเจ้าของรถบรรทุก และเสริมแกร่งให้ธุรกิจของเรา ซึ่งอนาคตจะมีการต่อยอดดึงรถร่วมที่เป็นพันธมิตรกับเราเข้าร่วมในโครงการนี้อีกด้วย”

ซึ่งตรงนี้เองจะทำให้พนักงานที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้มีโอกาสเป็นนายจ้างของตัวเอง และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นต่อไปได้

“เราจะเป็นเซ็นเตอร์หลัก คอยกระจายงานให้พนักงานกลุ่มโครงการเถ้าแก่น้อยในแต่ละครั้ง โดยบาลานซ์สัดส่วนเป็นมาตรฐานเดียวกันกับรถบรรทุกที่เป็นของเราหรือพันธมิตร”

ชูแนวคิด ESG สู่การเปลี่ยนแปลงสีเขียว Net Zero

ท้ายสุดแล้ว สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับการดำเนินธุรกิจยุคนี้ คือการให้ความสำคัญต่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยต่างมีแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นเรื่องความยั่งยืนทั้ง 3 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม (environment) สังคม (social) และธรรมาภิบาล (governance) หรือเรียกโดยรวมว่า ESG อันเป็นหมุดหมายใหม่ที่ทุกภาคส่วนของสังคมปักธงเพื่อร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อสิ่งแวดล้อมโลก

เช่นเดียวกับ AGE ที่ยึดมั่นการดำเนินธุรกิจตามวิสัยทัศน์ที่ว่า ‘เป็นผู้นำธุรกิจพลังงานยั่งยืน รักษ์สิ่งแวดล้อม ใส่ใจผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย’ อีกทั้งยังปักธงขับเคลื่อนองค์กรตามพันธกิจ ดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม และแสวงหาโอกาสทางธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เพื่อการเติบโตของผลกำไรอย่างมั่นคง อันเป็น 2 ใน 5 แกนสำคัญที่มุ่งหลักการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน

แม่ทัพใหญ่แห่ง AGE ย้ำถึงยุทธศาสตร์นี้ว่า นับตั้งแต่การก่อตัวเป็นธุรกิจด้านพลังงาน AGE ไม่ได้โฟกัสเพียงผลกำไร หรือผลประกอบการ หากยังคำนึงถึงความรับผิดชอบรอบตัวเสมอมา ทั้งสิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งที่ผ่านมามีการดำเนินกิจกรรมเพื่อเกิดประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปในพื้นที่ชุมชน สำรวจผลกระทบในพื้นที่ตั้งของคลังสินค้า เพื่อนำมาสู่การหาแนวทางแก้ไขในครั้งต่อๆ ไป

“เรามีการลงพื้นที่เพื่อสื่อสารกับชุมชน อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งมีโครงการที่ทำร่วมกับชุมชนในพื้นที่โดยรอบ เพื่อฝึกทำขยะอินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ในครัวเรือน มีการช่วยส่งเสริมสัมมาอาชีพให้กับกลุ่มแม่บ้านในพื้นที่ อาทิเช่น ‘กลุ่มขนมกง’ ซึ่งเป็นขนมพื้นบ้านของชาวอยุธยา มีการให้ทุนการศึกษานักเรียน จัดครูสอนพิเศษในพื้นที่ชุมชน จัดอุปกรณ์การเรียนการสอนให้นักเรียนในสถานศึกษาอีกด้วย รวมถึงปลูกต้นไม้เพื่อลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งวันนี้เราปลูกแล้วมากกว่า 5 หมื่นต้น”

ที่สำคัญ AGE ยังมีการศึกษาเพื่อจะเปลี่ยนรถบรรทุก จากการใช้พลังงานสันดาปทั้งหมดของบริษัท มาเป็นรถบรรทุกที่ใช้พลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานอื่นๆ ทดแทน ซึ่งเป็นการต่อยอดจากที่ AGE ได้ติดตั้ง solar roof เพื่อใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บริเวณที่ตั้งคลังสินค้ามาก่อนหน้านี้

“วันนี้เราอาจถูกมองว่าเป็นธุรกิจที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ความจริงแล้วทุกการขับเคลื่อนธุรกิจของเรา มีการคำนึงถึงหลักความยั่งยืนมาโดยตลอด มีการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ดูแลสิ่งแวดล้อมเสมอมา และนับจากนี้เราตั้งใจไว้ว่าจะเป็นต้นแบบของธุรกิจพลังงานที่ดูแลสังคม” พนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหาร AGE ทิ้งทาย

ด้วยแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ชูหลัก ESG เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีสู่สังคม นับเป็นการย้ำทั้งวิสัยทัศน์และพันธกิจอย่างมั่นคง อันนำไปสู่การได้รับการยอมรับและบรรจุเป็นรายชื่อของบริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล หรือ Thailand Sustainability Investment (THSI) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 4 ปีซ้อน (2561-2564)