เอกสิทธิ์เฉพาะม.กรุงเทพ!!! 3 คณะดังจับมือโอสถสภา จัดโครงการ D.O.T สร้างนักการตลาดดิจิทัลมืออาชีพ
โครงการ Learning & Talent Development Project (LTDP) ที่สาขาการตลาดดิจิทัล คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้ริเริ่มทำความร่วมมือกับบริษัทโอสถสภา จำกัด (มหาชน) โดยนำโจทย์จริงมาให้นักศึกษาได้ฝึกประลองไอเดียคิดแผนการตลาด พร้อมทั้งเชิญบรรดาผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพของทางบริษัทมาถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์แบบเจาะลึกในรูปแบบของการเวิร์กช็อป นับเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของมหาวิทยาลัยกรุงเทพที่จัดขึ้นต่อเนื่องมา 3 ปีแล้ว

และในปีนี้ได้ปรับรูปแบบการเรียนรู้ให้มีความพิเศษมากยิ่งขึ้นภายใต้ชื่อว่า D.O.T Project 2020 ด้วยการประสานความร่วมมือกับอีก 2 คณะดังของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ นั่นคือ คณะนิเทศศาสตร์และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เนื่องจากเล็งเห็นว่า ในยุคนี้นอกเหนือจากทักษะด้านการตลาดทั้งแบบดั้งเดิมและการตลาดบนแพลตฟอร์มออนไลน์แล้ว การจะเป็นนักการตลาดมืออาชีพยังจำเป็นต้องมีทักษะในหลากหลายมิติด้วย ดังนั้นจึงเปิดโอกาสให้นักศึกษาจากทั้ง 3 คณะมาทำโปรเจ็กต์ร่วมกันเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทักษะซึ่งกันและกัน ทั้งทักษะด้านการตลาดดิจิทัลจากคณะบริหารธุรกิจ ทักษะด้านการสื่อสารจากคณะนิเทศศาสตร์ และทักษะด้านการออกแบบ Product & Vending Machine Design จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ซึ่งเมื่อผสานองค์ความรู้ทั้ง 3 ด้าน 3 คณะเข้ากับการเรียนรู้จากโจทย์จริงของบริษัทโอสถสภาแล้ว จะบ่มเพาะให้นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการมีทักษะครบรอบด้านมากยิ่งขึ้น

สำหรับชื่อ D.O.T นั้น อาจารย์ณัฐวรรธน์ ศรีสุข ผู้อำนวยการหลักสูตรการตลาดดิจิทัล คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้เฉลยความหมายว่า “D.O.T มาจากไอเดียที่ว่า ‘Don’t just think about doing it’ หรือ ‘อย่ามัวแต่คิด แต่ต้องลงมือทำด้วย’ จึงเป็นที่มาของคำ 3 คำ นั่นคือ Don’t. Only. Think. (D.O.T) โดยแฝงนัยยะผ่านคำว่า ‘dot’ ที่แปลว่า ‘จุด’ เพราะตั้งใจให้นักศึกษาใช้โครงการนี้เป็นจุดเริ่มต้นเรียนรู้ในการลงมือทำและทำงานจริงในโลกแห่งความเป็นจริง โดยใช้จุดดังกล่าวเป็นตัวเชื่อมต่อการเรียนรู้และพัฒนาตนเองกับจุดใหม่ๆ หรือ connect the dot จนกลายเป็น Life-long Learning ไปตลอดชีวิต”

ขณะที่คุณเสาวรัตน์ โอภาสยานนท์ Head of Marketing บริษัทโอสถสภา จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการร่วมมือทำโปรเจ็กต์ D.O.T กับมหาวิทยาลัยกรุงเทพว่า “ระบบการศึกษาได้เปลี่ยนไปตามยุคสมัย สิ่งที่ควรจะเป็นคือการศึกษาแบบบูรณาการภาคทฤษฎีและปฏิบัติเข้าด้วยกัน เด็กๆ ควรได้ทดลองงานทั้งที่ยังเรียนอยู่ มีโอกาสพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์กับผู้บริหารและคนทำงานจริงในแวดวงต่างๆ ของโอสถสภา ซึ่งจะส่งผลให้เด็กพัฒนาตัวเองได้มากขึ้น ปรับตัวเข้ากับโลกการทำงานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการร่วมงานกันของ 3 คณะ จะทำให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะทั้งในภาควิชาของตัวเองและภาคอื่นๆ ได้นำทั้งจุดแข็งของตัวเองและเพื่อนคณะอื่นๆ มาใช้ ได้ฝึกทีมเวิร์ก ฝึกความเป็นผู้นำ และลองทำเคสจริงจากภาคธุรกิจ เพราะเป้าหมายของโครงการคือทำให้เด็กได้ก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริงเร็วที่สุด”

การเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง 3 คณะนี้ยังสะท้อนถึงรูปแบบการเรียนการสอนแบบ iFIT (Individual Future Innovative Learning of Thailand) ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนข้ามศาสตร์ ข้ามสาย ข้ามคณะ ภายใต้การเรียนรู้ในลักษณะ Project-based Learning ซึ่งไม่เพียงทำให้นักศึกษามีทักษะรอบด้านดังกล่าวข้างต้น แต่ยังจะเพิ่มความพร้อมในการทำงานให้นักศึกษา หลังจากเรียนจบก็สามารถลงมือทำงานจริงได้ทันที เพราะได้รับการบ่มเพาะอย่างเข้มข้นทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติจากตัวจริงภาคธุรกิจอย่างบริษัทโอสถสภา จำกัด (มหาชน) มาแล้วนั่นเอง